พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 753 แก่ตายลำพัง
ตอนที่ 753 แก่ตายลำพัง
วันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะลุกขึ้นจากเตียงไม่ได้
มีรอยจูบและรอยนิ้วมืออยู่เต็มไปทั่วร่างกายของเธอ ผิวของเธอขาวเนียนมากมันจึงดูน่าตกใจเป็นพิเศษ
เป็นเช่นเดียวกับที่เธอคิดเมื่อคืนนี้ ดูเหมือนว่ามู่อวี้เฉิง จะใช้พละกำลังทั้งหมดที่สะสมมาลงกับร่างกายเธอ
การเคลื่อนไหวหนักหน่วงมากจนเธอนึกว่าเธอกำลัง จะตาย
“ไม่ต้องไปทำงานหรอก พักอยู่บ้านเถอะ” มู่อวี้เฉิงยัง ไม่ลุกขึ้น
หลังจากเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคลื่อนไหว เขาก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน
“ได้ยังไง? กู้ชิงเพิ่งกลับมาทำงาน เกิดมีเรื่องบางอย่างที่ยังไม่เข้าใจล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นจากเตียง
มู่อวี้เฉิงมองดูท่าทางมุ่งมั่นของเธอแล้วส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ “งานสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ก็ต้องสำคัญน่ะสิ ไม่มีงานก็ไม่มีเงิน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วหยุดชะงัก
พูดตามตรงว่าตอนนี้เธอไม่ได้ขาดเงินเลย
ตั้งแต่มาอยู่กับมู่อวี้เฉิง เขาก็เป็นฝ่ายซื้อของทุกอย่าง เงินเดือนและโบนัสสิ้นปีจำนวนมากของเธอถูกเก็บไว้อย่างดี ไม่ได้นำออกมาใช้
“ที่รัก กำลังบอกใบ้อะไรผมอยู่หรือเปล่า?” ดูเหมือนว่ามู่อวี้เฉิงจะเข้าใจสิ่งที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดทันที
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับสับสน “บอกใบ้อะไร?”
เธอไม่ได้มีเจตนาอื่น เพียงแค่คิดคำนวณเงินของตัวเองเท่านั้น
“ตั้งแต่นี้ไปผมจะจ่ายเงินเดือนให้คุณ แล้วคุณอยาก จะเอาไปใช้จ่ายอะไรก็แล้วแต่” มู่อวี้เฉิงลูบเอวถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากทางด้านหลัง
“ไม่เอา” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
มู่อวี้เฉิงจะต้องให้เงินเดือนเธอเยอะมากแน่ ๆ เธอไม่กล้ารับไว้หรอก
หากเธอรับมาไว้ในมือ เธอคงจะรู้สึกไม่สบายใจ
กลัวว่าจะถูกปล้นบนท้องถนน
“ทำไมไม่เอาล่ะ” ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงเต็มไปด้วยความสับสน
ใช้เงินเดือนที่สามีให้ก็น่าจะรู้สึกสบายใจที่สุด หรือว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่ได้รักเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขาและรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังคิดเรื่องเหลวไหลอยู่
“คุณแตกต่างจากคนอื่น อีกอย่างตอนนี้ฉันไม่ได้ขาดแคลนเงิน งานเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของฉันและฉันก็ชอบงานนี้ ไม่มีเหตุผลอย่างอื่นสักหน่อย ก็เหมือนคุณคุณไม่ได้ขาดแคลนเงินแต่ทำไมถึงยังทำงานอยู่ล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามเขา
ตระกูลมู่มีเงินมหาศาลและอาจคงอยู่ได้ชั่วชีวิต
แต่ก็ยังทำงานอยู่ เพียงเพราะมันเป็นหน้าที่ปฏิบัติ
ไม่มีเหตุผลอื่น
“ก็ได้ ที่คุณพูดก็มีเหตุผล แต่คุณแน่ใจเหรอว่าจะไปทำงานได้?” มู่อวี้เฉิงมองดูสภาพร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทุบเขาที่นอนอยู่ด้านข้าง “ใครใช้ให้คุณทำขนาดนี้ล่ะ ฉันบอกให้หยุดแล้วไง”
