พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 758 เผชิญหน้า
ตอนที่ 758 เผชิญหน้า
จากนั้นฉินคั่วก็รีบพูดขึ้นว่า “ขอโทษว่ะเพื่อน ขอโทษ จริง ๆ ทำไมฉันลืมไปได้”
“กู้ชิงท้องเหรอ?” เขาคิดว่าต้องใช้เวลาสักพัก ฉินคั่วถึงจะเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามได้
“ใช่ ฉันเจ๋งไง ครั้งเดียวติด แกไม่รู้หรอกว่าฉันอึดอัดแค่ไหนเวลาต้องเห็นท่าทางซีดเซียวของเธอ บางครั้งฉันก็อยากจะเจ็บแทนเธอ” ฉินคั่วเกาหัวด้วยท่าทางหงุดหงิด
มู่อวี้เฉิงมั่นใจแล้วว่าฉินคั่วชอบกู้ชิงมากจริง ๆ
ชนิดที่ว่าไม่สามารถเอาตัวออกมาจากความสัมพันธ์ได้
จู่ ๆ ฉินคั่วก็นึกอะไรบางอย่างออก ดวงตาของเขาเปร่งประกายขึ้นทันที “อวี้เฉิง ฉันไปถามพี่สะใภ้ได้ปะ พี่สะใภ้น่าจะเคยมีประสบการณ์มาก่อน”
“กู้ชิงสนิทกับเหมี่ยวเหมี่ยวขนาดนั้น คิดว่าเธอจะไม่ถามเหรอ? ตอนเหมี่ยวเหมี่ยวท้องเธอลำบากมาก แทนที่จะถามเธอเอาเวลาไปดูแลกู้ชิงดีกว่ามั้ย” เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต มู่อวี้เฉิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกแย่
ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะการไม่ได้รับดูแลเอาใจใส่อย่างดี
สุขภาพของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงย่ำแย่ลง แม้แต่การมีลูกคนที่สองยังอันตรายถึงชีวิต
นอกจากนี้เขายังอยากมีประสบการณ์เป็นพ่อคน และได้อยู่ดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยวในตอนนั้นบ้าง
“อ่าว ทีพี่สะใภ้เป็นแบบนั้นเป็นเพราะแกต่างหาก เอาแต่ทำตัวเย่อหยิ่งใส่ฉัน ถ้ากล้านักก็ไปพูดต่อหน้าพี่สะใภ้สิ” ฉินคั่วตอบโต้กลับอย่างหงุดหงิด
คำพูดของเขาทำให้มู่อวี้เฉิงพูดไม่ออก ดังนั้นเขาจึงหยุดพูดและนั่งเงียบ ๆ
“แต่ฉันคิดว่าเธอคงไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอท้อง อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้” เพราะทุกอย่างพัฒนาไปเร็วเกินไป
หากคนในบริษัทรู้เรื่องนี้ มันจะส่งผลต่อชื่อเสียงของกู้ชิงด้วย
มันเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่พวกเขาเร่งรีบเกินไป
“งั้นก็ไม่ต้องถามหรอก ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่มีโภชนาการเอา และลองเรียนทำอาหารให้เธอกินดู บางทีลูกในท้องอาจจะไว้หน้าแกแล้วหยุดสร้างปัญหาก็ได้” มู่อวี้เฉิงพูดบอกวิธีแก้ปัญหาอย่างคลุมเครือ
“แกพูดถูก ช่วงนี้ฉันกำลังเรียนทำอาหารอยู่ แต่ทำออกมาแล้วกินไม่ได้เลย หวังว่าลูกจะไว้หน้าฉันบ้างนะ” ฉินคั่วพูดออกมาด้วยความรู้สึกท้อแท้
มู่อวี้เฉิงพูดถูก
ในเมื่อกู้ชิงไม่ต้องการไปเมืองหนาน แต่เขาก็ยังอยู่ที่นี่ไม่ใช่เหรอ?
