พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 761 คราวสิ้นหวัง
ตอนที่ 761 คราวสิ้นหวัง
เธอรู้สึกอบอุ่นมากที่ได้ซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของฉินคั่ว
กู้ชิงขี้เกียจมากและไม่อยากลุกขึ้นจากเตียงด้วยซ้ำ
เมื่อคืนฉินคั่วประพฤติตนดีมากและไม่ได้ทำอะไรเลย
ทั้งสองนอนกอดกันไปจนถึงรุ่งสาง
กู้ชิงสลัดเรื่องนี้ทิ้งไป เธอยังไม่ลืมงานของเธอ
เธอลุกขึ้นจากเตียงแล้วไปอาบน้ำ
ฉินคั่วยังนอนหลับอยู่ เขาทำงานหนักมาตลอดทั้งวันและเมื่อคืนเขาก็เหนื่อยมาก
กู้ชิงลุกจากเตียงเงียบ ๆ การเคลื่อนไหวของเธอเบามากจนเขาไม่รู้สึกอะไรเลย
หลังจากเห็นว่ามีวัตถุดิบในตู้เย็นหลงเหลืออยู่ กู้ชิงก็หยิบส่วนผสมออกมาทำโจ๊ก ทอดอาหารบางส่วนสำหรับตัวเองและเหลือบางส่วนไว้ให้ฉินคั่ว
เธอเดินทางมาทำงานด้วยตัวเอง
หลังจากเดินเข้ามาในประตูบริษัท กู้ชิงก็พบเข้ากับ ซ่งโมโม่
ซ่งโมโม่ไม่หลบหน้าและเดินตรงเข้ามาหากู้ชิง
กู้ชิงไม่เข้าใจว่าทำไมซ่งโมโม่ถึงยังกล้าเผชิญหน้ากับเธอโดยไม่รู้สึกรู้สาอะไรหลังจากพูดแฉเธอไปขนาดนั้น
ซ่งโมโม่เป็นคนแบบนี้จริง ๆ เหรอ?
ต้นตอมาจากอะไร
ทำไมถึงได้กลายมาเป็นคนแบบนี้?
เธอหยุดเดินและรอให้ซ่งโมโม่เดินเข้ามาหา
เธออยากรู้ว่าซ่งโมโม่จะพูดอะไรกับเธอบ้าง
“พี่กู้ชิง เมื่อคืนนี้ทำไมไม่กลับมาล่ะ?” ซ่งโมโม่จงใจถามทั้งที่รู้ว่ากู้ชิงหายไปไหน
“ทำไมเหรอ?” กู้ชิงแสร้งทำสีหน้าปกติ
“เมื่อคืนนี้พี่ไม่กลับมา ฉันก็กังวลแทบแย่เลย” ซ่งโมโม่พูดบอกขณะทำหน้าเศร้า
“แล้วทำไมพี่ไม่เห็นเธอโทรหรือส่งข้อความมาถามเลยล่ะ? ซ่งโมโม่ เธอเป็นห่วงพี่จริง ๆ เหรอ?” กู้ชิงทำหน้าเย็นชาใส่
จู่ ๆ เธอก็คิดถึงความเป็นไปได้
บางทีซ่งโมโม่อาจจะไม่ได้ชอบเธอมาตั้งแต่แรก
เพียงแค่แสร้งทำกับเธอเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด
ในเมืองเป่ย มีแค่กู้ชิงคนเดียวที่อีกฝ่ายสามารถพึ่งพาได้
ดังนั้นอีกฝ่ายจึงฝืนใจแสดงกับเธอมาตลอด
ยิ่งคิดเรื่องนี้มาเท่าไหร่ กู้ชิงก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังมากเท่านั้น
และรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง
“พี่กู้ชิง พี่หมายความว่ายังไง?” ซ่งโมโม่ตกใจกับท่าทางของกู้ชิง
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมกู้ชิงถึงทำหน้าทำตาบูดบึ้งแบบนี้
หรือว่ากู้ชิงจะรู้เรื่องนั้นแล้ว?
ซ่งโมโม่รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที
อันที่จริงเธอเสียใจที่พูดแบบนั้นออกไป
แต่มันเป็นเรื่องจริงที่ว่าเธอต้องการหาแฟนรวย ๆ เพราะไม่อยากลำบาก
เธอรู้สึกว่าชีวิตมันยากลำบากเกินไป
ก็เลยอยากจะหาทางลัดสักหน่อย
“ไม่มีอะไรหรอก ไปทำงานเถอะ” กู้ชิงพูดตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแล้วเดินจากไป
เธอแตกต่างจากซ่งโมโม่
เธอไม่สามารถทำตัวใจเย็นเผชิญหน้ากับคนที่พูดลับหลังเธอได้
กู้ชิงทำแบบนั้นไม่ได้ และไม่รู้ว่าซ่งโมโม่กำลังคิดอะไรอยู่
ซ่งโมโม่เม้มปาก คิดว่ากู้ชิงน่าจะรู้เรื่องนั้นแล้ว
ไม่อย่างนั้นคงไม่แสดงท่าทางแบบนี้ใส่เธอ
แต่ว่าซ่งโมโม่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
เธออิจฉากู้ชิงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เธอไม่อยากเสียงานนี้ไปและไม่อยากออกไปจากเมืองเป่ย
หลังจากย้ายมาอยู่เมืองเป่ย เธอก็ตกหลุมรักเมืองนี้เข้าเต็มเปา
แม้ว่าค่าครองชีพจะสูงไปหน่อย แต่แหล่งท่องเที่ยวหลายอย่างก็เหมาะกับวัยรุ่นอย่างเธอ
เธอยังไม่มั่นใจว่ากู้ชิงคิดอะไรอยู่ และหวังว่ากู้ชิงจะไม่เอาคืนเธอกลางที่สาธารณะ
หากกู้ชิงย้ายออกไปได้มันคงจะดีเสียกว่า
เธอจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับกู้ชิง
หลังจากเธอจะพยายามรักษาระยะห่างจากกู้ชิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ซ่งโมโม่ไม่มีทางเลือกอื่น
ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกเสียใจมากเท่านั้น กว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว
จากนั้นเธอก็ตระหนักได้ว่าพฤติกรรมของเธอโง่เขลาและบ้าระห่ำขนาดไหน
คนอย่างกู้ชิงจะถูกคนอื่นจูงจมูกได้อย่างไร?
และไหนจะฉินคั่ว เธอไม่ควรไปยั่วโมโหคนแบบนั้นเลย
ตอนนี้ซ่งโมโม่เสียใจมาก เสียใจอย่างสุดซึ้ง
ไม่รู้ว่าจะอธิบายความเสียใจออกมาเป็นคำพูดอย่างไรดี
คำพูดดังกล่าวเหมือนกับน้ำที่ถูกสาดออกไป ไม่สามารถนำกลับมาคืนได้
กู้ชิงกลับเข้าไปในทำงานด้วยสภาพไม่สู้ดีนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามอย่างเป็นกันเองว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่มีอะไรค่ะ” กู้ชิงรู้สึกทุกข์ใจมากเพราะเธอถือว่า ซ่งโมโม่เป็นน้องสาวของเธอจริง ๆ
มันกลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง
“ใช่เรื่องเกี่ยวกับซ่งโมโม่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดาว่านอกเหนือจากเรื่องของฉินคั่วแล้ว เรื่องที่กู้ชิงกังวลล่าสุดน่า จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับซ่งโมโม่
“คุณถง รู้ได้ยังไงคะ?” กู้ชิงรู้สึกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวสามารถคาดการณ์เรื่องต่าง ๆ ได้ดีจริง ๆ และสามารถเดาได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“เดาถูกสินะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเบา ๆ
“เรื่องซ่งโมโม่นั่นแหละค่ะ ฉันสับสนนิดหน่อย ปกติแล้วฉันก็ทำดีกับน้อง ไม่รู้ว่ากลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง?” กู้ชิงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วพูดบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยว
นอกจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว เธอก็ไม่รู้จะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง
“เกิดอะไรขึ้น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม
ในความคิดของเธอ ซ่งโมโม่เป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก จะสร้างความปั่นป่วนขนาดนี้ได้ยังไง?
