พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 715 พี่สาวไม่อยากทำเหรอ
ตอนที่ 715
พี่สาวไม่อยากทำเหรอ
ฉินคั่วยังคงอยู่ใต้ผ้าห่มเพื่อรอให้การตอบสนองทางร่างกายของเขาบรรเทาลง
ตอนที่เขามองดูกู้ชิง เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกและปฏิกิริยาที่ไม่เคยมีกับคนอื่นมาก่อน
เขาคิดว่าต้องใช้เวลาตรวจสอบอีกสักพักว่าเขาใจเต้นแรงจริง ๆ หรือไม่
และนี่ก็เป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การตรวจสอบ
ฉินคั่วออกไปไม่ได้และคิดหาทางอยู่ต่อที่นี่อีกสองสามวัน
เขาเข้าไปในห้องพักของแขก และพบกระปุกครีมกับแปรงสีฟันที่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน
เป็นผู้หญิงที่รอบคอบมากจริง ๆ
ฉินคั่วคิดเช่นนั้น
หลังจากเดินไปที่ห้องนั่งเล่น เขาก็พบว่ากู้ชิงได้เตรียมอาหารเช้าเอาไว้แล้ว
กู้ชิงมักจะกินอาหารเบา ๆ ในตอนเช้า
และบะหมี่สองถ้วยก็เพิ่งทำเสร็จ
อย่างไรก็ตามกู้ชิงมองดูฉินคั่วแล้วตระหนักได้ว่าเธอควรจะมอบเครื่องเคียงกับเครื่องปรุงรสให้เขาเพิ่มเติม
“นี่ ที่นี่ที่ไหน?” ฉินคั่วเดินออกมาด้วยท่าทางสับสน
เขากำลังเริ่มทำการแสดง
กู้ชิงมองดูสีหน้าของเขาแล้วรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จากนั้นเธอก็พูดอธิบายว่า “ที่นี่คือบ้านของฉัน เมื่อคืนคุณเมาแล้วมาขอความช่วยเหลือจากฉัน ฉันก็เลยพาคุณกลับมาด้วย ฉันซักเสื้อคลุมให้คุณแล้ว กินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็กลับไปได้”
เธอพบว่าฉินคั่วเป็นคนธรรมดาทั่วไป ไม่มีอะไรร้ายแรง
“แต่… ผมจำไม่ได้ว่าบ้านตัวเองอยู่ไหน คุณรู้มั้ยว่าผมเป็นใคร?” นายน้อยแห่งตระกูลฉินแสดงเก่งมาก
ท่าทางสับสนและไร้เดียงสาของเขาดูไม่เหมือนว่าเขากำลังแสร้งทำ
กู้ชิงขมวดคิ้ว “หรือว่าเสียความทรงจำเหรอ?”
ตอนที่เธอพาฉินคั่วกลับมาด้วยเมื่อคืนนี้ ฉินคั่วได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะจริง ๆ
“ผม ผมก็ไม่รู้ ในหัวของผมว่างเปล่า ผมจำอะไรไม่ได้เลย” ฉินคั่วก้มหน้าลงราวกับว่าเขาไม่กล้ามองตอบกู้ชิง
ชายหนุ่มร่างสูงที่สูงถึง190เซนติเมตรยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ตรงหน้าเธอ จนทำให้เธอรู้สึกสงสารเขาจับใจ
กู้ชิงขมวดคิ้ว
เธอพาเขากลับมาเพื่อสร้างภาระให้ตัวเองหรือเปล่า?
