พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 716 ชอบผู้ชายคนนั้นมากเลยเหรอ
ตอนที่ 716
ชอบผู้ชายคนนั้นมากเลยเหรอ
หลังจากตรวจสอบเสร็จได้ไม่นาน ผลตรวจก็ออกมา
ฉินคั่วกับกู้ชิงเข้าไปนั่งลงตรงข้ามคุณหมอ กู้ชิงดูประหม่าเล็กน้อย “คุณหมอ อาการของเขาเป็นยังไงบ้างคะ?”
“มีเลือดคั่งอยู่ในหัวนิดหน่อย แต่คุณบอกว่าผู้ป่วยความจำเสื่อม มันน่าจะเป็นการกระทบกระเทือนของสมองมากกว่า รอให้เลือดคั่งออกไปก่อนแล้วค่อยมาดูกันอีกที ส่วนสภาวะสมองเสื่อมเนี่ยหมอยังพูดอะไรมากไม่ได้หรอกครับ” คุณหมอขมวดคิ้วมีสีหน้าเคร่งขรึม
“คุณหมอ หรือว่าเขาจะไม่มีทางรักษาหายขาดคะ?” กู้ชิงรู้สึกหนักอึ้งในหัวใจ
“ไม่หรอกครับ นอกจากอาการเลือดคั่งในสมองนิดหน่อย ทุกอย่างก็ดูปกติดี พากลับรักษาที่บ้านดี ๆ เดี๋ยวก็หายเป็นปกติครับ” โรคความจำเสื่อมค่อนข้างซับซ้อนมาก แม้แต่คุณหมอก็ไม่สามารถระบุแน่ชัดได้
“ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณหมอ” กู้ชิงทำตัวเองให้กระปรี้กระเปร่า ขอบคุณคุณหมอและพาฉินคั่วออกไป
สีหน้าของกู้ชิงดูไม่ดีเลยจนฉินคั่วรู้สึกเสียใจเป็นครั้งแรก เขาไม่ควรโกหกเธอใช่ไหม?
เมื่อเห็นกู้ชิงขมวดคิ้ว เขาก็อดไม่ได้ที่อยากจะเอื้อมมือออกไปคลายปมคิ้วของกู้ชิง
ฉินคั่วทำหน้ามุ้ย “พี่สาว รู้สึกแย่ใช่มั้ย? ผมทำให้พี่เดือดร้อนแย่เลย”
“ไม่เป็นไร ไม่ได้รู้สึกแย่หรอก อย่าคิดมาก” กู้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วส่งยิ้มให้ฉินคั่ว
เด็กคนนี้ก็น่าสงสารเหมือนกัน
ได้อยู่กับครอบครัวที่ร่ำรวย ชีวิตจะต้องโรยไปด้วยกลีบกุหลาบแน่ ๆ น่าเสียดายที่เขาหลงลืมมันไป
ในเมื่อเขาอยู่ที่นี่แล้ว กู้ชิงก็จะต้องดูแลเขาให้ดี
โชคดีที่เธอประหยัดเงินมาหลายปี เลี้ยงดูคนอีกสักคนหรือทำกับข้าวเผื่ออีกสักจานก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
เขาจะเลี้ยงดูฉินคั่วให้เหมือนกับน้องชายตัวเอง
หลังจากตรวจร่างกายเสร็จแล้ว กู้ชิงก็พาฉินคั่วไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ
เธอพูดอธิบายเหตุการณ์สั้น ๆ
“คุณผู้หญิง ถ้าเป็นแบบนี้อาจจะต้องใช้เวลาตรวจสอบประมาณเดือนนึงนะครับ” ตำรวจพูดบอกกู้ชิง
ขณะเดียวกันใครบางคนเดินออกมาจากข้างใน พอเห็นฉินคั่วนั่งอยู่ข้าง ๆ กู้ชิง ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจทันที “เฮ้…”
เขากำลังจะเปิดปากพูดแต่กลับถูกสายตาเย็นชาพิฆาต ส่งผลให้ตำรวจคนดังกล่าวปิดปากเงียบทันที
