พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 741 สายเกินกว่าจะแก้ไข
ตอนที่ 741
สายเกินกว่าจะแก้ไข
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่คุ้นเคยกับช่วงเวลาที่ไม่มีกู้ชิง
โดยปกติแล้วกู้ชิงจะคอยจัดแจงเอกสารให้อย่างเหมาะสมเสมอ
แต่ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจำเป็นต้องทำด้วยตัวเอง
อย่างไรก็ตามเธอชักจะทนไม่ไหวแล้ว
ในไม่ช้าเธอก็พึ่งพาตัวเองจนเอาชนะความยากลำบากได้สำเร็จและยังคงยุ่งนิดหน่อย
ลู่ซีจวี๋ย่องเข้ามาในห้องทำงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เงียบ ๆ
กระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นและเห็นคนตัวใหญ่อยู่ในห้องทำงานเธอ เธอก็ตกใจมาก
“รุ่นพี่ มีอะไรคะ? ทำไมมาไม่ให้สุ้มให้เสียงล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบหน้าอกแล้วถอนหายใจ
“ไม่ได้ข่าวอวี่โหรวบ้างเลยเหรอ?” ช่วงนี้เขาพยายามใช้เส้นสายตามหาที่อยู่ของอินอวี่โหรว
แต่ว่าผลลัพธ์กลับไม่เป็นที่น่าพอใจ
อาจเป็นเพราะว่าผู้เฒ่าอินก็อยู่ที่นั่นด้วย
ตระกูลอินจึงพยายามปิดบังที่อยู่ของทั้งสองคนเอาไว้เป็นความลับ
อินอวี่โหรวเดินทางออกไปไกลและจงใจปกปิดไม่ให้เขาหาเจอ เขาจึงค้นหาเบาะแสอะไรไม่เจอเลย
“อวี่โหรวจะกลับมา รอก่อนเถอะค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจ
น่าเศร้าที่แม้แต่ตัวเธอก็ไม่รู้ข่าวคราวเกี่ยวกับอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวไม่ได้ติดต่อมาหาเธอเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากรู้ว่าอินอวี่โหรวเป็นยังไงบ้าง สบายดีหรือไม่
เธอมักจะเปิดดูกล่องข้อความอีเมล แต่ไม่มีการตอบกลับมาเลย
“เหมี่ยวเหมี่ยว บอกพี่มาตามตรงว่าอวี่โหรวไม่ได้ติดต่อหาเธอเลยจริง ๆ เหรอ?” ลู่ซีจวี๋มองตรงไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาไม่อยากจะเชื่อ
ท้ายที่สุดแล้วอินอวี่โหรวมีถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นเพียงสนิทแค่คนเดียว
อินอวี่โหรวให้ความสำคัญกับคนสนิทมาก
จะเมินเฉยแบบนี้ได้ยังไง?
“รุ่นพี่ อย่ามาคาดเดาอะไรจากฉันเลยค่ะ ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้วฉันไม่ต้องโกหกพี่หรอก อวี่โหรวไม่ได้ติดต่อมาหาฉัน ก่อนหน้านี้ฉันโกหกพี่ก็จริง แต่อวี่โหรวบอกจะกลับมาเข้าร่วมงานแต่งฉัน คงจะอีกไม่นานแล้วล่ะค่ะ พี่ก็รอหน่อยเถอะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นปฏิกิริยาของลู่ซีจวี๋ในช่วงเวลานี้
โดยคิดว่าเขาน่าจะเข้าใจเธอผิด
และดูเหมือนว่าลู่ซีจวี๋จะยังรักอินอวี่โหรวเช่นกัน
เธอรู้ดีว่าอินอวี่โหรวก็ชอบลู่ซีจวี๋มาก
หากก่อนหน้านี้ได้รับการเอาใจใส่อย่างดี เธอคงจะต้องประทับใจกับเรื่องนี้
หากอินอวี่โหรวไม่สนใจแล้วจริง ๆ เธอจะหนีไปทำไม?
