พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 759 เธอรู้สึกขายหน้ามาก
ตอนที่ 759 เธอรู้สึกขายหน้ามาก
หลังจากเลิกงานลงมา เธอก็เห็นว่าฉินคั่วกำลังรออยู่ข้างนอก
เดิมทีซ่งโมโม่อยากจะเดินทางกลับกับเธอด้วย
แต่หลังจากเห็นฉินคั่ว เธอก็รับหันหลังกลับอีกครั้ง
กู้ชิงเฝ้าดูปฏิกิริยาของซ่งโมโม่เงียบ ๆ
อีกฝ่ายมีท่าทางน่าสงสัยอย่างมาก
“ชิงชิงที่รัก มองอะไรอยู่?” ฉินคั่วเริ่มไม่พอใจเมื่อเห็นว่า กู้ชิงไม่ได้มองมาที่เขา
“ฉันแก่แล้ว นายช่วยหยุดทำตัวคลื่นไส้สักทีได้มั้ย?” กู้ชิงขมวดคิ้ว
“มันไม่ดีเหรอ? ชื่อพิเศษที่ผมตั้งให้น่ะ?” ฉินคั่วไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาอะไร
แถมยังรู้สึกดีมาก
“ไม่เห็นจะดีเลย” กู้ชิงเดินนำไปข้างหน้า
ฉินคั่วรู้สึกได้ว่ากู้ชิงกำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก
เขารีบเดินตามไปอย่างว่องไว “ชิงชิงที่รัก เกิดอะไรขึ้น? ใครทำให้คุณหงุดหงิด? ผมจะไปจัดการมันให้!”
“แล้วถ้าเป็นนายล่ะ นายทำให้ฉันไม่มีความสุข นายจะจัดการตัวเองมั้ย?” กู้ชิงพูดด้วยความโกรธ
“ผมเหรอ คุณจัดการผมได้นะ” ฉินคั่วพูดอย่างจริงจัง
จนกู้ชิงเผลอหลุดยิ้มออกมา
ฉินคั่วจิ้มลักยิ้มของเธอเบา ๆ “ดูสิ ยิ้มแล้วสวยจะตาย ทำหน้านิ่งแบบนั้นไม่เห็นจะดีเลย”
“ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องมามอง” กู้ชิงเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
“ไม่ว่ายังไงผมก็ชอบชิงชิงที่รักเสมอ อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง บอกมาว่าทำไมจู่ ๆ ถึงหงุดหงิด” ฉินคั่วขึ้นรถยนต์
หลังจากขึ้นรถแล้ว ฉินคั่วก็คาดเข็มขัดนิรภัยให้กู้ชิง
กู้ชิงหันไปเรียกเขา “ฉินคั่ว”
“เกิดอะไรขึ้นที่รัก?” ฉินคั่วมองดูเธอ
“ซ่งโมโม่คุยอะไรกับนายหรือเปล่า?” หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง กู้ชิงก็ถามถึงสิ่งที่ติดอยู่ในใจเธอ
การเก็บเงียบไว้กับตัวเองตลอดนั้นไม่ใช่เรื่องดี
“อยากรู้จริงเหรอ?” ฉินคั่วมองดูกู้ชิงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หลังจากเห็นสีหน้าจริงจังของเขาแล้ว กู้ชิงก็อดไม่ได้ที่ จะกลั้นหายใจ
“อืม บอกฉันหน่อยสิ” กู้ชิงพยักหน้า
เธอเตรียมใจเอาไว้แล้ว
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตเจ็บปวดมากกว่านี้ร้อยเท่า พันเท่า แต่เธอก็รอดชีวิตมาได้ ไม่ต้องพูดถึงตอนนี้เลย
“ได้ งั้นผมจะเอาอะไรให้ดู” เดิมทีฉินคั่วไม่อยากบอกเรื่องนี้กับกู้ชิง
ตอนนี้กู้ชิงกำลังตั้งครรภ์อยู่และกินอะไรไม่ได้เลย เขาจึงไม่อยากให้เรื่องของคนนอกมาส่งผลกระทบกับอารมณ์ของเธอ
แต่ใครจะคิดว่ากู้ชิงของเขาจะฉลาดหลักแหลมขนาดนี้
เดาได้ทั้งหมด
เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ยังจำที่ผมเอานามบัตรให้ซ่งโมโม่ได้มั้ย?”