มันน่าแปลกจริง ๆ ที่สามารถทำให้กู้ชิงกังวลได้
กู้ชิงเล่าเรื่องที่ฉินคั่วบอกเธอและเนื้อหาของประวัติสนทนาให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟัง
“เพราะงั้นซ่งโมโม่ก็เลยคิดว่าเธอได้ออกเดทกับคนรวยแล้วจะสุขสบายงั้นเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะ
เธอมองไม่ออกจริง ๆ ว่าซ่งโมโม่จะเป็นคนแบบนี้
“เดาว่าน่าจะคิดแบบนั้นนะคะ คุณถง ฉันควรจะทำยังไงดีคะ? หรือว่าฉันควรแกล้งทำเป็นไม่รู้ดี?” กู้ชิงไม่สามารถระงับความโกรธในใจเมื่อเห็นหน้าซ่งโมโม่ได้
“ถ้าเธอไม่อยากเจอหน้าซ่งโมโม่ก็ไปอยู่กับฉินคั่วสักพักเถอะ รอให้สงบสติได้ก่อนแล้วค่อยกลับมาคุยกันดี ๆ ฉันคิดว่าช่วงนี้ซ่งโมโม่น่าจะมีเรื่องกดดันด้วย คงไม่ได้ตั้งใจทำแบบนั้นหรอก อย่าเพิ่งคิดมาก คิดในแง่ดีเอาไว้ก่อน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าซ่งโมโม่น่าจะบ้าไปแล้วที่พูดแบบนั้นออกมา
และบางทีน่าจะมีความเข้าใจผิดบางอย่าง
หวังว่าพวกเขาจะสามารถแก้ปัญหาระหว่างกันและกันได้
วิธีการของถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อนข้างเป็นไปได้มาก
ซ่งโมโม่ต้องคิดให้มากกว่านี้และเธอก็ต้องใช้เวลาคิดเช่นกัน
อย่างไรก็ตามเธอคิดว่าความคิดเห็นของซ่งโมโม่นั้นไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
เธอไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ
การได้พบกับฉินคั่วล้วนเป็นเรื่องไม่คาดฝัน
สมัยฉินคั่วอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันกับกู้ชิง ทุกสิ่งทุกอย่างกู้ชิงก็เป็นคนควักเงินจ่ายเองทั้งหมด
มีเพียงดอกไม้เท่านั้นที่ฉินคั่วเต็มใจมอบให้เธอและเธอก็ไม่สามารถปฏิเสธมันได้ ดอกไม้จึงเป็นสิ่งเดียวที่มาจากเงินของฉินคั่วจริง ๆ
แต่ทำไมซ่งโมโม่ถึงคิดแบบนั้น?
ขนาดตอนนี้เธอท้องแต่เธอก็ยังตั้งหน้าตั้งตาทำงานอยู่ โดยคิดว่าวันดีคืนดีเกิดฉินคั่วทำตัวใจร้ายขึ้นมา เธอกับลูกก็ยังไม่ถึงคราวสิ้นหวัง
นอกจากนี้เงินออมของกู้ชิงเกือบจะซื้อบ้านได้แล้ว ขอแค่เธอตั้งใจทำงานหนักทุกเดือน เธอก็จะสามารถผ่อนบ้านได้
เธอไม่ได้ย่ำแย่ และไม่มีอะไรจะต้องพึ่งพาฉินคั่ว
ซ่งโมโม่ไม่เข้าใจอะไรเลย คิดแค่อยากจะคบหาใครสักคน
คนเราต้องรู้จักยืนหยัดด้วยตัวเองก่อน หลังจากยืนหยัดด้วยตัวเองได้แล้ว ไม่ว่าใครจะมารักเราหรือไม่รักเรา เราก็สามารถเดินออกมาจากตรงนั้นได้อย่างอิสระ
ทว่าซ่งโมโม่คิดแต่จะพึ่งพาคนอื่นอยู่เรื่อย
เธอไม่รู้อะไรเลย รอให้เธอได้พึ่งพาใครสักคนก่อนเถอะ ไว้คนคนนั้นจากเธอไปเมื่อไหร่ เธอก็จะค้นพบว่ามันเจ็บปวดปางตาย
ซ่งโมโม่ยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจเรื่องนี้
เธอตัดสินคนอื่นจากมุมมองง่าย ๆ สุดท้ายแล้วเวลา จะบอกเธอเอง