เขาหยุดพูดแล้วหันหน้าไปทางอื่น
หลังจากลงบันทึกเสร็จ กู้ชิงก็พาฉินคั่วออกมาข้างนอก
จู่ ๆ ฉินคั่วก็พูดขึ้นว่า “พี่สาว ผมอยากไปห้องน้ำ”
“เธอรู้มั้ยว่าห้องน้ำอยู่ทางไหน? อยากให้พี่พาไปมั้ย?” กู้ชิงไม่ได้สงสัยอะไรเลย
“ไม่เป็นไรฮะ ผมเห็นแล้ว ผมจำได้” ฉินคั่วพูดแล้วยิ้ม
“งั้นก็ระวัง ๆ ด้วยล่ะ อย่าเดินเพ่นพ่าน เสร็จแล้วก็รีบกลับมา” กู้ชิงไม่ลืมพูดเตือน
สภาพปัจจุบันของฉินคั่วทำให้เธอไม่ไว้วางใจเลย
“ครับ ขอบคุณ” ฉินคั่วพยักหน้าอย่างมีความสุขแล้วเดินไปที่ห้องน้ำ
กระทั่งเดินไปถึงสถานที่ที่อยู่ลับสายตากู้ชิง ตัวตนที่ไร้เดียงสาของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นคุณชายฉินที่ไม่แยแสและเอาแต่ใจอีกครั้ง
เขาเดินมาถึงห้องน้ำและเป็นไปตามที่คาดเอาไว้ มีใครบางคนรอเขาอยู่ที่นี่
เมื่อเห็นฉินคั่ว ชายคนนั้นก็ยื่นบุหรี่ให้
ฉินคั่วโบกมือปฏิเสธ “ไม่ล่ะ”
หากกู้ชิงได้กลิ่นควันจากตัวเขาคงจะพูดอธิบายได้ยาก
“ว้า เปลี่ยนไปแฮะ เกิดอะไรขึ้น? แล้วสาวสวยที่อยู่กับแกคือใคร?” เขาเป็นเพื่อนอีกคนหนึ่งของฉินคั่วในเมืองเป่ย
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นฉินคั่วแสดงท่าทางแบบนี้กับคนอื่น
มันน่าแปลกมาก
“อย่ามองส่งเดช มันไม่ใช่อย่างที่แกคิด” ฉินคั่วจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชาและตอบกลับอย่างไม่แยแส
“ฉันก็แค่สงสัย แกคิดว่าฉันเป็นคนยังไง?” ชายตรงหน้าทำอะไรไม่ถูก
แต่กลับรู้สึกแปลกใจอย่างมาก
โดยปกติแล้วฉินคั่วจะเป็นพวกเพลย์บอยที่ท่องราตรีอยู่ท่ามกลางหมู่ดอกไม้ ไม่เคยเห็นเขาสนใจใครขนาดนี้มาก่อน
“ปกป้องขนาดนี้ จริงจังเหรอ?” เขาถามต่อ
“จะจริงจังหรือไม่จริงจังมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับแก” สีหน้าของฉินคั่วเปลี่ยนเป็นเย็นชา
กระทั่งใบหน้าของอีกฝ่ายดูจริงจังขึ้น “ฉินคั่ว ฉันเตือนแกไว้เลยนะว่าถ้าคิดจะเล่น ๆ ก็เลิกยุ่งกับเธอซะ เธอไม่ใช่คนที่แกจะมาเล่นด้วยได้ ฉันรู้จักเธอและชอบเธอมาเป็นสิบปีแล้ว แต่ฉันแค่ไม่มีโอกาส แกมีคู่นอนอีกตั้งเยอะแยะ มีคนแบบไหนที่หาไม่ได้อีก? อย่ามายุ่งกับเธอ!”
“อยากตายหรือไง!” ฉินคั่วยกกำปั้นขึ้นและชกหน้าอีกฝ่ายอย่างแรง
ชายคนนั้นไม่ได้หลบแต่เช็ดเลือดที่มุมปากแล้วพูดถากถางว่า “อีกอย่างเธอเคยแต่งงานแล้ว นายน้อยฉินรับได้มั้ยล่ะ?”
สีหน้าของฉินคั่วดูน่าเกลียดขึ้นทันที “ต่อให้เป็นของเหลือ ฉันก็ไม่ให้แก!”
