พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 717 เดี๋ยวก็มีคนมาจัดการเธอเอง
ตอนที่ 717
เดี๋ยวก็มีคนมาจัดการเธอเอง
“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ?” กู้ชิงสับสน
“ก็พี่ดูมีความสุขตอนเจอหน้าพี่ชายคนนั้น แต่พอเจอหน้าผมก็ขมวดคิ้วทุกที” ฉินคั่วเม้มปาก
เมื่อนึกถึงตอนที่กู้ชิงยิ้มให้เหยียนหมิงอย่างมีความสุข ฉินคั่วก็รู้สึกถึงความหดหู่ที่ปะทุขึ้นมากลางใจ
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้มีอารมณ์อ่อนไหวอย่างรุนแรงกับผู้หญิงที่เคยเจอหน้ากันเป็นครั้งแรก
แต่สรุปสั้น ๆ ได้ว่าเขาไม่มีความสุขมาก
“พี่ไม่ได้ขมวดคิ้ว ก็เธอไม่สบายพี่สาวก็เป็นห่วงเธอไง ส่วนเหยียนหมิงเราเคยเรียนห้องเดียวกันมา เคยสนิทกันมาก่อน เป็นเรื่องปกติที่พี่จะดีใจที่ได้เจอเขา” กู้ชิงไม่รู้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในของฉินคั่ว
แต่ถึงอย่างนั้นเธอยังคงพูดอธิบายออกไป
เพื่อไม่ให้เพื่อนตัวน้อยเสียความรู้สึก
“อย่างนั้นเองเหรอ?” ฉินคั่วแสดงรอยยิ้มมีความสุขตามที่คาดการณ์เอาไว้
แต่ภายในใจกลับมืดมน
สนิทกันเหรอ?
ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าจะปล่อยให้เหยียนหมิงอยู่ในเมืองเป่ยต่อไปไม่ได้!
เพราะเขาอาจจะชวนกู้ชิงออกกินข้าวเย็นเมื่อไหร่ก็ได้
“ใช่แล้ว เดี๋ยวพี่จะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าสักสองชุด หลังจากนั้นเดือนนึงถ้าเธอหาครอบครัวเจอแล้วก็น่าจะมีชุดใส่พอ” กู้ชิงพึมพำและคำนวณการณ์อย่างรอบคอบ
ทว่าฉินคั่วไม่อยากจากกู้ชิงไปเลย
เขาอยากจะพึ่งพากู้ชิงไปตลอดชีวิต
นี่จะเรียกว่ารักแท้ได้ไหม?
พวกเขาพบกันเพียงแค่สองวันเท่านั้น แต่ฉินคั่วแทบ จะรอสร้างอนาคตกับคนตรงหน้าไม่ไหวแล้ว
กระนั้นเขารู้ดีว่าไม่ควรทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวและควรใช้เวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ฉินคั่วสังเกตเห็นประเด็นสำคัญเช่นกัน
เมื่อกี้นี้เหยียนหมิงบอกว่ากู้ชิงเคยผ่านการแต่งงานแล้ว
ผู้ชายแบบไหนที่สามารถครอบครองกู้ชิงได้?
แต่ไม่มีร่องรอยของผู้ชายคนนั้นในบ้านของเธอเลย เธอน่าจะหย่าแล้วใช่ไหม?
อีกด้านหนึ่งเขามีความสุขที่กู้ชิงสามารถทิ้งผู้ชายเฮงซวยคนนั้นไปได้ แต่ในทางกลับกันเขาก็ตงิดใจว่ายังมีคนที่ไม่ชื่นชมความงามของกู้ชิงอยู่อีกเหรอ?
มันน่าฆ่าให้ตายจริง ๆ!
