พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 756 ไม่ต้องให้นายช่วย
ตอนที่ 756 ไม่ต้องให้นายช่วย
ซ่งโมโม่กัดริมฝีปากแล้วตัดสินใจพูดความคิดภายในใจออกมา “คุณรู้มั้ย? พี่กู้ชิงน่ะเคยแต่งงานแล้วและน่าจะมีลูกยาก คุณชอบเธอมากแต่ฉันทนเห็นคุณติดอยู่ในเงามืดไม่ไหวหรอกค่ะ”
หลังจากส่งข้อความนี้ออกไป มือของซ่งโมโม่ก็สั่นเทา
ในฐานะคนใกล้ชิดของกู้ชิง เธอรู้ดีว่าฉินคั่วจะต้องเชื่ออย่างแน่นอน
ฉินคั่วมองดูข้อความบนหน้าจอด้วยดวงตาที่มืดมนลง
นึกไม่ถึงว่าจะมีคนแบบนี้อยู่รอบข้างกู้ชิง
เธอยึดติดกับอำนาจและเงินตราจนยอมขายเพื่อนตัวเอง
มันเกินไปมาก
เขาสามารถค้นหาข้อมูลของกู้ชิงได้เพียงคลิกนิ้วแค่ไม่ กี่ครั้ง
แน่นอนว่าเขาไม่รังเกียจที่กู้ชิงเคยแต่งงานแล้ว เพราะท้ายที่สุดเขายังเป็นผู้ชายคนแรกของกู้ชิง
สำหรับข่าวลือที่บอกว่ามีลูกไม่ได้
ตอนนี้กู้ชิงมีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาครึ่งหนึ่งอยู่ในท้อง ทำไมจะมีลูกไม่ได้ล่ะ
“มาบอกฉันแบบนี้ไม่คิดว่าฉันจะเอาไปบอกกู้ชิงเหรอ? อยากได้ผู้ชายรวย ๆ ถึงกับยอมขายเพื่อนเลยหรือไง? อีกอย่างเธอมาพูดถึงกู้ชิงลับหลังแย่ ๆ แบบนี้ คิดว่าฉันจะหาผู้ชายรวยให้เธอหรือไง?” ฉินคั่วจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาเย็นชา
ซ่งโมโม่เบิกตากว้างทันทีเมื่อเห็นข้อความ
นึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะกลายมาเป็นแบบนี้
เธอเพียงคิดว่าฉินคั่วจะตามตอแยเธอและถามเธอว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่
แต่ฉินคั่วกลับไม่ทำแบบนั้น แถมยังพูดประณามเธออีก
ยิ่งฉินคั่วแสนดีมากเท่าไหร่ ซ่งโมโม่ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมมากเท่านั้น
เธอพิมพ์ตอบกลับราวกับเธอเสียสติไปแล้ว “เธอเคยแต่งงานแล้วถูกเยจนรูพรุน มีสิทธิ์อะไรถึงได้รับการดูแลดี ๆ? ฉันทั้งบริสุทธิ์ไม่เคยผ่านมือผู้ชายมาก่อน ทำไมจะหาแฟนรวย ๆ ไม่ได้? พวกคุณดูถูกฉันและคิดว่าฉันไม่เหมาะจะเข้าร่วมกลุ่มกับพวกคุณ”
ฉินคั่วมองดูข้อความตรงหน้าด้วยดวงตามืดมนลง
“เธอคิดว่าคนรวยโง่หรือไง? ฉันต้องเห็นใจเธอเหรอ? หัดชะโงกหัวมองดูมารยาทตัวเองบ้างเถอะ” หลังจากส่งข้อความเสร็จ ฉินคั่วก็กดถ่ายภาพหน้าจอบันทึกประวัติการสนทนาและบล็อกเธอโดยตรง
เขาจะไม่มีทางปล่อยให้กู้ชิงอยู่กับบุคคลอันตรายเช่นนี้
ฉินคั่วรู้สึกกังวล
ใครจะรู้ว่าผู้หญิงบ้าคนนี้จะลงมือทำอะไรอีก
เขาต้องรีบเดินทางกลับไปที่เมืองเป่ย
ซ่งโมโม่ต้องการตอบกลับข้อความอีกครั้ง แต่เครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดงกลับปรากฏขึ้นตรงหน้า
เธอตระหนักถึงความรู้สึกบางอย่าง
คิดอย่างจะลบข้อความทิ้งแต่ก็ทำไม่ได้
ซ่งโมโม่ตื่นตระหนกมาก
ฉินคั่วจะบอกเรื่องนี้กับกู้ชิงจริง ๆ หรือเปล่า?