“เธอบอกงั้นจริงเหรอ?” นี่เป็นครั้งแรกในรอบปีที่ดวงตาของลู่ซีจวี๋กลับมาสดใสอีกครั้ง
แต่อย่างว่ามันยังเหลือเวลาอีกมาก
เขาจะรอเงียบ ๆ รอให้อินอวี่โหรวกลับมา
“จริงสิ อวี่โหรวไม่ผิดสัญญาที่ให้ไว้กับฉันง่าย ๆ หรอก ไม่ต้องห่วงนะคะรุ่นพี่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบไหล่เขา
จากนั้นลู่ซีจวี๋ก็เดินออกจากห้องทำงานของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปอย่างมีความสุข
ก่อนหน้านี้เขาต้องรอคอยอยู่ในความมืดมิดอันไม่มีที่สิ้นสุด
ตอนนี้คำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้เขามีความหวังและทำให้เขาเฝ้าจดจ่อ
ลู่ซีจวี๋จะไม่มีความสุขได้อย่างไร?
หลังจากผ่านไปนาน ในที่สุดก็มีข่าวเกี่ยวกับอินอวี่โหรวสักที
นี่ถือว่าเป็นข่าวดี
ขอแค่อินอวี่โหรวพึงพอใจ
เขาก็สามารถทำทุกอย่างเพื่ออินอวี่โหรวได้
ตอนนั้นมันเป็นเพราะเขาโง่เขลา เขาจึงเสียโอกาสไปอีกครั้ง
คราวนี้ถ้าอินอวี่โหรวกลับมา เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อินอวี่โหรวจากไปอีก
…
หลังจากเลิกงาน มู่อวี้เฉิงก็มารับถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปกินข้าวเย็น
ลู่ซีจวี๋บังเอิญเดินผ่านเข้ามาเห็นจึงถามยืนยันวันแต่งงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดคุยอยู่สักพักหนึ่ง ลู่ซีจวี๋ก็เดินออกไปทำราวกับว่ามู่อวี้เฉิงไม่มีตัวตน
กระทั่งลู่ซีจวี๋จากไปแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลับขึ้นรถยนต์มาและเห็นว่ามู่อวี้เฉิงกำลังขมวดคิ้ว “เขามาถามเรื่องวันแต่งงานทำไม? หรือว่าเขาจะมาล้มงานแต่งเรา?”
จนกระทั่งถึงตอนนี้มู่อวี้เฉิงก็ยังวางตัวเป็นปรปักษ์กับ ลู่ซีจวี๋อยู่มาก
“คุณพูดจาเหลวไหลอะไร?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองมู่อวี้เฉิงด้วยความโกรธ
ลู่ซีจวี๋ตามติดอินอวี่โหรวมานานแล้ว
ทำไมมู่อวี้เฉิงยังพูดอะไรให้คนเข้าใจผิดอยู่เรื่อย?
มู่อวี้เฉิงเบือนหน้าหนีแล้วหันไปมองทางอื่น
เธอรู้สึกว่ามู่อวี้เฉิงเอาแต่ใจเกินไป ส่วนเธอเองก็ไม่อยากพูดอธิบาย ทั้งสองจึงนั่งเงียบ ๆ อยู่ในรถยนต์
จนกระทั่งพวกเขามาถึงบ้านเก่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ลงจากรถแล้วเดินนำหน้าไป
ลิ่นอวี๋เหยียนกำลังอ่านนิตยสารความงามอยู่ในห้องนั่งเล่น
เมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามา เธอก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว ไม่ได้เจอหน้านานเลย”
เธอมองตรงไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วขมวดคิ้ว “เหมี่ยวเหมี่ยว ผอมลงหรือเปล่า? ทำงานหนักเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกมือขึ้นมาบีบแก้มที่ยังมีเนื้ออยู่
ไม่รู้ว่าทำไมลิ่นอวี๋เหยียนถึงคิดว่าเธอน้ำหนักลดลง
เธอทำอะไรไม่ถูก บางทีคนเฒ่าคนแก่อาจจะเป็นแบบนี้เหมือนกันหมด
มองดูคนเด็กกว่าทีไรต้องรู้สึกว่าผอมลงทุกที
“แม่คะ ไม่ผอมสักหน่อย หนูน้ำหนักขึ้นสองโลแล้วค่ะ จะผอมลงได้ยังไง?” อันที่จริงถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ชั่งน้ำหนักเลย เธอเพียงพูดปลอบใจลิ่นอวี๋เหยียนเท่านั้น
“จริงเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความสงสัย เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ
“จริงสิคะ หนูไม่โกหกแม่หรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเสียงเล็กเสียงน้อยแล้วรีบคว้าแขนลิ่นอวี๋เหยียนมานั่งลงบนโซฟา
จนมู่อวี้เฉิงเดินเข้ามา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ได้คุยกับเขาหรือเหลือบมองเขาเลย
มีเพียงลิ่นอวี๋เหยียนที่คอยชวนคุย
ลิ่นอวี๋เหยียนเป็นคนช่างสังเกตและเธอมองออกว่าระหว่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงมีบางอย่างไม่ถูกต้อง
เธอรอจนมู่อวี้เฉิงเดินผ่านไป
ลิ่นอวี๋เหยียนจึงกระซิบถามถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “เหมี่ยวเหมี่ยวทะเลาะกับอวี้เฉิงเหรอ?”
