พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 742 คุณห้ามทิ้งฉัน
ตอนที่ 742
คุณห้ามทิ้งฉัน
หลังจากกินอาหารในบ้านเก่าเสร็จ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เข้ามานั่งในรถของมู่อวี้เฉิง
เธอเตรียมใจเอาไว้แล้วแต่ยังไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
ดังนั้นเธอจึงเลือกเงียบตลอดทาง
จะอธิบายยังไงดี?
เธอรู้สึกว่าคำพูดของมู่อวี้เฉิงไม่ถูกต้อง
พวกเขาทั้งสองไม่ได้ทะเลาะกันจริง ๆ
แต่ไม่รู้ทำไมพวกเขาถึงไม่คุยกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกลียดบรรยากาศในตอนนี้เป็นอย่างมาก
แต่เธอไม่รู้ว่าจะทำลายมันยังไงดี
มู่อวี้เฉิงยังคงไม่ปริปากพูดอะไร ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเอนตัวลงนอนบนเบาะ
เธอมองดูวิวทิวทัศน์ด้านนอกหน้าต่างที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
จู่ ๆ เธอก็ตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ทางกลับบ้าน
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ร้อนใจและไม่ได้เอ่ยปากถามทันทีเพราะเธอรู้ว่าคนที่กำลังพาเธอไปคือมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงอยู่ตรงนี้ด้วย และมันทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย
ไม่ว่ามู่อวี้เฉิงจะพาเธอไปที่ไหน เขาจะไม่มีวันทำร้ายเธอ
หลังจากตระหนักรู้ความคิดในใจแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ก็รู้สึกตกตะลึง
กลับกลายเป็นว่าแม้แต่ในจิตใต้สำนึก เธอก็วางมู่อวี้เฉิงไว้ในตำแหน่งที่สำคัญกว่าใคร ๆ
เธอคอยพึ่งพามู่อวี้เฉิงมาโดยตลอด
หากรู้อย่างนี้แล้วจะมัวทะเลาะกันไปทำไม?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเธอค่อนข้างบิดเบี้ยวเล็กน้อย
มารอดูกันว่ามู่อวี้เฉิงจะพาเธอไปที่ไหน
หลังจากนั้นไม่นาน รถยนต์ก็มาจอดอยู่บริเวณชานเมือง
ที่นี่ค่อนข้างห่างไกลออกไปหน่อย
ความมืดรอบตัวทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
เธอเงยหน้ามองไปทางมู่อวี้เฉิงอย่างช่วยไม่ได้
มู่อวี้เฉิงลงจากรถยนต์ เดินวนไปอีกทางหนึ่งแล้วเอื้อมมือออกไปเปิดประตูให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “เหมี่ยวเหมี่ยว ลงมาสิ”
“ที่นี่ที่ไหน?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงรู้สึกหวาดกลัวในใจ
แต่ตราบใดที่มู่อวี้เฉิงอยู่เคียงข้างเธอ เธอก็จะไม่กลัวอะไร
“ตามผมมา” มู่อวี้เฉิงเดินพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปข้างหน้า
ร่างกายที่ตึงเครียดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
เธอเดินตามหลังเขาไปเงียบ ๆ
หลังจากรู้สึกผ่อนคลายลงแล้ว เธอก็พบว่าทิวทัศน์ในชนบทมีความสวยงามมาก
สามารถมองเห็นหิ่งห้อยบินว่อนอยู่กลางอากาศ และได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกไม้ป่า
จู่ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกคาดหวังในใจ ไม่รู้ว่าทำไมมู่อวี้เฉิงถึงพาเธอมาที่นี่
หลังจากเดินข้ามกอกกเข้าไปใกล้ เธอก็มองเห็นแสงสว่างตรงหน้า
เธอเดินเข้าไปมองดูแล้วตระหนักได้ว่าที่นี่ไม่ได้มีแค่พวกเธอ แต่ยังมีคู่รักอีกสองสามคู่
มีลำธารอยู่ตรงหน้าพวกเขา
โคมลอยหลายดวงไหลมาประสานกันอยู่ในแม่น้ำ
สร้างสีสันหลากหลาย สวยงามตระการตา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสะกิดแขนมู่อวี้เฉิง “คุณรู้จักที่นี่ได้ยังไง?”
เธอไม่เคยรู้จักมันมาก่อนเลย
เธอยุ่งอยู่กับงานตลอดทั้งวันและไม่รู้จักสถานที่ชมวิวสวย ๆ เหมือนกับมู่อวี้เฉิง
เธอค้นพบว่ามู่อวี้เฉิงเป็นเหมือนหีบสมบัติที่สักพัก จะเซอร์ไพรส์ออกมาเรื่อย ๆ
“บังเอิญเจอน่ะ” มันเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ
เขาเห็นใครบางคนติดป้ายประกาศไว้บนเสาและคิดว่าคำเชิญชวนของพวกเขาดูน่าสนใจดี เขาจึงเขยิบเข้าไปมองใกล้ ๆ
โดยคิดว่าถ้าหลังจากนี้มีโอกาสจะพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปดูสักหน่อย
ใครจะรู้ว่าวันนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะโกรธมากจนเป็นเหตุให้เขาพาเธอมาที่นี่
คนจำนวนไม่น้อยที่แวะมาที่นี่คงจะได้ยินชื่อจากโฆษณาเช่นกัน
“ทำไมฉันไม่โชคดีบ้างเลย?” หากเธอรู้ล่วงหน้าเธอคง จะทำเซอร์ไพรส์มู่อวี้เฉิงเช่นกัน
“ระหว่างเรา ใครรู้ก็เหมือนกันแหละ” มู่อวี้เฉิงบีบจมูก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ ด้วยความรักใคร่
พวกเขาทั้งสองทะเลาะกันในเรื่องที่ไม่ควรเป็นปัญหา และคืนดีกันราวกับความขัดแย้งก่อนหน้าไม่เคยเกิดขึ้น
ไม่ควรมีกำแพงมาขวางกันระหว่างพวกเขา
อีกด้านหนึ่งมีคนขายโคมลอยอยู่
มู่อวี้เฉิงพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าไปดู
พวกเขาซื้อโคมลอยและรับปากกามาจากคนขาย
“แม่น้ำนี้มีความหมายอะไรมั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าปากกานี้มีไว้ใช้สำหรับเขียนโคมลอยน้ำ
แต่ถ้าหากไม่มีลูกเล่นอะไรเลย มันคงจะไม่สามารถดึงดูดผู้คนได้มากขนาดนี้จริงไหม?
