พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 757 ไม่มีโอกาส
ตอนที่ 757 ไม่มีโอกาส
หลังจากกินไปสองคำ กู้ชิงก็วางตะเกียบลง
หลายวันที่ผ่านมาความอยากอาหารของเธอไม่ค่อยดีนัก จนเธอไม่สามารถกินอะไรได้เลย
ฉินคั่วสังเกตเห็นว่าอาหารเพิ่งมาเสิร์ฟ แต่กู้ชิงกลับไม่ค่อยกินอะไรเลย
เป็นแบบนี้แล้วจะมีสุขภาพดีได้ยังไง? จะดูแลลูกได้ยังไง?
“ชิงชิง กินอีกหน่อยนะ” ฉินคั่วพูดเกลี้ยกล่อม
“ฉันไม่อยากกินแล้ว” กู้ชิงส่ายหัว
ฉินคั่วคีบอาหารขึ้นมาแล้วป้อนให้กู้ชิง
อาหารมาจ่อปากแล้ว กู้ชิงจึงไม่สามารถปฏิเสธได้
เธอเปิดปากแล้วกลืนอาหารลงไป
แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่มันเข้าไปในปาก เธอจะคลื่นไส้จนต้องอาเจียนใส่ถังขยะ
ใบหน้าหล่อเหลาของฉินคั่วเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
กู้ชิงไม่ได้กินอะไรมากนัก
และทุกอย่างที่เพิ่งกินลงไปก็อาเจียนออกมาหมด
เขารินน้ำอุ่นแก้วหนึ่งแล้วเดินไปหากู้ชิง ช่วยลูบหลังเธอเบา ๆ “เป็นยังไงบ้าง? ยังรู้สึกอึดอัดอยู่มั้ย?”
หลังจากอาเจียนเสร็จ ดูเหมือนว่ากู้ชิงจะเหนื่อยล้ามาก เธอทรุดตัวลงไปนั่งนิ่งบนเก้าอี้
เธอพยายามจิบน้ำเพื่อให้รู้สึกสบายท้องยิ่งขึ้น
“ไม่เป็นไร ไม่มีไรแล้ว” กู้ชิงสงบลง แต่ใบหน้าของเธอกลับดูซีดเซียว
“เวลาผมไม่อยู่ก็เป็นแบบนี้ตลอดเหรอ?” ฉินคั่วมีสีหน้าทุกข์ใจ
ทำไมเขาถึงไม่รู้ว่ากู้ชิงต้องทนต่อสู้กับความทุกข์ทรมานแบบนี้?
“อืม บางครั้งก็กินอะไรไม่ได้เลย” กู้ชิงตอบกลับอย่างใจเย็น
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ เธอเริ่มจะคุ้นชินกับมันแล้ว
“ชิงชิง ฟังผมนะ ไปที่เมืองหนานเถอะ ผมจะจ้างนักโภชนาการที่เก่งที่สุดมาดูแลคุณเอง ถ้าคุณยังฝืนทำงานแบบนี้ ร่างกายจะพังเอา” ฉินคั่วจับแก้มเธอ
เดิมทีใบหน้าของเธอมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือของเขา แต่เป็นเพราะว่าตอนนี้เธอกินอะไรไม่ลง
มันจึงได้ผอมซูบลง
“ฉันไม่อยากไปเมืองหนาน เราจะต้องรอด” แม้ว่ากู้ชิง จะไม่สามารถกินอาหารได้ แต่เธอก็ยังกินผลไม้ได้
เธอพยายามกินผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้มากและกินอาหารเสริมจากแหล่งอื่น ๆ
“อยากทำให้ผมโมโหตายใช่มั้ย? รอเจ้าเด็กนี่ออกมาก่อน ผมจะตีเขาแรง ๆ เลย กล้าทรมานแม่ตัวเองอย่างนี้ได้ยังไง” ใบหน้าของฉินคั่วเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เขาไม่รู้จะทำอย่างไรกับเรื่องของกู้ชิงจริง ๆ
หากเป็นไปได้ เขาก็หวังว่าเขาจะสามารถแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดแทนกู้ชิงได้
แต่เขาทำไม่ได้
ฉินคั่วเพียงยืนดูกู้ชิงทุกข์ทรมานโดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย
“นายยังจะตีเขาอีกเหรอ แค่เขาออกมาได้อย่างปลอดภัยฉันก็ขอบคุณพระเจ้าแล้ว” กู้ชิงย่อมตามใจลูกของเธอเป็นธรรมดา
“คุณพูดซี้ซั่วอะไร? ทำไมเขาจะออกมาอย่างปลอดภัยไม่ได้? ดูคุณก่อนเถอะ กินอะไรไม่ได้สักอย่าง แล้วลูกจะกินได้ได้ยังไง?” ฉินคั่วอิจฉา
ทั้งที่ตกอยู่ในสภาพย่ำแย่แท้ ๆ แต่ก็ยังออกตัวพูดแทนลูก
ทีกับเขาไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้บ้าง
หลังจากคลอดลูกแล้ว เขาจะยังมีตำแหน่งอยู่ในครอบครัวอีกไหม?