แต่ถ้าเขาบอกจริง ๆ เธอจะทำยังไงดี?
กู้ชิงจะเชื่อเธอไหม?
แต่พอคิดเรื่องนี้ ซ่งโมโม่ก็หลอกตัวเองอีกครั้ง
ฉินคั่วกดบล็อกเธอแบบนี้ เขาน่าจะไม่สนใจมากกว่า
เธอขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่ม
ทว่าหลังจากคิดเรื่องข้อความที่ส่งไป เธอก็นอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
คิดวิตกกังวลเป็นอย่างมาก
ตกดึก ฉินคั่วรีบบินกลับมาที่เมืองเป่ย
เขากลับไปยังที่พักของเขาก่อนเพราะว่าไม่ต้องการรบกวนเวลาพักผ่อนของกู้ชิง
ดังนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างจะยังเป็นเหมือนเดิมในวันรุ่งขึ้น
หากบอกกู้ชิงภายในคืนนี้ก็เกรงว่าเธอจะนอนไม่หลับ
หลังจากตื่นนอนมาในตอนเช้า กู้ชิงก็เข้าไปทำอาหารในห้องครัว
ซ่งโมโม่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ การเคลื่อนไหวของเธอเงียบเชียบมากและค่อนข้างระมัดระวัง
แต่เมื่อเห็นว่าท่าทางของกู้ชิงยังดูปกติดี หัวใจอันหนักอึ้งของเธอก็ผ่อนคลายลง
“โมโม่” กู้ชิงเรียก
ซ่งโมโม่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปส่งยิ้มจาง ๆ “พะ พี่กู้ชิง มีอะไรเหรอ?”
“เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอ ใต้ตาคล้ำเชียว” กู้ชิงกำลังยุ่งอยู่จึงไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของซ่งโมโม่
ซ่งโมโม่นึกว่ากู้ชิงจะถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
แต่กลับไม่ใช่เรื่องนั้น เธอจึงรู้สึกผ่อนคลายขึ้น “ไม่มีอะไร แค่นอนไม่ค่อยหลับน่ะ”
“อย่าคิดมาก เวลาเครียดเธอชอบนอนไม่หลับอยู่เรื่อย” กู้ชิงพูดปลอบเธอ
“รู้แล้วพี่กู้ชิง” ซ่งโมโม่หยิบชามและตะเกียบมาวางลงบนโต๊ะ จากนั้นก็รอให้กู้ชิงยกอาหารเข้ามา
ทั้งสองกินข้าวเช้าและเดินทางไปทำงานด้วยกัน
กระทั่งเดินทางมาถึงบริษัทก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซ่งโมโม่จึงรู้สึกโล่งใจมาก
ดูเหมือนว่าฉินคั่วจะยังไม่ได้บอกกู้ชิงเกี่ยวกับเรื่องนั้น
เธอควรจะมีความสุขที่ฉินคั่วไม่สนใจเธอ
ไม่อย่างนั้นเรื่องต่าง ๆ คงจะไม่จบลงอย่างง่ายดาย
ช่วงพักเที่ยง กู้ชิงวางแผนจะไปกินข้าวกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและกำลังคิดจะไปถามอีกฝ่ายว่าอยากกินอะไรไหม แต่เพื่อนร่วมงานกลับหยุดเธอเอาไว้ “พี่กู้ชิง มีคนมาหาข้างนอกน่ะ”
“ใครเหรอ?” กู้ชิงสับสน
“ไม่รู้สิ บอกแค่ว่ามาหาพี่” เพื่อนร่วมงานตอบแล้วรีบเดินจากไป
กู้ชิงเดินออกไปข้างนอกแล้วพบว่าเป็นฉินคั่ว เธอก็ประหลาดใจเล็กน้อย “มาทำไม?”