หากรู้ก่อนหน้านี้เธอคงจะไม่หาเรื่องใส่ตัว
“พี่สาว พี่กลัวจะลำบากเหรอ? งั้นเดี๋ยวผมออกไปหาทางกลับบ้านเองก็ได้ครับ” ฉินคั่วพูดอย่างไร้เดียงสา
“ได้ยังไง? สภาพคุณในตอนนี้ ถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นจะทำยังไง? เดี๋ยวฉันจะพาคุณไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลก่อนแล้วจะพาไปที่สถานีตำรวจเพื่อดูว่าพอจะหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณได้บ้างมั้ย” กู้ชิงเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมาโดยตลอด
ในเมื่อช่วยเหลือเขามาแล้ว กู้ชิงก็ไม่สามารถละทิ้งเขาไปได้
“ถ้างั้นรบกวนพี่สาวด้วยนะครับ” แม้ว่าฉินคั่วจะดูดุร้ายมาก แต่สายตาที่เขาใช้มองผู้คนกลับทำให้ผู้คนรู้สึกว่าเขาไร้เดียงสา
ดูน่าสงสารจับใจ
กู้ชิงถอนหายใจเบา ๆ ช่างเถอะ ถือว่าเธอโชคร้ายก็แล้วกัน
“กินก่อนเถอะ”
ฉินคั่วพยักหน้าแล้วเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้อย่างเชื่อฟัง
เห็นได้ชัดว่ามันเป็นแค่บะหมี่ แต่ฉินคั่วกลับรู้สึกว่ามันรสชาติดีอย่างน่าประหลาดใจ
ทุกครั้งที่เขากินเหล้าจนเมา เขาจะต้องปวดท้อง
แต่เส้นบะหมี่ไม่เหนียวเหนอะและสดชื่นมาก
มันช่วยปลอบประโลมท้องของฉินคั่วอย่างน่าอัศจรรย์
เขาเงยหน้าขึ้นเงียบ ๆ แล้วมองไปที่กู้ชิง
กู้ชิงกำลังกินบะหมี่เช่นกัน
เธอก้มหน้ากินบะหมี่อย่างจริงจัง แต่ว่าท่าทางของเธออ่อนช้อยมากจนเขารู้สึกพึงพอใจ
ฉินคั่วเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ทันสังเกตเห็นว่าเขาชำเลืองมองเธอ เขาจึงมองเธอแล้วรีบก้มหน้าลงไปกัดเส้นบะหมี่
กู้ชิงจะไม่สังเกตเห็นได้ยังไง?
สถานที่ที่งานทำให้เธอได้พัฒนาทักษะอันเฉียบแหลมมากมาย หากเธอไม่มีสายตาหลักแหลม การทำงานหลายปีที่ผ่านมาก็คงจะสูญเปล่าไปแล้ว
เพียงแต่เธอจดจำข้อมูลที่เคยอ่านเจอได้
คนที่เป็นโรคความจำเสื่อมมักจะพึ่งพาบุคคลแรกที่พวกเขารู้สึกว่ามีน้ำใจต่อพวกเขา
มันเหมือนกับทฤษฎีลูกไก่ที่ว่าฝักออกมาแล้วเห็นใครเป็นคนแรกก็จะคิดว่าเป็นแม่ของมันเอง
ดังนั้นเธอจึงคิดว่าฉินคั่วมองดูเธอเพราะต้องการมองหาความปลอดภัย
โชคดีที่ฉินคั่วแค่สูญเสียความทรงจำแต่ไม่ได้โง่เขลา เขายังจำจดทักษะในชีวิตได้อีกมากมาย
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว กู้ชิงก็ให้ฉินคั่วมานั่งรอบนเก้าอี้และเดินเข้าไปล้างจาน
เมื่อล้างจานเสร็จแล้ว เธอก็โทรศัพท์ไปลางานกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวครึ่งวัน
นี่เป็นครั้งแรกที่กู้ชิงขอลางานนับตั้งแต่เข้ามาทำงานที่บริษัท ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงประหลาดใจมาก “เกิดอะไรขึ้น? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
พอได้ยินน้ำเสียงเป็นกังวลของถงเหมี่ยวเหมี่ยว กู้ชิง ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ “ไม่เป็นไรค่ะคุณถง ฉันแค่มีธุระที่ต้องจัดการ”
สำหรับกู้ชิงที่เป็นฝ่ายปริปากขอลางาน มันจะต้องเป็นอะไรที่เรื่องใหญ่มากแน่ ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอนุมัติวันลาทันที กู้ชิงขอลาแค่ครึ่งวันเท่านั้น แต่เธอให้กู้ชิงลางานหนึ่งวันโดยตรงเพื่อที่วันนี้อีกฝ่ายจะได้ไม่ต้องเข้ามาที่บริษัท