“ฉินคั่ว แกนี่มัน… เฮงซวยจริง ๆ!” เหยียนหมิงจ้องมองฉินคั่วอย่างเย็นชา
“แล้วไงล่ะ? ตอนนี้ฉันอยู่ข้าง ๆ เธอแล้ว ส่วนแกไม่มีปัญญามาอยู่ข้างเธอด้วยซ้ำ!” ดวงตาสีนิลของฉินคั่วเต็มไปด้วยความเย็นชา
ทั้งสองยืนจ้องเขม็งกันเงียบ ๆ
กู้ชิงกำลังรออยู่ที่ล็อบบี้ในสถานีตำรวจ เธอเห็นว่าผ่านไปสิบนาทีแล้วแต่ฉินคั่วก็ยังไม่กลับมาสักที
เธอจึงเป็นกังวลและริเริ่มออกมาตามหาเขา
หลังจากนั้นเธอก็เห็นฉินคั่วยืนเผชิญหน้าอยู่กับใครบางคน “ทำไมนานจัง?”
ขณะเดียวกันฉินคั่วรีบเปลี่ยนท่าทางและสีหน้ากลายเป็นคนไร้เดียงสาอีกครั้ง “พี่สาว”
เมื่อเห็นว่าเขาเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว เหยียนหมิงก็ กระตุกปาก
ฉินคั่วคงจะมีทักษะรับมือกับสาว ๆ มามากมายใช่ไหม?
กู้ชิงเดินเข้ามาและเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉินคั่ว
กู้ชิงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจทันที “เหยียนหมิง กลับมาแล้วเหรอ?”
เหยียนหมิงมองดูเธอด้วยใบหน้าที่อ่อนโยนขึ้น “อืม เพิ่งถูกย้ายกลับมาที่เมืองเป่ยน่ะ ไว้ว่างแล้วเราไปกินข้าวกันมั้ย?”
“ได้สิ เราไม่ได้เจอกันนานมากเลยอ่ะ” เหยียนหมิงกับ กู้ชิงเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน
พวกเขาเคยอยู่โรงเรียนเดียวกัน และเธอกับเหยียนหมิง ก็สนิทสนมกัน
แต่ต่อมาเธอแต่งงานและเหยียนหมิงก็ถูกย้ายไปที่อื่น พวกเขาจึงไม่ค่อยได้ติดต่อกัน
นึกไม่ถึงว่าจะบังเอิญเจอกันที่นี่
ฉินคั่วจำใจยืนมองทั้งสองคนแลกข้อมูลการติดต่อและพูดคุยกันอย่างกะหนุงกะหนิง
เนื่องจากตอนนี้เขารับบทเป็นผู้ป่วยความจำเสื่อม เขาจึงไม่สามารถห้ามปรามทั้งสองคนได้
หลังจากแลกเปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์แล้ว กู้ชิงก็เพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก
“นายรู้จักเขาเหรอ?”
เหยียนหมิงเหลือบมองฉินคั่วแล้วได้รับคำเตือนจากสายตาของฉินคั่ว น่าแปลกที่เหยียนหมิงไม่ได้พูดเปิดโปงฉินคั่ว “เปล่าหรอก เขาบอกว่าเสื้อผ้าฉันเท่ดีน่ะ ก็เลยขอดูใกล้ ๆ”
“อย่างนี้นี่เอง” กู้ชิงพยักหน้าเบา ๆ
ฉินคั่วสูญเสียความทรงจำไปจึงเป็นเรื่องปกติที่เขา จะสงสัยทุกอย่าง
“ว่าแต่นี่คือยังไง เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ทำไมฉันไม่เคยเห็นคนคนนี้มาก่อน” เหยียนหมิงชี้ไปที่ฉินคั่วแล้วพูดถาม
“ไม่มีอะไรหรอก แค่อุบัติเหตุนิดหน่อย” กู้ชิงไม่รู้ว่าทำไม เพียงแต่เธอไม่อยากเล่าเรื่องของฉินคั่วให้คนอื่นฟัง
นอกจากนี้ยังหวังว่าถ้าวันหนึ่งเขาจำอะไรได้แล้วเขา จะไม่รู้สึกอับอาย
“อ๋อ งั้นเอาไว้ฉันโทรหานะ ตอนนี้ฉันต้องไปทำงานก่อน ขอตัวล่ะ” เหยียนหมิงเห็นว่ากู้ชิงไม่อยากเล่า เขาจึงไม่ได้ถามเค้น
จนกระทั่งเหยียนหมิงจากไปแล้วแต่กู้ชิงยังคงมองตามหลังเขา ฉินคั่วที่เดิมทีอารมณ์เสียอยู่ก็ยิ่งรู้สึกไม่มีความสุขเข้าไปอีก แต่เขาแสดงออกมาไม่ได้ “พี่สาว ชอบผู้ชายคนนั้นมากเลยเหรอ?”