แค่นายน้อยฉินแสร้งทำตัวเป็นบ้าและโง่เขลาเพื่อให้ได้ใกล้ชิดก็พิสูจน์ให้เห็นถึงเสน่ห์ของกู้ชิงแล้ว
กู้ชิงพาฉินคั่วไปที่ห้างสรรพสินค้า
เธอหยิบเสื้อผ้าออกมาสองชุดและให้ฉินคั่วเข้าไปลองเสื้อผ้า
ฉินคั่วเป็นคนรูปร่างดี สวมใส่อะไรก็ดูดีไปหมด
ทว่าราคาเสื้อผ้ากลับทำให้กู้ชิงปวดใจ
“ว่าไงนะคะ?” กู้ชิงมองดูพนักงานขายด้วยสายตาเหลือเชื่อ
กู้ชิงเป็นคนสวยและฉินคั่วก็ดูไม่เหมือนคนไม่มีเงิน
เมื่อพวกเขาทั้งสองเดินเข้ามา พนักงานขายก็ตั้งใจแนะนำสินค้ากับพวกเขามาก
แต่เมื่อได้ยินเสียงอุทานของกู้ชิง เธอก็เผลอขมวดคิ้วแล้วพูดบอกอย่างอดทนว่า “คุณผู้หญิงคะ กางเกงตัวนี้ราคาสามพันห้าร้อยหยวน ส่วนเสื้อราคาสี่พันแปดร้อยหยวน รวมทั้งหมดแปดพันสามร้อยหยวนค่ะ”
นี่มันร้านขายเสื้อผ้าบ้าอะไร ขายเสื้อผ้าราคาเกือบหนึ่งหมื่นหยวน
แต่แน่นอนว่ายังมีร้านค้าแบบนี้อยู่
ครั้งสุดท้ายที่กู้ชิงมาซื้อชุดสูทไปทำงาน มันราคาไม่ถึงหนึ่งพันหยวนด้วยซ้ำ
ทำไมตอนนี้ราคาแพงจัง?
หรือเพราะว่าเป็นยี่ห้อเสื้อผ้าของผู้ชาย?
“แค่สองตัวทำไมแพงจัง พวกคุณกะจะขายไปสร้างบ้านหรือไง?” กู้ชิงพึมพำ
พนักงานขายยิ้มบิดเบี้ยวแล้วพูดว่า “คุณผู้หญิงคะ เสื้อผ้าของเราคือเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่รับประกันคุณภาพ ถ้าคุณไม่มีเงินก็ไปเดินดูร้านห้างข้าง ๆ เถอะค่ะ ที่นั่นมีสินค้าลดราคาเยอะแยะ สองตัวก็แค่ร้อยหยวนเองค่ะ”
คำพูดดูหมิ่นทำให้กู้ชิงขมวดคิ้ว “พูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ?”
“ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละค่ะ คุณผู้หญิง ถ้าไม่มีเงินซื้อก็อย่าเข้ามาเลยค่ะ จะมาทำให้พวกเราเสียเวลาขายของทำไม?” พนักงานขายรู้สึกอัปยศอดสูมากที่เมื่อสักครู่นี้เดินวนเวียนอยู่กับกู้ชิง
นึกว่าจะเป็นเศรษฐี ที่ไหนได้เป็นแค่คนจน ๆ ไม่มีเงินซื้อของ
ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อของที่มีมูลค่าแค่พันหยวนแล้วจะเดินเข้ามาที่นี่ทำไม
น่าตลกจริง ๆ
“คุณคะ ที่คุณพูดมันเกินไปแล้ว คุณเป็นพนักงานขายมีหน้าที่แนะนำสินค้าให้กับลูกค้า อีกอย่างตอนนี้คุณก็ยังอยู่ในเวลาทำงานไม่ใช่เหรอคะ? ทำไมถึงกล้าดูถูกคนอื่น ถึงฉันจะไม่มีกำลังซื้อ แต่คุณก็น่าจะไม่มีกำลังซื้อกันนั่นแหละ!” กู้ชิงโมโหมาก
สมัยนี้คนดูถูกกันเยอะมากจริง ๆ
เป็นคนเหมือนกันแท้ ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมพนักงานขายเสื้อผ้าพวกนี้ถึงได้คิดว่าตนเองอยู่เหนือกว่าชาวบ้านเขาร่ำไป
ใบหน้าของพนักงานขายกลายเป็นสีซีดเผือด เธอถูกกู้ชิงพูดสั่งสอนจนไม่กล้าพูดอะไรออกไป
เธอเคยทะเลาะกับลูกค้าที่ไม่มีเงินมาก่อน แต่หลายคนมักจะเดินออกไปเงียบ ๆ
ที่นี่ถ้าคุณไม่มีเงินคุณก็จะดูด้อยค่ามากจนไม่สามารถทำอะไรได้อีก
นึกไม่ถึงว่าวันนี้เธอจะมาเจอคนปากคอเราะร้าย
เธอแค่พูดออกไปด้วยความเคยชิน กดขี่คนอื่นจนเป็นนิสัยแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ถ้าผู้จัดการมารู้เข้า… เธอจะไม่ตกงานเอาเหรอ?