เขาสามารถจ้างนักโภชนาการอาหารมาสอนวิธีการทำอาหารให้เขาได้
จากนี้ไปเขาจะเรียนรู้วิธีการทำอาหารที่กู้ชิงอยากกิน
“จริงจังเหรอ?” มู่อวี้เฉิงมองดูฉินคั่วด้วยความประหลาดใจ
เขาไม่อยากจะเชื่อเลย ฉินคั่วเรียนทำอาหารออกมาจะเป็นอย่างไรบ้าง
“ก็ต้องจริงจังสิ จะไม่จริงจังได้ไง? แกดูถูกฉันมากเกินไปแล้ว” สำหรับกู้ชิง เขาจะลองเสี่ยงดูสักตั้ง
นอกจากนี้มันก็แค่การทำอาหาร
เขาเคยเรียนการทำอาหารมาจากในกองทัพแล้ว แต่แค่ขี้เกียจเกินกว่าจะเรียนรู้มัน
เพราะฉะนั้นเพื่อเห็นแก่ภรรยา เขาจะต้องพยายามอย่างหนัก
“งั้น… ก็ขอให้ประสบความสำเร็จล่ะ” มู่อวี้เฉิงเงียบไปสักพักก่อนจะพูดออกมา
“อวี้เฉิง ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าแกกำลังเยาะเย้ยฉันวะ?” ฉินคั่วรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
“ฉันก็พูดแบบนี้อยู่เรื่อย ถ้าแกคิดว่าฉันประชด ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้” มู่อวี้เฉิงตอบกลับอย่างเฉยเมย
“เพื่อนกันเขาทำกันแบบนี้เหรอ?” ฉินคั่วถามกลับอย่างหงุดหงิด
“ก็ไม่เห็นจะเป็นยังไง อย่าคิดมาก” มู่อวี้เฉิงตอบกลับอย่างใจเย็น
“โอโห่ มู่อวี้เฉิง คำพูดคำจาแกนี่มันโคตรคลาสสิกตามแบบฉบับตัวโกงเลยรู้ปะ นี่สรรหาเรียนเองเหรอ ฉันต้องไปบอกพี่สะใภ้แล้วล่ะ” ดูเหมือนว่าฉินคั่วจะคิดอะไรสนุก ๆ ออกก่อนจะส่งยิ้มยียวน
“แน่ใจนะว่าจะบอกพี่สะใภ้? อย่าลืมว่าแกมีจุดอ่อนมากกว่าฉันเยอะ จะทำอะไรก็คิดให้รอบคอบล่ะ” มู่อวี้เฉิงเหลือบมองฉินคั่วแล้วพูดคุกคาม
“ใจร้ายว่ะแม่ง! ช่างเถอะ ฉันจะกลับไปเรียนทำอาหารให้ชิงชิงกับลูกแล้ว แกทำอาหารเป็นไม่ใช่เหรอ พอจะมีเคล็ดลับบอกฉันบ้างมั้ย?” ฉินคั่วถามด้วยรอยยิ้ม
“เคล็ดลับเหรอ? ดูเมนูสิ” มู่อวี้เฉิงตอบกลับอย่างเป็นธรรมชาติสุด ๆ
“แค่นั้นเหรอ?” ฉินคั่วอ้าปากค้าง
“งั้นจะอะไรอีกล่ะ? ฉันก็เรียนมาจากสมุดเมนูอีกทีนึง ง่ายจะตาย” มู่อวี้เฉิงพูดบอกหน้านิ่ง
“ยกย่องเลยว่ะ ช่างเถอะ ฉันไปล่ะ” ฉินคั่วพูดแล้วรีบสะบัดก้นเดินออกจากไปห้องทำงานของมู่อวี้เฉิง
ขณะเดียวกัน กู้ชิงยังคงอยู่ในบริษัท
หลังจากเจอซ่งโมโม่อีกครั้ง เธอก็ถามด้วยความสงสัย “โมโม่ ทำไมเห็นพี่กับฉินคั่วแล้ววิ่งหนีล่ะ?”