“เปล่าค่ะแม่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฝืนยิ้มเบา ๆ
“เกิดอะไรขึ้น?” ลิ่นอวี๋เหยียนสังเกตเห็นและเลิกคิ้วขึ้น “ถ้าอวี้เฉิงทำให้ลูกโกรธก็บอกแม่มา แม่จะไปดุเขาให้”
ตอนนี้ลิ่นอวี๋เหยียนแปรพักตร์มาอยู่ข้างเดียวกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว
ในฐานะผู้หญิง เธอต้องอยู่เคียงข้างลูกสะใภ้
“แม่คะ จริง ๆ แล้วไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ น่ะ” มันเป็นเรื่องเล็กน้อยจริง ๆ
เพียงแต่ต่างคนต่างคิดว่าตัวเองไม่ผิด
พวกเขาทั้งสองดื้อรั้นมากและไม่ยอมก้มหน้าขอโทษใครก่อน
“คู่รักน่ะ คบกันมานานย่อมมีขัดแย้งเป็นธรรมดา หันหน้าคุยกันได้ก็ดี จะไปทำสงครามเย็นใส่กันทำไม? มีแต่จะทำให้อึดอัดเปล่า ๆ หรือว่าไม่จริง?” ลิ่นอวี๋เหยียนเคยผ่านมาแล้ว เธอจะไม่เข้าใจความคิดของคนหนุ่มสาวได้อย่างไร?
“แม่คะ เรื่องนั้นน่ะหนูเข้าใจนะคะ” แต่ว่าพอถึงตาตัวเองทีไร
เธอกลับไม่สามารถจัดการเรื่องทุกอย่างได้อย่างสมเหตุสมผลสักที
นี่อาจเป็นปัญหาทั่วไปสำหรับทุกคน
“อวี้เฉิงเป็นคนมีความรับผิดชอบและแบกความหวังของครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก จนแม่เผลอปล่อยให้เขาเป็นคนเฉยเมย ถ้าเกิดอวี้เฉิงทำอะไรผิดไปก็อดทนหน่อยนะ อวี้เฉิงรักเธอมาก จริง ๆ” ลิ่นอวี๋เหยียนถอนหายใจ
ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้สนใจมู่อวี้เฉิงมากนัก เพียงพริบตาลูกชายของเธอก็โตเป็นหนุ่มแล้ว
ตอนนี้จะมาแก้ไขอะไรก็สายเกินไป
มู่อวี้เฉิงคงไม่ต้องการอีกแล้ว
“แม่คะ หนูรู้ หนูจะค่อย ๆ คุยกับเขาค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึก
“แบบนี้สิถูกต้อง คู่รักจะทะเลาะกันข้ามคืนได้ยังไง? ทะเลาะกันก็มีแต่จะทำเสียความรู้สึกเปล่า ๆ ยังมีทางอื่นให้แก้ไขอีก อย่าทะเลาะกันเลย เข้าใจมั้ย?” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดสอน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดั่งผู้มีประสบการณ์
“เข้าใจแล้วค่ะแม่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับคำแนะนำอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน