พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 737 ขาดผู้หญิงแล้วจะตายหรือไง
ตอนที่ 737
ขาดผู้หญิงแล้วจะตายหรือไง
“แกจะลอบฆ่าฉันเหรอ? เหมี่ยวเหมี่ยวมองแกไม่ดีมาตั้งแต่แรกแล้ว แกยังจะกล้าขอให้ฉันทำอะไรแบบนี้อีก?” มู่อวี้เฉิงปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
หากถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้เรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมองเขาอย่างไรบ้าง
“แต่แกเป็นเพื่อนฉันไม่ใช่หรือไง? อย่าให้พี่สะใภ้รู้สิ ฉันอยากตามสืบเรื่องนี้แล้วก็อยากตามสืบที่อยู่ของกู้ชิงด้วย มันสำคัญกับฉันมาก” ฉินคั่วเริ่มรู้สึกโกรธเล็กน้อย
“ฉันไม่ช่วยแกตามสืบหรอก” มู่อวี้เฉิงพูดบอกเบา ๆ
ฉินคั่วเบิกตากว้าง จากนั้นมู่อวี้เฉิงก็พูดต่อว่า “แต่ฉันให้แกยืมคนได้ สั่งการได้ตามที่ต้องการเลย แต่ถ้าโดนจับได้แกต้องบอกว่าเป็นคนของแกนะ”
มู่อวี้เฉิงย่อมมีแผนการเสมอ
เขาทำความสะอาดประวัติตัวเองให้ผ่องใสก่อนแล้วค่อยพูดเรื่องอื่นต่อ
“งั้นก็ได้ แต่อวี้เฉิง เวลากลัวเมียนี่มันรู้สึกยังไงเหรอ?” ฉินคั่วยังคงไม่ค่อยเข้าใจ
คนอย่างมู่อวี้เฉิงกลัวถงเหมี่ยวเหมี่ยวขนาดนี้
เขาก็เกรงว่าโลกคงจะเปลี่ยนไปแล้ว
“ฉันไม่ได้กลัวเมีย ฉันแค่อยากเคารพการตัดสินใจของเหมี่ยวเหมี่ยวและไม่ทำอะไรที่ทำให้เธอเป็นทุกข์ มันเป็นพื้นฐานของการรักใครสักคน” มู่อวี้เฉิงพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์
แน่นอนว่าความคิดของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน
“ฉันก็พอจะรู้แหละ แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ฉันทำลงไปมันทำร้ายกู้ชิงมาก เธอถึงอยากให้ฉันอยู่ห่างจากเธอ แต่ฉันจะอยู่ให้ห่างจากเธอได้ยังไง…” ฉินคั่วพึมพำ
เขารู้จักนิสัยของตัวเองดีกว่าใคร ๆ
“อย่ายอมแพ้ให้กับเรื่องพวกนี้ แกก็พิจารณาด้านอื่น ๆ เอาแล้วคอยออกโรงมาช่วยเธอให้ทันเวลาก็พอ ที่ฉันจะแนะนำคือพาเธอกลับมาอยู่ใต้จมูกซะ แล้วเธอจะทำอะไรก็ปล่อยให้เธอทำไป ขอแค่เธอไม่คาดสายตาแกเท่าเป็นอันว่าใช้ได้” ไม่เพียงแต่ผู้ชายจะโหดเหี้ยมเท่านั้น แต่ผู้หญิงก็ไม่แพ้กัน
คราวเมื่อพวกผู้หญิงทำตัวโหดร้าย พวกเธอไม่ได้โหดร้ายไปน้อยกว่าพวกผู้ชายเลย
เมื่อสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น อารมณ์ของ ฉินคั่วก็ดีขึ้นเช่นกัน
เขากะพริบตามองดูมู่อวี้เฉิงแล้วพูดว่า “อวี้เฉิง แกหมายความว่ามันมีเบื้องลึกเบื้องหลังมาก่อนใช่มั้ย หรือว่านี่จะเป็นเรื่องของแกกับพี่สะใภ้?”