พนักงานขายหน้าซีดเผือดขณะนึกถึงผลที่ตามมา แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ก้มหัวขอโทษ
“ช่างเถอะ ฉันไม่อยากได้ชุดนี้แล้ว ต่อให้ฉันจะมีเงินฉันก็ไม่อยากซื้อของร้านพวกคุณอีก การบริการของพวกคุณแย่มากจริง ๆ” กู้ชิงเหลือบมองพนักงานขายด้วยสายตาเย็นชาก่อน จะบอกฉินคั่วให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและดึงตัวฉินคั่วออกไป
พนักงานขายรู้ว่าเธอผิด เธอจึงก้มหน้าจัดเรียงสินค้าโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองอีก
กระทั่งเดินออกมาข้างนอก ฉินคั่วก็หยุดเดิน
กู้ชิงหันกลับไปมองเขาด้วยความสับสน “มีอะไรเหรอ?”
“พี่สาวน่าจะเรียกผู้จัดการพวกเขาออกมาจัดการ พนักงานขายนั้นจะได้ถูกไล่ออก ทำไมพี่สาวไม่เรียกผู้จัดการมาล่ะ?” ฉินคั่วเข้าไปซื้อของในห้างสรรพสินค้านั้นอยู่ประจำ
เขารู้ว่าการฝึกฝนพนักงานขายของพวกเขาเข้มงวดมากและไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็นแบบนั้น
หากเรียกผู้จัดการมา พนักงานขายก็จะถูกไล่ออก
เห็นได้ชัดว่ากู้ชิงรู้ในจุดนี้แต่เธอกลับไม่ยอมทำมัน
“ช่างเถอะ หางานตอนนี้ไม่ง่ายหรอก คนเราต้องผ่อนปรนกันบ้าง พี่พูดไปขนาดนั้นแล้ว หลังจากนี้เธอคงไม่กล้าทำแบบนั้นอีก” ผ่อนปรนบ้างสักนิดเพื่อที่ในอนาคตจะได้มองหน้ากันติด
กู้ชิงไม่ใช่คนทำอะไรเกินกว่าเหตุ
มันก็แค่คำพูดเพียงไม่กี่คำ ไม่ได้ทำให้เสียหายอะไร
หากเธอยังบริการแบบนี้ต่อไป เดี๋ยวก็มีคนมาจัดการเธอเอง
“พี่สาวใจดีจัง” ฉินคั่วก้มหน้าลง ทำให้มองเห็นสีหน้าเขาได้ไม่ชัดเจน
“ไม่ได้ใจดีหรอก มันไม่ง่ายสำหรับทุกคน พี่พอจะเข้าใจ” กู้ชิงตบไหล่เขาเบา ๆ
ตอนที่เธอออกมาจากบ้านหลังนั้น กู้ชิงยังไม่มีประสบการณ์การทำงานและพบเจออุปสรรคทุกรูปแบบ
เธอต้องทำงานเยอะมาก
พอมาลองคิดดูแล้วทุกคนก็เคยผิดพลาดกันทั้งนั้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้
“ที่นี่แพงเกินไป เราไปดูที่อื่นกันดีกว่า” กู้ชิงรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องซื้อเสื้อผ้าที่มีราคาแพงขนาดนั้น
เสื้อผ้าพวกนั้นก็มีแค่ชื่อแบรนด์ แต่บางทีคุณภาพอาจจะห่วยแตกกว่าเสื้อผ้าที่ขายตามแผงลอยริมถนนก็ได้
ถึงอย่างนั้นเสื้อผ้าบนตัวฉินคั่วกลับเป็นแบรนด์เนมชื่อดัง
เฮ้อ บอกได้แค่ว่าเธอไม่มีเงินซื้อมัน
แม้ว่าเธอจะมีเงินอยู่บ้าง แต่เธอก็ลังเลที่จะซื้อเสื้อผ้าที่มีมูลค่าเกือบหมื่นหยวน
โปรดยกโทษให้กระเป๋าตังแบน ๆ ของเธอด้วย ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะไปดูห้องชุดคอนโดมา แต่กลับไม่มีปัญญาซื้อมัน
“เอาตามพี่สาวบอกเลยฮะ ผมไม่สนใจหรอก” ฉินคั่วยิ้ม
ฉินคั่วรู้สึกว่าสมองของเขาน่าจะมีปัญหาเข้าแล้วจริง ๆ
เขายอมสละเสื้อผ้าดี ๆ เพื่อมาทนทุกข์ทรมานที่นี่
แต่น่าแปลกใจที่ฉินคั่วไม่ได้รู้สึกลำบากใจอะไรเลย กลับรู้สึกสบายใจกับการวางแผนอย่างรอบคอบของกู้ชิง
บางทีนี่อาจจะเป็นเศษเสี้ยวของความงาม