พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 754 เธอยังไม่มีประสบการณ์
ตอนที่ 754 เธอยังไม่มีประสบการณ์
คนพวกนี้ชอบสร้างปัญหานักใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นเขาปิดบังเรื่องของกู้ชิงเอาไว้ก็คงจะไม่เป็นไรใช่ไหม?
แต่อย่างไรก็ตามเขายังอยากพากู้ชิงมาพบพ่อแม่ของเขา
ท้ายที่สุดกู้ชิงเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมาก
หลังจากได้พบพ่อแม่เขาและยืนยันความสัมพันธ์แล้ว กู้ชิงก็จะไม่มีวันทิ้งเขาไปง่าย ๆ อีก
“จริงจังเหรอ?” ผู้เฒ่าฉินเฝ้าดูฉินคั่วมาตั้งแต่เล็กจนโต ดังนั้นเขาจึงเข้าใจฉินคั่วดี
พอเห็นแววตาของฉินคั่วในตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจ
“บางอย่างก็ไม่จริง” ฉินคั่วก้มหน้ากินอาหารต่อ
“แล้วเมื่อไหร่จะพามาให้ดูล่ะ?” ผู้เฒ่าฉินถาม
“ไม่รู้สิ ต้องถามความเห็นเธอก่อน เธอยังไม่เต็มใจมา” ฉินคั่วถอนหายใจ
วิธีการของเขาค่อนข้างน่าอับอายเล็กน้อย เขาจึงรู้สึกอายที่ต้องพูดออกไป
ในเมื่อกู้ชิงยังไม่ยอมมา เขาก็ไม่สามารถลากเธอมาได้ถูกต้องไหม?
อีกอย่างเขาคงทนลากเธอมาไม่ได้ด้วย
ทั้งหมดล้วนขึ้นอยู่กับความยินยอมของกู้ชิง
“เชื่อฟังมากเลยเหรอ?” หลังจากได้ยินคำพูดของเขา ผู้เฒ่าฉินก็ยิ่งประหลาดใจมากยิ่งขึ้น
ฉินคั่วเป็นคนเผด็จการชอบครอบงำคนอื่นมาโดยตลอด เขาดื้อดึงไม่ฟังใครเหมือนกับฉุดวัว
หากครั้งนี้พ่อเขาไม่ล้มป่วยหนัก ประกอบกับเหตุผลบางประการ
ฉินคั่วก็คงยังไม่กลับมาจากกองทัพ
“ไม่ฟังเมียแล้วจะให้ไปฟังใครล่ะ? ก็ต้องฟังน่ะสิ” ฉินคั่วยักไหล่ โดยไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติเลย
“ถ้าแกเชื่อฟังปู่บ้างก็ดีน่ะสิ” ผู้เฒ่าฉินพูดด้วยความน้อยใจ
ตั้งแต่เล็กจนโต หลานไม่เคยฟังเขาเลยแต่กลับไปฟังคนอื่น
ถึงอย่างนั้นก็เป็นเรื่องดีที่ตอนนี้มีคนสามารถควบคุม ฉินคั่วได้แล้ว
“ปู่ ผมก็ฟังปู่นะ ไม่ฟังตอนไหนล่ะ” ฉินคั่วพูดโกหกหน้าตาย
“พอเถอะ ฉันขี้เกียจจะฟังแกแล้ว แกก็รีบพาเธอกลับมาให้ฉันดูหน้าล่ะ ไม่ใช่ว่าเป็นอิหนูคู่นอนของแกนะ?” ผู้เฒ่าฉินขมวดคิ้ว
บางครั้งเขาก็คิดว่าฉินคั่วสามารถเล่นสนุกไปเรื่อยเปื่อยได้ เพียงแค่ขอให้มีสติย้ำคิดย้ำทำก็พอ
“เธอจะไปเหมือนผู้หญิงพวกนั้นได้ยังไง ปู่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเก่งแค่ไหน ปู่ ไม่ต้องห่วง ตาผมยังดีอยู่ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก” ใบหน้าของฉินคั่วอ่อนยวบลงเมื่อพูดถึงกู้ชิง
“เอาล่ะ แค่รู้ว่าเธอดีพอก็ไม่มีอะไรต้องพูดแล้ว” ผู้เฒ่าฉินโบกมือไล่เขาด้วยความเกียจคร้าน
นิสัยติดแฟนของฉินคั่วทำให้เขาเริ่มไม่อยากจะเสวนาด้วย
