พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 748 เธอจะทิ้งให้อีกฝ่ายอยู่ตัวคนเดียวได้ยังไง
ตอนที่ 748
เธอจะทิ้งให้อีกฝ่ายอยู่ตัวคนเดียวได้ยังไง
กู้ชิงกลัวว่าเธอจะล้มลงและรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยที่ จู่ ๆ ถูกยกตัวลอยขึ้นมากลางอากาศ เธอตบไหล่ฉินคั่วแล้วถามว่า “นายทำอะไร?”
“ผมแค่อยากทำให้คุณรู้ว่าผมรักคุณมากแค่ไหน ชิงชิง ผมเต็มใจทำเพื่อคุณทุกอย่างเลยนะ” ฉินคั่วจิ้มปลายจมูกเธอ
“นายพูดหว่านล้อมแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนเลยหรือไง?” กู้ชิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“เปล่าสักหน่อย ที่ผ่านมาผมไม่เคยพูดเอาใจผู้หญิงเลย มีแต่คุณเท่านั้น” ฉินคั่วไม่ได้รู้สึกลำบากใจเลย เขาเพียงอยากอยู่กับกู้ชิงตลอดทั้งวัน
หลังจากได้ยินเช่นนั้น กู้ชิงก็รู้สึกว่าคำพูดของฉินคั่วสมเหตุสมผล
พิจารณาจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น ฉินคั่วรวยมากและผู้หญิงพวกนั้นก็เอาแต่แย่งชิงเขา
“ผู้หญิงเป็นแค่ของเล่นสำหรับนายเหรอ?” กู้ชิงชักสีหน้าเล็กน้อย
“ที่รัก เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่พูดถึงอดีต ปล่อยให้มันเป็นอดีตไปเถอะนะ” ฉินคั่วรู้สึกปวดหัวเมื่อต้องพูดถึงเรื่องในอดีต
ผู้หญิงพวกนั้นได้รับสิ่งที่ต้องการไปแล้ว เขาจ่ายเงินเพื่อให้ผู้หญิงพวกนั้นดูแลเขาทางกายภาพและทำหน้าที่ตามโอกาสต่าง ๆ
ในขณะที่กู้ชิงคือสารอาหารทางจิตวิญญาณของเขา
เธอกับผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย จะมาเปรียบเทียบกันได้ยังไง?
“พูดง่ายจังเนอะ” กู้ชิงอยากจะลงไปแต่ฉินคั่วกลับจับตัวเธอเอาไว้แน่น
กู้ชิงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “นายจะทำอะไร? ฉันอยากลงไปแล้ว เราอยู่ในนี้กันมานาน แม่ฉันยังรออยู่ข้างนอก”
“ก็ได้ คุณเข้าไปอาบน้ำเถอะ ผมจะออกไปดูข้างนอก” ฉินคั่วอุ้มเธอลงมาและเมื่อเห็นว่าเธอลงมายืนอย่างมั่นคง เขาก็เดินออกไป
กู้ชิงมองดูรอยแดงบนลำคอด้วยใบหน้าแดงก่ำ
หมอนี่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจบ้างเลย ไม่รู้จักหัดทำตัวจริงจังบ้าง
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ กู้ชิงก็เดินเข้าไปเปลี่ยนชุดกระโปรงที่มีคอปกตั้งสูงในห้องนอนและพยายามใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดร่องรอย แต่มันกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ปล่อยให้แม่เห็นรอยนี้จนได้ มันน่าละอายใจจริง ๆ
“แม่น่ะ หวังว่าหลังจากนี้พวกลูกสองคนจะคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกันนะ ชิงเอ๋อร์ไม่ต้องกลับมาบ่อยหรอก แม่อยู่บ้านคนเดียวได้” แม่กู้พูดบอกกู้ชิงด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“คุณป้าไม่ต้องห่วงครับ ผมจะดูแลชิงชิงอย่างดี” มีเขาอยู่ทั้งคน เขาจะไม่ยอมปล่อยให้กู้ชิงได้รับความไม่ยุติธรรมใด ๆ