“ก็ได้ คราวหน้าผมไม่ทำแบบนี้แล้ว” มู่อวี้เฉิงพูด เกลี้ยกล่อมเธอพลางคิดในใจว่าครั้งหน้าคงทำแบบนี้อีก
ในเรื่องนี้คงไม่สามารถพูดว่าหยุดได้เลย
“วันนี้ฉันต้องไปทำงาน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยุงเอวที่ปวดร้าวขึ้นมาจากเตียง
อย่างไรก็ตามเธอเดินแค่ไม่กี่ก้าวก็นั่งลงในห้องทำงาน ได้แล้ว น่าจะไม่มีอุปสรรคอะไร
นอกจากนี้มันไม่ได้เจ็บปวดขนาดนั้น เพียงแค่ปวดตัวและรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
“ให้ผมไปส่งมั้ย” เดิมทีมู่อวี้เฉิงวางแผนจะอยู่บ้านทั้งวัน แต่เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอม เขาก็ไม่อยากนั่งแก่วอยู่บ้านจึงเปลี่ยนใจออกไปทำงาน
อย่างน้อยการทำงานก็ช่วยฆ่าเวลาได้บ้าง ไม่มี ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ด้วยเขาก็ไม่รู้จะอยู่ทำอะไรที่นี่
“ไม่ต้องหรอก ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโบกมือปฏิเสธ
เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำ มองดูรอยแดงจ้ำ ๆ ตามร่างกาย เป็นอีกครั้งที่เธอต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับมู่อวี้เฉิงใหม่
ดูเหมือนว่าเธอไม่สามารถไปแหย่ผู้ชายที่อดกลั้นมานานหลายวันได้ ไม่เช่นนั้นเธอจะต้องตกเป็นผู้ทุกข์ทรมาน
…
ฉินคั่วกลับมาที่เมืองหนานแล้ว
เรื่องเขากำจัดคู่นอนสาว ๆ ออกไปจนหมดกลายมาเป็นข่าวใหญ่ กลุ่มเพื่อนเพลย์บอยทั้งหลายของเขารู้เรื่องนี้ และแม้แต่ผู้เฒ่าฉินคั่วเองก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน
หลังจากกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้หนึ่งวัน ผู้เฒ่าฉินก็เรียกเขาเข้าไปพบที่บ้านหลังประจำตระกูล
“เกิดอะไรขึ้นกับแกอีก?” อาหารจานใหญ่วางกองอยู่ตรงหน้า ซึ่งเป็นอาหารจานโปรดของฉินคั่วทั้งหมด
แต่เขากลับไม่มีรู้สึกอยากอาหารเลย
เขากังวลเกี่ยวกับกู้ชิง
แถมยังอดคิดไม่ได้ว่าอาหารที่วางกองอยู่บนโต๊ะที่สิ่งที่ กู้ชิงอยากกินบ้างไหม
ดูเหมือนว่ากู้ชิงจะชอบกินอาหารรสชาติเบา ๆ มากกว่า
อาหารพวกนี้ก็พอใช้ได้ ถ้ามีเวลาว่างก็อยากจะเรียนรู้จากพ่อครัวแล้วเอากลับไปทำให้กู้ชิงลองกิน
ผู้เฒ่าฉินถามไถ่อยู่สองสามที แต่ฉินคั่วยังคงเหม่อลอย ซึ่งเป็นอาการที่พบเห็นได้ยากจากเขา
เขาวางตะเกียบกระแทกโต๊ะเสียงดังลั่น “ฉินคั่ว เป็นอะไรไป?”
เสียงดังทำให้ฉินคั่วกลับมามีสติอีกครั้ง “เกิดอะไรขึ้น?”
เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารอย่างใจเย็น
“ฉันก็ต้องได้ยินเรื่องเกี่ยวกับแกมาสิ? เบื่อจะเล่นกับสาว ๆ แล้วหรือไง? อยากได้ของใหม่เหรอ?” แม้ว่าผู้เฒ่าฉินจะแก่แล้ว แต่ก็ยังจับตาดูการเคลื่อนไหวของหนุ่มสาวอยู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับฉินคั่ว หลานชายเพียงคนเดียวของเขา เขายิ่งต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ
“ปู่ คิดว่าผมเป็นใคร?” ฉินคั่วกลอกตาอย่างช่วยไม่ได้
“แกไม่รู้ตัวเหรอว่าตัวเองเป็นใคร? ฉันล่ะขี้เกียจเกิน จะพูดกับแกแล้ว” ผู้เฒ่าฉินเหลือบเขาที่อยู่ด้านข้าง
หลานชายเขา คิดว่าเขามองไม่ออกจริง ๆ หรือไง?