“แต่ปู่ ปู่ต้องห้ามตามสืบหรือแอบไปดูเธอนะ เธอไม่ค่อยประทับใจในตัวผมเท่าไหร่ เกิดเธอหนีไปผมแย่แน่” ฉินคั่วก้มหน้าลงด้วยท่าทางหดหู่
นอกจากนี้กู้ชิงกำลังตั้งครรภ์อยู่ เขาไม่สามารถปล่อยให้เธอทนทุกข์ทรมานได้
“ตอนนี้รู้จักกลัวแล้วเหรอ? ปู่ไม่ใช่คนไร้สาระพรรค์นั้นสักหน่อย ในเมื่อชอบก็ดูแลให้ดี ไม่งั้นหลังจากนี้ได้ร้องไห้โฮ ๆ แน่” ผู้เฒ่าฉินรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่เห็นฉินคั่วกลายเป็นคนมีเหตุผลขึ้น
ทั้งหมดทั้งมวลนี้เกิดจากหลานสะใภ้ที่เขาไม่เคยเจอหน้ามาก่อน
ตอนนี้เขาเริ่มอยากรู้อยากเห็นแล้วสิ
อยากเจอหน้าจัง
กับลูกสาวบ้านตระกูลอินในอดีตคงจะเป็นเรื่องเล่น ๆ
แต่ครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายกำจัดคู่นอนออกไปก่อน จะเรียกว่าเล่น ๆ ได้เหรอ?
“รอทำเรื่องนี้เสร็จก่อน ผมจะกลับไปเมืองเป่ย” ฉินคั่วพูดบอกเสียงแผ่ว
“กลับไปทำไม? บ้านแกอยู่ไหน จะเรียกว่ากลับได้ไง?” ผู้เฒ่าฉินพูดขึ้นด้วยความโกรธ
ใครจะคิดว่าพ่อหนุ่มเพลย์บอยคนนี้จะถูกภรรยาครอบงำทั้งใจ
ออร่าเวลาพูดคุยกับคนอื่นหายกระเจิงไปหมด
“ผมจะไปที่ที่เธออยู่ พวกปู่มีคนอยู่ดูแลแล้ว แต่เธอไม่มีใคร ผมจะไปอยู่ดูแลเธอ” ฉินคั่วพูดตอบอย่างมั่นใจ เช็ดปากแล้วรีบวิ่งหนีออกไป
ผู้เฒ่าฉินกำลังจะตะโกนด่าเขา แต่เมื่อเห็นเขาหันหน้ากลับมาก็เลยถามว่า “มีอะไรอีก?”
“ปู่ อย่าลืมนะ ส่งพ่อครัวมาสอนผมสักสองวัน ผมว่าเธอลองกินแล้วน่าจะชอบ” ฉินคั่วพูดแล้วใส่เกียร์หมาวิ่งออกไปอีกครั้ง
“เออรู้แล้ว จริง ๆ เลย” ผู้เฒ่าฉินโบกมือไล่แต่กลับมีรอยยิ้มที่มุมปาก
แค่นี้เขาก็สบายใจแล้ว
…
ณ สตีเฟนกรุ๊ป
ตกเที่ยง กู้ชิงเอาข้าวมาเสิร์ฟให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกินด้วยกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีท่าทางผิดแปลกไป
กู้ชิงเคยไม่เข้าใจมาก่อน จนกระทั่งได้อยู่กับฉินคั่ว เธอก็เข้าใจการกระทำของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
มันเหมือนกับเธอในวันนั้น
ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร
แต่ตอนนี้พอลองมาคิดดูแล้วมันไม่เชิงว่าไม่อึดอัด
เพียงแค่เป็นในด้านอื่นมากกว่า
หลังจากหวนนึกถึงความเข้าใจผิดในครั้งก่อน เธอก็รู้สึกอับอายเล็กน้อย
“คุณถง ตอนนี้กินอาหารรสจัดน่าจะยังไม่เหมาะนะคะ ฉันก็เลยซื้อของเบา ๆ มาให้ กินเยอะ ๆ นะคะ” กู้ชิงวางอาหารไว้บนโต๊ะแล้วยื่นแก้วน้ำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่ากู้ชิงมองออกแต่เธอกลับไม่ได้เขินอายเลย และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “กู้ชิง รู้จักใส่ใจดีจัง ใครได้แต่งงานด้วยคงจะโชคดี”