“ชิงเอ๋อร์พาคุณมาที่นี่ด้วย ป้าก็รู้สึกโล่งใจ ป้ามองออกว่าคุณอยากจะดูแลชิงเอ๋อร์ของเราจริง ๆ หวังว่าทั้งคู่จะหวงแหนกันและกันให้มาก ๆ นะ” แม่กู้พูดทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า
“แม่คะ ไม่ใช่ว่าหนูจะไม่กลับมาอีกสักหน่อย ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ?” กู้ชิงรู้สึกไม่พอใจที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้
มันเหมือนกับเป็นการบอกลา ซึ่งทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ
“แม่ก็แค่โล่งใจน่ะ แป๊บ ๆ ลูกก็โตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว” แม่กู้ปาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาจากหางตา
คนเฒ่าคนแก่มักจะมีอารมณ์อ่อนไหวได้ง่าย
“คุณป้า หลังจากนี้ผมจะพาชิงชิงกลับมาเยี่ยมคุณป้าบ่อย ๆ ครับ ไม่ต้องห่วง คุณป้าจะได้เจอหน้าเราบ่อยขึ้นแน่นอนฮะ” ฉินคั่วพูดด้วยรอยยิ้ม
“เสี่ยวฉินก็ช่างพูด ชิงเอ๋อร์ยังมีงานต้องทำ กินข้าวกันก่อนแล้วค่อยกลับออกไปนะ” แม่กู้พูดก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าว
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ กู้ชิงก็เข้าไปเก็บข้าวของ พวกเขายังต้องนั่งรถอีกยาวไกล เธอจึงเข้าไปบอกลาแม่กู้
แม้ว่าจะอาลัยอาวรณ์แต่สุดท้ายก็ต้องไป
กู้ชิงบอกลาแม่กู้ด้วยท่าทางร่าเริง จนกระทั่งขึ้นรถไปแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาออกมา
ฉินคั่วโอบกอดเธอแล้วพูดว่า “หลังจากนี้ผมจะพากลับมาเยี่ยมแม่บ่อย ๆ”
“ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแม่จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน วันหนึ่งของแม่ก็เท่ากับน้อยลงไปอีกวัน” เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ กู้ชิงก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
“คุณป้ามีร่างกายแข็งแรง จะต้องอายุยืนยาวแน่นอน รอลูกเราเกิดมาก่อน ชิงชิงไว้ไปที่เมืองหนานกับผมนะ” ฉินคั่วคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ กู้ชิงมีลูกกับเขาแล้วจึงไม่ค่อยปล่อยให้เธอไร้สถานะ
อย่างน้อยที่สุดก็ต้องพาเธอไปพบพ่อแม่ของเขาก่อน บอกให้ทุกคนในตระกูลฉินรู้ว่ากู้ชิงคือภรรยาของเขา
“ไปเมืองหนานทำไม?” กู้ชิงกลัวว่าฉินคั่วจะพาเธอไปกักขังไว้ที่เมืองหนาน
เหมือนกับเมื่อก่อนที่กู้ชิงถูกขังให้คลอดลูกอยู่ที่บ้าน
พอคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจของกู้ชิงก็กระชับขึ้น
เธอแสดงสีหน้าที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่ก็พอมองออกว่ากำลังคิดเรื่องอื่นอยู่
ฉินคั่วยกมือขึ้นมาเคาะหัวของกู้ชิง “คิดเหลวไหลอะไรอยู่ คุณมีผู้สืบทอดตระกูลฉินอยู่ทั้งคนจะไม่พาไปพบพ่อแม่ผมหน่อยเหรอ?”
“อา?” กู้ชิงที่กำลังเหม่อลอยกลับมามีสติอีกครั้ง
การพบปะผู้หลักผู้ใหญ่เป็นเรื่องสำคัญมาก
ตระกูลฉินเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองหนาน จะมีกฎเกณฑ์มากมายหรือเปล่า?
ครอบครัวของฉินคั่วจะรังเกียจเธอไหม?
กู้ชิงรู้สึกไม่สบายใจ เธอยังไม่ได้เตรียมใจกับเรื่องนี้เลย
คราวเมื่อฉินคั่วบอกว่าจะแต่งงานกับเธอ เธอคิดว่าเขาแค่พูดเกลี้ยกล่อม
พอมาตอนนี้บอกว่าจะพาเธอไปเจอพ่อแม่ ดูทรงแล้วเขาน่าจะพูดจริง
ถ้าเธอเดาไม่ผิด เธอน่าจะเป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉินคั่วพาไปเจอพ่อแม่
แม้ว่ากู้ชิงจะหนักใจกับเรื่องราวในอดีตของฉินคั่ว
แต่อย่างน้อยกู้ชิงก็ไม่ใช่คนโง่เขลา
เธอรู้ว่าพวกสาว ๆ คู่นอนไม่มีทางได้มีหน้ามีตาอย่างแน่นอน
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังกังวลกับการแต่งงาน
เธอกลัวการแต่งงานมาก
ทว่าเธอไม่สามารถปฏิเสธความมีน้ำใจของฉินคั่วได้
ช่างเถอะ ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก เธอสามารถเลื่อนมันออกไปได้อีกนาน
กู้ชิงจึงพูดเลี่ยงว่า “ไปถึงเมืองเป่ยแล้วฉันยังมีงานต้องสะสางอยู่ ไว้มีเวลาค่อยคุยกันอีกที”
“ยังอยากทำงานอยู่เหรอ?” ฉินคั่วขมวดคิ้วแน่น
เขาสามารถเข้าใจได้หากกู้ชิงไม่อยากไปอยู่กับเขาที่เมืองหนาน
เพราะท้ายที่สุดกู้ชิงไม่เคยไปที่นั่นมาก่อนและยังไม่คุ้นเคย
แต่ถ้าปล่อยให้เธออยู่เมืองเป่ยต่อ เธอจะต้องทำงานหนักมากแน่ ๆ
เขาจะทำใจปล่อยให้กู้ชิงไปทำงานโดยไร้ความกังวลได้ยังไง?
ไม่มีทางแน่นอน
“ก็ต้องทำงานสิ ไม่งั้นจะเลี้ยงดูตัวเองกับลูกไหวได้ยังไง?” กู้ชิงไม่เคยคิดจะลาออกจากงาน
เพียงคิดจะลาคลอดและจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลลูกแทน
“คุณกับลูกมีผมอยู่ทั้งคนนะชิงชิง คุณอยู่เลี้ยงลูกเฉย ๆ ก็ได้” ฉินคั่วรู้สึกท้อใจ
เขาไม่สามารถทำตัวโหดร้ายกับกู้ชิงได้เลย
“ไม่ ฉันจะไม่ทิ้งงานเด็ดขาด” กู้ชิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เธอมีหลักการของตัวเอง
ฉินคั่วอยากให้กู้ชิงพักอยู่ที่บ้าน
แต่หลังจากหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตของกู้ชิง ฉินคั่วที่กำลังเปิดปากพูดอะไรบางอย่างก็ปิดปากลง
ตอนนี้ปัญหาเกิดแล้ว พวกเขาสองคนต้องแยกกันอยู่คนละที่ กู้ชิงยังอยากทำงานอยู่และเขาก็ต้องสืบทอดบริษัทตามวาระการประชุม
ทุกคนต่างมีงานยุ่ง
จะทำยังไงดี?
“ชิงชิง หรือไม่อย่างนั้นมาอยู่กับผมที่เมืองหนาน และถ้าคุณอยากทำงานก็มาทำงานกับผมเอามั้ย?” ฉินคั่วพูดเจรจากับ กู้ชิง
“ฉันไม่อยากไปเมืองหนาน” กู้ชิงตอบกลับโดยไม่ต้องคิด
เธอชอบงานปัจจุบันของเธอและชอบถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอยังคิดว่าตราบใดที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังดำรงตำแหน่งอยู่ เธอก็จะช่วยเหลือถงเหมี่ยวเหมี่ยวและตอบแทนความมีน้ำใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเสมอ
เธอจะทิ้งให้อีกฝ่ายอยู่ตัวคนเดียวได้ยังไง?
นอกจากนี้เธอยังรู้สึกว่าเมืองหนานไม่ปลอดภัย
ฉินคั่วมีสาว ๆ คู่นอนมากเกินไป
หากสาว ๆ พวกนั้นรู้ถึงการมีอยู่ของเธอและรู้ว่าเธอไม่มีภูมิหลัง เธอจะต้องตกเป็นเป้าหมายอย่างแน่นอน