“ฉันกินไม่ได้จริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจไม่กินสักหน่อย” กู้ชิงทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องทำอย่างไร
เพียงแค่รอให้ช่วงเวลานี้ผ่านไป
บางคนเริ่มแรกก็กินอะไรไม่ได้เหมือนกัน
แต่ต่อมาความอยากอาหารก็ดีขึ้น
“ก็ได้ ผมเข้าใจแล้วที่รัก ช่วงนี้ที่บริษัทไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ เดี๋ยวผมจะคอยดูแลคุณเอง” ฉินคั่วเสิร์ฟซุปให้กู้ชิง
“เพิ่งอ้วกออกมาหมด กินเพิ่มอีกสักหน่อยสิ ไม่งั้นคงไปทำงานต่อไม่ไหวหรอก” ฉินคั่วพูดเกลี้ยกล่อมให้เธอกิน
ความอดทนทั้งหมดตลอดชีวิตของเขาถูกใช้ไปกับกู้ชิงจนหมด
หลังจากพูดเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน กู้ชิงก็ฝืนใจกินข้าวกับน้ำซุป
ฉินคั่วยังคงรู้สึกว่ามันน้อยเกินไป
แต่ก็ไม่เป็นไร
เพราะช่วงอายุของกู้ชิงเริ่มมากแล้ว และการคลอดลูก ก็ค่อนข้างอันตราย
กว่าลูกจะออกมาก็เกรงว่าร่างกายของเธอจะไม่ไหวเสียก่อน
หากชีวิตของลูกต้องแลกชีวิตของกู้ชิง เขาก็คงจะไม่อยากมีลูก
ในสายตาของเขา ไม่มีใครหรือสิ่งอื่นใดเทียบเท่ากับกู้ชิงได้
ดังนั้นความชอบหรือการอดทนต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นล้วนขึ้นอยู่กับความจริงที่ว่าคนคนนั้นคือกู้ชิง
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว ฉินคั่วก็มาส่งกู้ชิงกลับไปทำงานและบังเอิญเจอกับซ่งโมโม่ระหว่างทาง
เดิมทีซ่งโมโม่ตั้งใจจะแวะเข้ามาทักทายกู้ชิง
แต่พอเห็นฉินคั่วยืนอยู่ข้าง ๆ ซ่งโมโม่ก็สะดุ้งโหยง
เธอหันหลังกลับวิ่งหนีไปโดยไม่ต้องคิด
กู้ชิงสังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของซ่งโมโม่เช่นกัน เธอจึงจ้องมองไปยังทิศทางของซ่งโมโม่ด้วยความสงสัย “ยัยเด็กนั่นเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?”
“เดาว่าคงจะทำเรื่องอะไรผิดมาน่ะ” ฉินคั่วรู้สึกตลกเมื่อนึกถึงบทสนทนาบนโทรศัพท์มือถือของเขา
“อย่าพูดไร้สาระ ฉันต้องกลับไปทำงานแล้ว” กู้ชิงผลักเขาออกแล้วเดินเข้าไปในบริษัท
พอเห็นเช่นนั้น ฉินคั่วก็รีบจับมือเธอแน่น “จะไปแล้วเหรอ? ผมอุตส่าห์แวะมาที่นี่ทั้งทีจะไม่ตอบแทนอะไรหน่อยหรือไง?”