เธอก้มหน้าจิบน้ำแล้วพูดชมเชย
“ชมกันเกินไปหรือเปล่าคะ?” จากนั้นกู้ชิงก็ก้มหน้ากินอาหารด้วยอาการเคอะเขิน
โดยปกติเธอมักจะกินอาหารรสชาติไม่จัดจ้านอยู่แล้ว
และอาหารในตอนนี้ก็ถูกปากพวกเธอ
แต่ไม่ว่ามื้ออาหารจะมีรสชาติเบาบางแค่ไหน กู้ชิงก็ยังรู้สึกคลื่นไส้อยู่ดี
หลังจากกินไปได้แค่สองคำเธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นท่าทางเธอและพบว่าสีหน้าของกู้ชิงดูไม่ดีนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงถามขึ้นอย่างเป็นกังวล “เกิดอะไรขึ้น? ไม่สบายเหรอ?”
“เปล่าค่ะ แค่ช่วงนี้รู้สึกท้องไส้ไม่ค่อยดี เลยไม่ค่อยอยากอาหารน่ะค่ะ” กู้ชิงวางตะเกียบลงแล้วดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่
เธออยากให้ลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอ แต่เธอกลับกินอะไรไม่ได้เลย
เธอไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง
“งั้นก็ไปพักผ่อนให้เต็มที่ จะกินอะไรก็ระวัง ๆ หน่อยล่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้สงสัยอะไร
“ค่ะคุณถง” กู้ชิงพยักหน้า จากนั้นเธอก็เหลือบมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความลังเล “คุณถงคะ ฉันขอถามหน่อยว่าถ้าคนท้องกินอาหารไม่ได้เนี่ยจะต้องทำยังไงบ้างเหรอคะ? พอดีว่าเพื่อนฉันถามมา แต่ฉันยังไม่เคยมีประสบการณ์น่ะค่ะ…”
“เข้าใจล่ะ ที่จริงมันขึ้นอยู่กับบุคคลน่ะ ฉันเลี้ยงเสี่ยวเป่ามาตัวคนเดียวก็จริงแต่ว่าเสี่ยวเป่าประพฤติตนดีมากและไม่เอะอะโวยวายเลย ถ้ากินอาหารไม่ได้จริง ๆ ก็ลองกินพวกผลไม้ให้เยอะขึ้น หาอาหารเสริมมากินและกินอย่างอื่นบำรุงร่างกายแทน แต่ถ้ายังรู้สึกกินไม่ได้อีก อย่างน้อยก็กินซุปกินผักบ้าง เพราะไม่มีอะไรมีคุณค่าทางโภชนาการเท่ากับผักแล้วล่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดสาธยายออกมา
มันผ่านมานานมากและเธอเกือบจะลืมไปหมดแล้ว
“เข้าใจแล้วค่ะคุณถง ขอบคุณนะคะ ฉันจะจำไปบอกเพื่อนอีกที” กู้ชิงพูดแล้วยิ้มกว้าง
“ขอบคุณอะไร การตั้งครรภ์ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้สนใจอะไร
ตอนนี้เธอถือว่ากู้ชิงเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ดังนั้นจึงไม่ต้องขอบคุณอะไรเลย
เธอยินดีที่จะตอบคำถามของกู้ชิง
ขณะเดียวกัน ซ่งโมโม่ผ่านมาเห็นทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะกันผ่านรอยแยกบานประตู จากนั้นเขม่าควันบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอ
ทำไมพวกเธอถึงไม่เรียกเธอมากินข้าวด้วย? หรือพวกนั้นจะคิดดูถูกเธอ?
เพียงเพราะตำแหน่งของเธอต่ำต้อย ไม่มีแฟนไม่มีเงิน เธอก็เลยไม่มีสิทธิ์ไปนั่งกินข้าวด้วยเหรอ?