กู้ชิงพยักหน้า ตอนนั้นเธอก็อยู่ที่นั่นด้วย เธอจึงรู้เรื่องดังกล่าว
“ดูเอาสิ” เขายื่นโทรศัพท์มือถือให้กู้ชิง
กู้ชิงมักจะพูดคุยกับซ่งโมโม่อยู่บ่อยครั้ง พอเห็นรูป โปรไฟล์อีกฝ่ายเธอก็จำได้ทันที
เธอค่อย ๆ เลื่อนดูประวัติการสนทนา
หลังจากอ่านแล้ว เธอก็เม้มปากแน่น
นึกไม่ถึงว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ในความคิดของซ่งโมโม่
กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายคิดแบบนี้มาโดยตลอด
คิดว่าพวกเธอสามารถนั่งกินนอนกินได้เพียงเพราะมีแฟนรวย
พออ่านแล้วก็พูดไม่ออกเลยจริง ๆ
ซ่งโมโม่เป็นคนรู้จักเธอ แต่กลับเพิ่มเพื่อนฉินคั่วบนวีแชตและพูดเปิดโปงเรื่องของเธอ
เธอรู้สึกขายหน้ามาก
นึกไม่ถึงเลยว่าซ่งโมโม่จะเป็นคนแบบนี้
ไม่รู้ว่าฉินคั่วจะคิดว่าเธอเป็นคนแบบนั้นหรือเปล่า
หลังจากเห็นกู้ชิงมีสีหน้าซีดเซียว ฉินคั่วลูบหลังปลอบประโลมกู้ชิงให้รู้สึกผ่อนคลายลง “ที่รัก อย่าโมโหสิ อย่าอารมณ์เสีย อย่าไปโกรธคนที่ไม่มีความสำคัญพรรค์นั้น”
“ฉินคั่ว นายก็คิดเหมือน…”
แต่ก่อนที่กู้ชิงจะพูดจบ ฉินคั่วก็รีบปิดปากเธอ “ผมรู้ดีที่สุดว่าคุณเป็นคนยังไง อย่าเอาความคิดเห็นของคนอื่นมาคิดสงสัยในตัวผม”
“แต่ว่านายไม่รู้สึกอะไรเลยจริง ๆ เหรอ?” กู้ชิงก้มหน้าลง
ในความเป็นจริง กู้ชิงรู้สึกประทับใจที่ฉินคั่วพูดปกป้องเธอต่อหน้าซ่งโมโม่
ไม่ต้องบอกว่าเธออารมณ์ดีแค่ไหน
“ผมจะคิดอะไรล่ะ? ถ้าจะให้พูดจริง ๆ ก็คือย้ายออกมาอยู่กับผมเถอะ อย่าไปอยู่กับซ่งโมโม่เลย เห็นไหนว่าคำพูดเธอมีแต่ความอิจฉาริษยา เกิดเธออิจฉาจนหน้ามืดเผลอทำร้ายคุณขึ้นมาจะทำยังไง? ตอนนี้คุณไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วนะ คุณมีลูกแล้ว” ฉินคั่วใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้พูดคำขอของเขา
กู้ชิงเม้มปากแล้วยอมรับว่าคำพูดของฉินคั่วค่อนข้างสมเหตุสมผล
“ฉันจะลองคิดดู”
“แต่อย่าเพิ่งไปมีปากเสียงกับเธอตอนนี้นะ ผมไม่อยู่ ข้าง ๆ เกิดเธอเป็นบ้าอะไรขึ้นมาใครจะรู้” นอกเหนือจากกู้ชิงแล้ว ฉินคั่วก็ไม่ไว้วางใจใครอีกเลย
“รู้แล้ว” กู้ชิงพยักหน้าเบา ๆ
“เย็นนี้อยากกินอะไรล่ะ?” ฉินคั่วถาม
“อะไรก็ได้” ตอนนี้จิตใจของกู้ชิงกำลังสับสนวุ่นวาย และไม่มีความอยากอาหารเลย
เธอไม่อยากกินอะไรเลยจริง ๆ
หากไม่ใช่เพราะลูก เธอคงจะไม่อยากแตะต้องอะไรด้วยซ้ำ
“ผมไปเรียนทำอาหารมาสองสามอย่าง อยากลองชิมดูมั้ย?” ฉินคั่วพูดบอก
กู้ชิงกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่และไม่ได้สนใจมากนัก เธอจึงส่งเสียงเออออไปเรื่อยเปื่อย