“พอเถอะ ถ้าปู่รู้ดีนัก ผมจะไม่พูดอะไรแล้ว” ฉินคั่วไม่เข้าจริง ๆ เขาก็เป็นของเขาอย่างนี้ ผู้เฒ่าฉินนี่จริง ๆ เลย
“เร็วเข้า บอกความจริงปู่มา” ผู้เฒ่าฉินตบหัวเขาอย่างไม่สบอารมณ์
“ผมจะกลับตัวกลับใจไม่ได้เลยเหรอ? ก็ไม่อยากสนุกแล้วมั้ย? พ่อครัวที่บ้านฝีมือดีเหมือนกันนะ ให้เขามาสอนผมทำอาหารสักวันสิ” ฉินคั่วพูดเบา ๆ
ทว่าผู้เฒ่าฉินคั่วกลับเหลือบมองฉินคั่วราวกับเห็นผี “แกจะทำอาหารเหรอ?”
“แล้วมีปัญหาอะไร?” ฉินคั่วรู้สึกว่ากู้ชิงจะต้องชอบอาหารพวกนี้อย่างแน่นอน
ผู้เฒ่าฉินเหลือบมองฉินคั่วที่อยู่ด้านข้างราวกับว่าเพิ่งเคยเจอหน้าหลานชายคนนี้เป็นครั้งแรก
พลางคิดกับตัวเองว่าฉินคั่วจะเรียนทำอาหารจริง ๆ เหรอ?
“แกวางแผนจะทำอะไร?” ผู้เฒ่าฉินยังคงไม่เชื่อ
“ปู่น่าจะได้มีหลานสะใภ้แล้วล่ะ” ไม่เพียงแต่จะมีหลานสะใภ้เท่านั้น แต่ยังมีเหลนอีกด้วย อย่างไรก็ตามกู้ชิงยังไม่ได้มาเจอหน้าพ่อแม่เขา เขาจึงยังไม่อยากบอกเรื่องนี้กับผู้เฒ่าฉิน
“รอบที่แล้วแกก็พูดแบบนี้” ผู้เฒ่าฉินเม้มปาก รอบที่แล้วกับลูกสาวตระกูลอินก็พูดแบบนี้ สุดท้ายก็จบลงที่การคุยโว้เฉย ๆ ไม่ใช่เหรอ?
เขาไม่เชื่อว่าฉินคั่วจะพูดความจริง
“คราวนี้จริง ๆ” ฉินคั่วไม่ได้ล้อเล่นกับความสัมพันธ์ของ กู้ชิง
“งั้นแกไล่ผู้หญิงพวกนั้นออกไปเพราะเธอเหรอ?” ผู้เฒ่าฉินเริ่มรู้สึกสนใจ
“รู้ก็ดี ปู่ ถ้าเกิดผมพามาเจอ ปู่จะพูดไร้สาระแบบนี้ไม่ได้นะ ถ้าเธอโกรธขึ้นมาแล้วไม่ต้องการผม ผมจะไปหาสะใภ้ที่ไหนมาให้ได้อีก?” สมาชิกในครอบครัวของเขาล้วนไม่น่าไว้ใจ ดังนั้นฉินคั่วจึงวางแผนป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ
โดยเฉพาะผู้เฒ่าฉินที่ปรารถนาอยากจะให้เขาแก่ตายคนเดียว
“ใครใช้ให้แกออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกล่ะ? ทำก็ทำเองยังมากลัวคนอื่นพูดอีก” นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้เฒ่าฉินเห็นว่าฉินคั่วกังวลเกี่ยวกับใครสักคนมาก จนมันทำให้เขารู้สึกพิลึกแปลก ๆ
ฉินคั่วหัวเราะเยาะ “งั้นเหรอ ถ้าไม่อยากเจอหน้าหลานสะใภ้อีกในชีวิตนี้งั้นก็พูดไปเลย”