“แกเมาเหรอ? ฉันก็บอกแกไปแล้วไม่ใช่หรือไง?” มู่อวี้เฉิงทำอะไรไม่ถูก
เขาไม่ควรมาเสวนากับคนเมา
“ฉันเมาแล้วหัวสมองขุ่นมัวมาก ฉันถูกความรักบังตา แกดูสิฉันไม่มีข้อมูลติดต่อของเธอด้วยซ้ำ มันน่าตลกมั้ยล่ะ?” ฉินคั่วพูดแล้วหัวเราะทันที
ทว่าหางตากลับมีน้ำตาเอ่อล้นออกมา
“คิดจะหาข้อมูลการติดต่อของเธอน่ะมันไม่ยากหรอก ฉันส่งต่อให้แกแล้ว ไปตามสืบเอาเองแล้วกัน” มู่อวี้เฉิงตบไหล่ ฉินคั่ว
นึกไม่ถึงว่าชายผู้มากประสบการณ์ทางด้านความรักอย่างฉินคั่วจะมาขอให้เขาแก้ไขข้อกระจ่างให้
“เธอเกลียดฉัน ไม่อยากเห็นหน้าฉัน แต่ฉันคิดถึงเธอมากจะทำยังไงดี?” ฉินคั่วพูดด้วยน้ำเสียงของคนอกหัก
มู่อวี้เฉิงส่ายหัวแล้วไม่พูดอะไร
เขาหยิบกล้องโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปฉินคั่วในสภาพแบบนี้เอาไว้
โดยคิดจะเก็บรูปนี้ไว้ให้เขาดูทีหลัง ตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในห้วงความรักที่ยากลำบาก
จนกระทั่งฉินคั่วร้องไห้มากพอแล้วจึงเริ่มดื่มอีกครั้ง
มู่อวี้เฉิงรีบคว้าขวดออกมาจากมือ “ฉันแนะนำให้แกรีบสร่างเมาแล้วไปตามหาเธอจะดีกว่า แกอยู่ที่เมืองเป่ยมานานจนตรวจสอบโครงการเสร็จหมดแล้ว แกจะปล่อยให้ลุงฉินรออีกนานแค่ไหน? ถ้าแกไม่ใช้โอกาสนี้ตามหาเธองั้นแกก็ไปซะ แต่ว่าหลังจากนี้จะมีโอกาสอีกมั้ยล่ะ?”
เขาจ้องมองฉินคั่วด้วยสายตาเกลียดชัง
โดยปกติฉินคั่วจะเป็นคนเฉลียวฉลาด
แต่มันสมองกลับหยุดทำงานในช่วงเวลาวิกฤต
“ฉันก็คิดแบบนั้น แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง” ฉินคั่วถือแก้วไวน์ด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย
“แกต้องรู้สิ แกจะไม่รู้ได้ยังไง?” มู่อวี้เฉิงรู้สึกหมดหนทาง
“ถ้าคิดไม่ได้ก็อยู่คิดที่นี่มันทั้งคืนไปเลย” เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริง ๆ
“ฉันไม่รู้จริง ๆ ไม่รู้” ฉินคั่วส่ายหัว สีหน้าดูเจ็บปวดอย่างมาก
มู่อวี้เฉิงขี้เกียจเกินจะพูดเรื่องไร้สาระกับเขา เขามองดูเวลาแล้วพบว่าหลังจากพูดคุยกับฉินคั่วเพียงแค่ไม่กี่ประโยคก็ดึกมากแล้ว
“แกจะอยู่ต่อก็ได้นะ แต่ฉันกลับก่อน” มู่อวี้เฉิงพูดแล้วลุกขึ้นเตรียมจะจากไป
ฉินคั่วรีบคว้าเขาเอาไว้แล้วพูดว่า “เพื่อนกันเขาเป็นแบบนี้เหรอ แกทิ้งฉันไปแบบนี้ยังมีความเป็นคนอยู่อีกมั้ย?”
“ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังแกร้องไห้นะ ลูกน้องก็ให้ยืมแล้วยังจะเอาอะไรอีก?” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เขาพูดบอกฉินคั่วไปหลายอย่างแล้ว และตอนนี้เขาก็เริ่มหมดความอดทน
“รอเดี๋ยวสิ ขอฉันสงบสติแป๊บ” ฉินคั่วทรุดตัวลงไปนั่งบนโซฟาด้วยความงุนงง
“ฉันออกไปแล้วแกค่อยสงบสติก็ได้” มู่อวี้เฉิงหยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกไป
“ฉันไปด้วย อยู่ที่นี่มันน่าเบื่อ” ฉินคั่วแค่ไม่อยากอยู่คนเดียว
พอกู้ชิงไม่อยู่แล้วมันก็ทำให้เขารู้สึกว่างเปล่ามากขึ้น
เขาต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง
ไม่เช่นนั้นเขาจะรู้สึกว่าถูกทุกคนทอดทิ้ง
“แกจะไปไหน? เดี๋ยวฉันไปส่ง” มู่อวี้เฉิงเห็นว่าฉินคั่วยังเดินได้ตามปกติ เขาจึงไม่ได้เข้าไปช่วยพยุง
“ฉันอยากไปบ้านของกู้ชิง” ฉินคั่วพูดด้วยสติเลื่อนลอย
มีเพียงที่นั่นเท่านั้นที่เขายังคงสัมผัสกลิ่นหอมของกู้ชิงได้
เมื่อคืนมันยุ่งเหยิงมาก พอเขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า กู้ชิง ก็ทำความสะอาดหมดแล้ว
แม้แต่ผ้าปูโซฟายังถูกเปลี่ยนใหม่
กู้ชิงแสนดีขนาดนี้ ทำไมเขาไม่รู้จักหวงแหนเธอเอาไว้ให้ดี
เขาจะหาคนดี ๆ แบบนี้ได้อีกที่ไหน?
“จะไปน่ะมีกุญแจมั้ย?” มู่อวี้เฉิงยิ้มเยาะ
“ฉัน… ไม่มี” ฉินคั่วเมามากจนเรอออกมา จากนั้นดวงตาของเขาก็มืดมนลง
“บ้านในเมืองเป่ยแกอยู่ไหน? เดี๋ยวฉันพาไปส่ง” มู่อวี้เฉิงยังไม่เคยไปบ้านของฉินคั่ว
เขาจึงไม่รู้ว่าบ้านของอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน
หากเป็นบ้านหลังที่เมืองหนานเขารู้จักดี
ฉินคั่วบอกที่อยู่ให้กับมู่อวี้เฉิง
หลังจากเดินทางมาถึงบ้าน ผู้หญิงคนหนึ่งก็เปิดประตูออกมา
ในตอนแรกผู้หญิงคนนั้นขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่หลังจากเห็นฉินคั่ว ดวงตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นทันที “คุณชายฉิน ลมอะไรหอบมาคะ? ฉันรอคุณมาตั้งนาน”
“นี่ใคร?” มู่อวี้เฉิงกัดฟันแล้วมองไปที่ฉินคั่ว
หรือว่าฉินคั่วจะพูดโกหกเขาทั้งหมด?
ถ้าอีกฝ่ายชอบกู้ชิงจริง ๆ ทำไมถึงยังมีผู้หญิงอีกคนรออยู่ที่บ้าน?
แม้ว่าฉินคั่วจะเมาแต่ความจำเขายังดีอยู่ ทว่าเขากลับ หรี่ตาลงและไม่สามารถบอกได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือใคร
“เธอเป็นใคร?” ฉินคั่วถามด้วยสีหน้าว่างเปล่า
หญิงสาวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “คุณชายฉิน คุณพาฉันออกมาจากโรงเรียนแล้วบอกให้ฉันพักอยู่ที่นี่ ฉันไม่ได้เจอคุณมานานแล้ว แต่ฉันยังรอคุณอยู่ที่นี่เสมอนะคะ”
“ฉินคั่ว อธิบายมา!” มู่อวี้เฉิงจ้องมองฉินคั่วด้วยสายตาเย็นชา
ฉินคั่วมีคู่นอนมากเกินไป
จนลืมไปแล้วเหรอว่าใครเป็นใครบ้าง?
แต่ฉินคั่วก็เหลือเกิน นึกไม่ถึงว่าเขาจะไปไกลขนาดนี้
ทุกที่ที่อาศัยอยู่จะต้องมีคู่นอนอย่างน้อยหนึ่งคน
ขาดผู้หญิงแล้วจะตายหรือไง?