ฉินคั่วเดินเข้ามาไม่พูดไม่จาและกอดกู้ชิงเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างแน่นหนา
“ชิงชิงที่รัก ผมคิดถึงคุณจะตายแล้ว” เขาพูดแล้วก้มลงมาจูบคอกู้ชิง
ลำคอคือจุดอ่อนไหวของกู้ชิง
เธอรู้สึกจั๊กจี้จึงรีบถอยหลังกลับ “ทำบ้าอะไร? ทำอย่างกับพวกชอบลวนลามในที่สาธารณะไปได้”
“คุณไม่คิดถึงผมสักนิดเลยเหรอ” ฉินคั่วถามกลับด้วยความน้อยใจ
“ใช่ ไม่คิดถึงสักนิดเลย” กู้ชิงตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“ช่วยโกหกว่าคิดถึงผมหน่อยไม่ได้เหรอ? ชิงชิง ทำไมชอบทำตัวใจร้ายกับผมจัง? ไม่รู้เหรอว่าผมเสียใจนะ?” ฉินคั่วเกาะติดกู้ชิงและปฏิเสธที่จะปล่อยมือออก
กู้ชิงทุบหัวฉินคั่วเบา ๆ “ฉันหิวแล้ว”
เพียงประโยคเดียว ฉินคั่วก็ยอมจำนน “อยากกินอะไร? หืม? เดี๋ยวผมพาไปกิน”
“กินอะไรก็ได้ ฉันถามคุณถงก่อน ตอนนี้เรากินข้าวด้วยกันตลอด” บางครั้งกู้ชิงก็อยากถามเกี่ยวกับข้อควรระวังระหว่างตั้งครรภ์
แน่นอนว่าข้ออ้างทั้งหมดทั้งมวลมาจากการถามแทนเพื่อน
“ชิงชิง ผมมานี่แล้ว คุณช่วยมองมาที่ผมหน่อยไม่ได้เหรอ? หืม? เรากินข้าวด้วยกันแค่สองคนไม่ได้เหรอ? ทำไมต้องชวนคนนอกมาด้วยล่ะ?” ตอนนี้ในสายตาของฉินคั่วมีแต่กู้ชิง จนเขาหลงลืมพี่สะใภ้ไปแล้ว
“งั้นฉันขอบอกคุณถงก่อน” กู้ชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เห็นด้วยกับคำข้อที่ไม่สมเหตุสมผลของฉินคั่ว
หลังจากพูดอยู่สองสามประโยค เธอก็วางสายลง
“นายอยากไปกินที่ไหนล่ะ” กู้ชิงเปลี่ยนไปใส่รองเท้าส้นแบนแล้วหลังจากรู้ว่าเธอไม่สามารถใส่รองเท้าส้นสูงขณะตั้งครรภ์ได้
“ผมไปกินที่ไหนไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือคุณกับลูกต่างหาก อยากกินอะไรกันล่ะ” ฉินคั่วพูดแล้วส่งยิ้มให้กู้ชิง
ในเมื่อเขาพูดแบบนั้น กู้ชิงก็ไม่เสแสร้งทำเป็นเกรงใจ เธอพยักหน้าแล้วไปร้านอาหารที่มักจะไปกินบ่อย ๆ
อาหารส่วนใหญ่ของที่นี่จะมีรสชาติบางเบา ไม่จัดจ้าน
กู้ชิงไม่กินอาหารรสจัด และกินแต่อาหารที่มีรสชาติเบาลงหลังจากรู้ตัวว่าตั้งครรภ์
ฉินคั่วเงยหน้ามองตรงไปทางกู้ชิง
เขาไม่สนใจเรื่องรสชาติอาหาร ขอแค่มีกู้ชิงอยู่ที่นี่ด้วย
เขาสามารถกินอะไรก็ได้
ขณะกินอาหาร เขาคอยยุ่งวุ่นวายกับการตักอาหารให้ กู้ชิง
“ฉันตักเองได้ ไม่ต้องให้นายช่วยหรอก” ใบหูของกู้ชิงเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย
เธอไม่เคยได้รับการเอาอกเอาใจแบบนี้มาก่อนในชีวิต
เธอรู้สึกเขินเล็กน้อยแต่ก็เพลิดเพลินไปกับมัน
แต่ความคิดแปลกประหลาดทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก เพียงแค่อยากอยู่ให้ห่างจากฉินคั่ว