ฉินคั่วเห็นว่าแผนการของเขาประสบความสำเร็จแล้วจึงอดยิ้มมุมปากไม่ได้
กว่ากู้ชิงจะกลับมาได้สติอีกครั้ง เธอก็ถูกฉินคั่วพาตัวไปที่บ้านเขาแล้ว
หลังจากมีกู้ชิง ฉินคั่วก็ให้คนมาปรับปรุงบ้านทั้งหลังใหม่
หากเผลอไปเห็นของอย่างอื่น กู้ชิงต้องจะไม่มีความสุขมากแน่ ๆ
หลังจากเข้ามาเห็นเฟอร์นิเจอร์ในบ้านแล้ว กู้ชิงก็ตกตะลึง
การตกแต่งของที่นี่คล้ายคลึงกับห้องอพาร์ตเมนต์ของเธอมาก
ฉินคั่วใช้ความพยายามอย่างมากในการทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยกับที่นี่
“ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้หรอก” กู้ชิงรู้สึกเขินเมื่อเห็นว่า ฉินคั่วพยายามทำเพื่อเธอมาก
“ผมก็แค่อยากทำให้คุณ ชิงชิง คุณไม่รู้หรอกว่าผมใส่ใจคุณมากแค่ไหน ถ้าคุณย้ายมาที่นี่ มาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า มันจะดีกับลูกของเรามาก คุณคิดว่าไง?” ฉินคั่วพยายามพูดโน้มน้าวกู้ชิงอย่างแน่วแน่
หากกู้ชิงมาอยู่ที่นี่ มันก็จะสะดวกต่อเขามาก
ก่อนหน้าที่ซ่งโมโม่ยังไม่กลับมามันก็ไม่เป็นไรหรอก
แต่ตอนนี้ซ่งโมโม่อยู่ที่นั่นด้วยและเธอยังเป็นคนแบบนี้อีก จะทำอะไรก็คงไม่สะดวก
ผู้หญิงคนนั้นดูคลั่งไคล้เงินตรามาก ฉินคั่วจึงกังวลว่าอีกฝ่ายจะเอาเปรียบเธอ
“นายนี่ชอบเข้ามายุ่งเรื่องความคิดฉันจัง ฉันบอกว่าจะลองคิดดูก่อน หยุดพูดถึงเรื่องนี้สักที” พอคิดถึงเรื่องนี้ กู้ชิงก็นึกถึงซ่งโมโม่อีกครั้ง
ความรู้สึกอึดอัดประดังประเดเข้ามาในหัวใจ
ตอนที่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ เธอทำดีกับซ่งโมโม่เอาไว้มาก
โดยปกติแล้วพวกเธอจะคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
เมื่อไหร่ที่ซ่งโมโม่ไม่มีเงิน เธอก็จะแบ่งเงินให้ซ่งโมโม่ใช้
และบอกอีกฝ่ายว่าไม่จำเป็นต้องคืน
เธอรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน โดยเฉพาะ ซ่งโมโม่ที่ต้องเดินทางจากบ้านเกิดมาคงจะรู้สึกไม่สะดวกใจมาก
แต่ดูเหมือนว่ากู้ชิงเพิ่งจะมองเห็นภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาของอีกฝ่าย
สำหรับกู้ชิงแล้วเธอพยายามช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่เป็นไปได้
หากซ่งโมโม่มีปัญหา เธอก็พร้อมจะช่วยเหลือ
เธอคอยอุทิศตัวช่วยเหลือซ่งโมโม่ตลอดเลยไม่ใช่เหรอ?
แต่ในทางกลับกัน ทำไมซ่งโมโม่ถึงคิดกับเธอแบบนี้?
เธอรู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นพวกบูชาเงิน
ถึงขนาดดูถูกดูแคลนเธอแล้วบอกว่าเธอเป็นพวกนั่งกินนอนกิน
ทัศนคติของยัยเด็กนี่มันบิดเบี้ยวถึงขนาดนี้ได้ยังไง?