กู้ชิงเม้มปาก กวาดสายตามองรอบข้างแล้วไม่เห็นใคร เธอจึงเขย่งปลายเท้าแล้วจูบแก้มของฉินคั่ว
ฉินคั่วตกตะลึง
นี่เป็นครั้งแรกที่กู้ชิงเป็นฝ่ายจูบเขาก่อน
แต่ก่อนที่ฉินคั่วจะกลับมาได้สติ กู้ชิงก็สะบัดมือออก ถอยออกมาแล้วเดินเข้าไปในบริษัท
ฉินคั่วลูบไล้แก้มที่ถูกกู้ชิงจูบแล้วยิ้มกว้างเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว
แต่เมื่อถึงปัญหาที่กู้ชิงไม่สามารถกินอะไรได้เลย
ฉินคั่วก็กลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง
เขาควรจะทำยังไงดี?
ในเมืองเป่ย เขามีเพื่อนเพียงคนเดียวก็คือมู่อวี้เฉิง
ดังนั้นหลังจากประสบปัญหานี้ ฉินคั่วจึงเข้าไปหา มู่อวี้เฉิง
พอรู้ว่ามู่อวี้เฉิงกำลังทำงานอยู่ในบริษัท เขาก็ไปที่นั่นด้วยตัวเอง
“เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ? ปกตินายน้อยฉินถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ไม่ถ่อมาที่นี่หรอก แทนที่จะไปไล่ตามจีบกู้ชิง มาที่นี่ทำไม?” มู่อวี้เฉิงพูดแซวขณะตรวจสอบเอกสาร
“ฉันก็แค่อยากจะมาดูแก อีกอย่างกู้ชิงก็มีงานมีการทำมั้ย?” ฉินคั่วนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามอย่างสบาย ๆ
“ขนาดกู้ชิงยังทำงาน แกเป็นคนเดียวที่ไม่รู้จักทำงานทำการ หลังจากนี้ใครจะมาดูแลแก?” มู่อวี้เฉิงมีปากคอเราะรายเสมอและฉินคั่วก็รู้สึกชินมานานแล้ว
“ฉันจะให้กู้ชิงมาดูแลทำไมล่ะ? ฉันไปเล่าเรื่องกู้ชิงให้ปู่ฟังมา ปู่ก็เลยให้วันหยุดพิเศษและบอกให้ฉันกลับมาที่นี่” ฉินคั่วยักไหล่
“แกเล่าเรื่องนี้ให้ครอบครัวฟังแล้วเหรอ?” มู่อวี้เฉิงนึกไม่ถึงว่าเรื่องระหว่างพวกเขาจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
“งั้นจะทำอะไรได้ล่ะ? อุตส่าห์เจอคนที่ใช่แล้ว ถ้าไม่รีบคว้าเอาไว้ เกิดวิ่งหนีหายไปจะทำยังไง?” ฉินคั่วตอบกลับด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“เป็นงั้นก็ดี แต่ถ้าเบื่อแล้วกะจะมาฆ่าเวลากับฉัน ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะว่าฉันไม่มีเวลาว่างมาเล่นกับแกหรอก” มู่อวี้เฉิงยุ่งมากตลอดทั้งวัน
แน่นอนว่าการบริหารบริษัทไม่ใช่เรื่องง่าย
ยังมีเอกสารที่ยังไม่ได้อ่านและมีโครงการที่ต้องทำให้เสร็จภายในหนึ่งวัน
“ฉันมีเรื่องอยากจะถามแก” จากนั้นฉินคั่วก็เล่าสถานการณ์ของกู้ชิงคร่าว ๆ “ตอนนี้กินอะไรก็อ้วกออกมาหมดเลย จนฉันไม่สบายใจ แกเคยมีประสบการณ์ดูแลพี่สะใภ้ไม่ใช่เหรอ? สอนฉันหน่อยสิ”
คำพูดเหล่านั้นสร้างความเจ็บปวดให้มู่อวี้เฉิงทุกอณู
ฉินคั่วไม่เคยจำอะไรได้เลย
เขาบอกอีกฝ่ายอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังจำไม่ได้
“เหมี่ยวเหมี่ยวท้องเสี่ยวเป่าตอนอยู่ต่างประเทศ พอกลับมาเสี่ยวเป่าก็โตแล้ว ฉันเคยได้ดูแลที่ไหน?” ตอนแรกมู่อวี้เฉิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีเสี่ยวเป่าอยู่
เขาอยากดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่กลับไม่มีโอกาสเลย