ซ่งโมโม่รู้สึกลำบากใจเล็กน้อยก่อนตอบกลับว่า “พี่กู้ชิง ฉันจะเข้าไปเป็นก้างขวางคอพี่สองคนทำไมล่ะ? ฉันก็เลยกลับออกมาก่อน”
ใครจะรู้ว่าถ้าเธอเข้าไปทักทาย บางทีฉินคั่วอาจจะพูดอะไรก็ได้
ทว่ากู้ชิงยังคงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
โดยปกติซ่งโมโม่มักจะเป็นคนชอบเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย
เธอจะไม่มีทางวิ่งหนีไป
ดังนั้นจะต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างที่เธอไม่รู้
เห็นได้ชัดว่าซ่งโมโม่ไม่อยากบอกเธอ
หลังจากตรวจตราเอกสารในช่วงบ่ายเสร็จ กู้ชิงก็เล่าข้อสงสัยของเธอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟัง
นอกจากนี้ยังเล่าว่าฉินคั่วบอกว่าซ่งโมโม่น่าจะทำอะไรผิด
ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกสงสัยมากเท่านั้น
ซ่งโมโม่ไม่เคยรู้จักกับฉินคั่วมาก่อน
และฉินคั่วจะต้องไม่มีทางพูดแบบนั้นออกมาอย่างแน่นอน
“ถ้าเธออยากรู้จริง ๆ ก็ถามฉินคั่วสิ ฉินคั่วจะต้องบอกเธอแน่นอน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบอกเธอ
“แต่ว่า…” กู้ชิมเม้มปาก
เธอรู้สึกว่าเรื่องราวต่าง ๆ จะไม่ง่ายอย่างที่คิด
“กังวลว่าถ้ารู้แล้วจะส่งผลเสียใช่มั้ย เพราะงั้นเลยอยากจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เหรอ? ฉันคิดว่าเด็กซ่งโมโม่ก็ดูเป็นคนดี แต่ว่าเธอสองคนอาศัยอยู่ด้วยกัน ระมัดระวังเอาไว้น่าจะดีกว่า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าคนเราไม่ควรเชื่อใจใครมากเกินไป
เพราะบางทีนิสัยคนเราก็เปลี่ยนกันได้จริงไหม?
เธอให้โอกาสซ่งโมโม่มาทำงาน แต่จะคว้างานมาได้ไหมนั่นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของซ่งโมโม่
แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็อยู่ในสตีเฟนกรุ๊ปได้นาน ซึ่งบ่งบอกว่าค่อนข้างมีความสามารถทีเดียว
“ฉันจะลองถามดูค่ะ” กู้ชิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพบว่าคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อนข้างสมเหตุสมผล
ฉินคั่วหล่อมาก
เป็นเรื่องปกติที่คนอย่างซ่งโมโม่จะคิดเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ หลังจากเจอใครสักคนที่เข้าตา
แต่หวังว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิด ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
“ไม่ต้องกังวล ฉันมองออกว่าตอนนี้ฉินคั่วชอบเธอมาก จะคิดมากไปทำไม? ต่อให้ซ่งโมโม่ทำอะไรบางอย่างจริง ๆ แต่ตอนนี้ฉินคั่วก็ยืนอยู่ข้างเธอไม่ใช่เหรอ? เธอจะยังต้องกังวลอะไรอีก?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองกู้ชิง
“คุณถง คุณพูดถูกค่ะ แต่ฉันแค่กลัวว่าเด็กซ่งโมโม่จะคิดมาก” เธอเคยเห็นโลกกว้างมาแล้ว
มองทุกอย่างออกชัดเจน
แต่ซ่งโมโม่ยังมองไม่ออก
“บางครั้งมันก็ปลงไม่ตกหรอก อย่าลืมว่าตอนนี้ฉินคั่วเป็นแฟนของเธอแล้ว ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับคนอื่น เธอคิดอะไรอยู่? หรือว่าจะยอมยกแฟนให้คนอื่น? ล้อฉันเล่นอยู่หรือเปล่า?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
“คุณถง ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” กู้ชิงยิ้มอย่างโล่งใจ
ไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร เธอก็จะเผชิญหน้าและยอมรับมัน
หากซ่งโมโม่ไม่ได้ทำอะไรก็จะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
ตอนนี้เธอไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
“เข้าใจแล้วก็ดี อย่าไปจริงจังเกินกว่าเหตุ เลิกงานแล้ว ก็ไปจัดการซะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโบกมือไล่
จากนั้นกู้ชิงก็เดินออกไป