กู้ชิงทำหลายอย่างเพื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวทุกวัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คิดอยากให้เธอได้พักผ่อนมานานแล้ว
แต่ว่ากู้ชิงค่อนข้างดื้อรั้นและไม่ฟังที่พูดบอกเลย
พออีกฝ่ายเอ่ยปากขอลาเอง เธอจึงอนุมัติทันที
เธอยังหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับกู้ชิง เพียงแค่อยากพักผ่อนเท่านั้น
“ขอบคุณค่ะคุณถง” กู้ชิงพูดขอบคุณเบา ๆ
“ไม่เป็นไร ถ้าจัดการไม่ได้ก็โทรมาหาฉันนะ หรือถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ไม่ต้องเกรงใจกัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลเกี่ยวกับนิสัยที่ของแบกเรื่องทุกอย่างไว้คนเดียวของกู้ชิง
“คุณถง ฉันเข้าใจแล้วค่ะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ฉันจัดการได้ค่ะ” กู้ชิงเริ่มรู้สึกว่าเธอแสบจมูก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใส่ใจเธอมากกว่าคนที่เรียกว่าสมาชิกในครอบครัวของเธอเองเสียอีก
หลังจากพูดจบ กู้ชิงก็วางสายลง
ลาหยุดหนึ่งวันเต็มก็ดี ช่วงเช้าจะได้ไปโรงพยาบาลแล้วค่อยไปสถานีตำรวจเพื่อตรวจสอบข่าวคราวของฉินคั่วในช่วงบ่าย
เธอต้องไปทำงานทุกวัน ไม่สามารถอยู่ดูแลฉินคั่วได้
ปล่อยให้ฉินคั่วกลับไปหาครอบครัวน่าจะดีกว่า สถานการณ์ทางครอบครัวของฉินคั่วน่าจะไม่ได้เลวร้ายมาก
กลับบ้านไปจะได้รับการดูแลดี ๆ
กู้ชิงวางแผนเช่นนี้ในใจ
เธอไม่ใช่คนผัดวันประกันพรุ่ง
หลังจากตัดสินใจแล้วว่าจะทำอะไร กู้ชิงก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและพาฉินคั่วไปที่โรงพยาบาล
โชคดีที่กู้ชิงซักเสื้อคลุมของฉินคั่วตั้งแต่เมื่อคืนนี้
ส่วนเสื้อผ้าที่เหลืออยู่บนร่างกายของฉินคั่วไม่ได้ดูสกปรกมากนัก
กู้ชิงไม่สนใจสิ่งอื่นใดรีบพาเขาไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล จากนั้นค่อยไปสถานีตำรวจและไปซื้อเสื้อผ้า
หลังจากไปถึงโรงพยาบาล กู้ชิงก็กรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนและพาฉินคั่วไปถ่ายภาพติดบัตร
พอได้เห็นกู้ชิงยุ่งอยู่กับเรื่องของเขา ฉินคั่วก็รู้สึกแปลก ๆ ในใจ
คนในครอบครัวก็ดูแลเขา แต่บอกได้เต็มปากเลยว่าพวกเขาไม่ได้ใส่ใจเขามากนัก อาจจะใส่ใจบ้างแต่ไม่เท่ากู้ชิงอย่างแน่นอน
กู้ชิงทำขนาดนี้เพื่อคนแปลกหน้าที่พบกันโดยบังเอิญ เธอจะต้องเป็นคนใจดีขนาดไหน?
“เสร็จแล้ว เข้าไปเอกซเรย์กับคุณหมอสิ” กู้ชิงเดินไปหาฉินคั่ว
เธอโล่งใจเล็กน้อยที่เห็นว่าฉินคั่วยังคงยืนอยู่ที่เดิม
ผู้ชายคนนี้ค่อนข้างเชื่อฟัง
“พี่สาว ผมกลัว” ขณะเดียวกัน ฉินคั่วรีบคว้าแขนของกู้ชิงด้วยสีหน้าที่น่าสงสาร
ตอนนี้กู้ชิงถือว่าฉินคั่วเป็นน้องชายของเธอแล้ว
เมื่อเห็นเขาเป็นแบบนี้ น้ำเสียงของเธอก็อ่อนโยนลง “ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวพี่รออยู่ข้างนอก”
“พี่สาวช่วยกอดผมหน่อยได้มั้ย?” ฉินคั่วจงใจทำแบบนี้
ก่อนจะเข้าไปตรวจสภาพร่างกาย เขาก็ยังอยากฉกฉวยผลประโยชน์จากหญิงสาว
“เอ่อ…” กู้ชิงกระอักกระอ่วมใจ
แม้ว่าตอนนี้ฉินคั่วจะสูญเสียความทรงจำไป แต่เขาก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
มายืนกอดกันแบบนี้มันค่อนข้างไม่เหมาะสม
เมื่อเห็นว่ากู้ชิงไม่ยอมขยับ ฉินคั่วก็หรี่ตาลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นและจงใจพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ “ทำไมล่ะ? พี่สาวไม่อยากทำเหรอ?”