“แม่น้ำนี้มีชื่อว่าแม่น้ำประทานพร ได้ยินมาว่าใครขอพรก็เห็นผลกันหมด หลายคนเลยมาที่นี่เพื่อขอพร” มู่อวี้เฉิงค้นหาข้อมูลมาอย่างดี
ดังนั้นเมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม เขาจึงตอบได้ในทันที
ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ แต่เป็นแบบนี้ทุกครั้ง
ไม่ว่าเขาจะพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปที่ไหน เขามัก จะเตรียมพร้อมเสมอ
มู่อวี้เฉิงไม่เคยเชื่อเรื่องพรรค์นี้มาก่อน
แต่อย่างน้อยแค่มันทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสุขได้ก็เพียงพอแล้ว
“คุณอยากขอพรมั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความสงสัย
เธอหยิบปากกาขึ้นมาแล้วคิดจะเขียนข้อความบนกระดาษโคมลอยอย่างกระตือรือร้น
มู่อวี้เฉิงดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามาหาแล้วกอดไหล่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ “พรผมเป็นจริงแล้ว แต่ก็ยังอยากขอพรอยู่นะ”
“อะไรเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกะพริบตา
บุคคลที่มากอำนาจอย่างมู่อวี้เฉิงยังต้องการขอพรอยู่อีกเหรอ?
“ยัยบ๊อง ถ้าบอกพรที่ขอไปก็ไม่ได้ผลสิ อย่าถามเยอะ รีบขอพรเถอะ” มู่อวี้เฉิงลูบหัวถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ฮึ่ม ถ้าคุณไม่บอกฉัน ฉันก็จะไม่บอกคุณเหมือนกัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพึมพำ
จากนั้นเธอก็ง่วนอยู่กับการเขียน
หวังว่าทุกคนในครอบครัวจะปลอดภัย มีความสุขและไม่ต้องทุกข์ทรมานกับสิ่งอื่นใด
เธอจึงเขียนคำว่าร่มเย็นเป็นสุข ยินดีปรีดาตัวโต ๆ
ขอให้ได้อยู่กับมู่อวี้เฉิง เพียงเท่านี้ก็นับว่าเป็นความพึงพอใจอย่างมากแล้ว
ตอนนี้เธอแค่อยากให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข
เธออดไม่ได้ที่จะหันไปมองด้วยความสงสัย
เธอหันไปมองมู่อวี้เฉิงแล้วพบว่าข้อความบนโคมลอยของมู่อวี้เฉิงเรียบง่ายมาก
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
ส่วนที่ขาดหายไปจงคงอยู่ชั่วนิรันดร์
ทำไมถึงรู้สึกว่าข้อความนี้พิเศษจัง?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง
แต่เธอไม่ได้หัวเราะ
ทั้งสองคนปล่อยโคมลอยลงแม่น้ำ จากนั้นก็มองดูโคมลอยที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไปไกล
รอคอยจะกระทั่งแสงสว่างริบหรี่ลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงหันไปถามมู่อวี้เฉิงว่า “ที่คุณเขียนหมายความว่ายังไงเหรอ?”
มันให้ความรู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย
“ส่วนที่ขาดหายไปของผมคือคุณ ผมหวังว่าคุณจะคงอยู่ชั่วนิรันดร์และไม่ทิ้งผมไป” มู่อวี้เฉิงจ้องมองเข้าไปในดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาพูดประโยคนี้ด้วยความเสน่หา
เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะหัวเราะ แต่ตอนนี้เธอกลับหัวเราะไม่ออก
นึกไม่ถึงว่ามู่อวี้เฉิงจะแสดงความรักต่อเธอด้วยคำพูดที่โรแมนติกแบบนี้
ทำไมผู้ชายคนนี้เก่งจังนะ?
เธอยังจะโกรธเขาอยู่อีกเหรอ? ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าผู้ชายคนนี้รักเธอมากขนาดไหน
เธอเดินเข้าไปกอดมู่อวี้เฉิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ “คุณตั้งใจใช่มั้ย”
ตั้งใจทำให้เธอประทับใจจนเธอปลีกตัวออกไปไม่ได้
“ใช่ ผมตั้งใจทำ ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมดีแค่ไหน ผมจะทำให้คุณไปจากผมไม่ได้อีก” มู่อวี้เฉิงลูบหัว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนึกไม่ถึงว่าเขาจะไร้ยางอายขนาดนี้ เธอน้ำตาไหลพรากขณะหัวเราะเสียงดังลั่น “ไม่ต้องห่วง ต่อให้คุณไม่พูดแบบนี้ ฉันก็จะอยู่เกาะคุณไปตลอดชีวิต จะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป ไม่ไปไหน คุณก็ด้วย ห้ามทิ้งฉันล่ะ”
“อืม” มู่อวี้เฉิงพยักหน้าและให้คำมั่นสัญญาอย่างเคร่งขรึม