พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 763 อย่าถือสาเขา
ตอนที่ 763 อย่าถือสาเขา
หลังจากกู้ชิงกับฉินคั่วกินอาหารเช้าเสร็จ พวกเขาก็ไปนั่งดูภาพยนตร์กันอยู่นานจนเวลาล่วงเลยไป
กระทั่งจวนจะถึงเวลาอาหารกลางวัน ฉินคั่วก็ได้รับโทรศัพท์
เขาพูดคุยกันอยู่สองสามคำ ปลายสายก็วางสายลง
กู้ชิงง่วงเล็กน้อยและใกล้จะถึงเวลางีบหลับของเธอแล้ว
พอฉินคั่วเดินกลับเข้ามา เธอก็ถามอย่างเป็นกันเองว่า “มีอะไรเหรอ? ใครโทรมา?”
“มู่อวี้เฉิงน่ะ รู้ใช่มั้ย บอกพี่สะใภ้จะทำบาบีคิวเย็นนี้ โทรมาถามว่าเราอยากจะกินด้วยกันมั้ย” ฉินคั่วไม่ได้ตอบตกลงในทันที เขากลับเข้ามาถามความคิดของกู้ชิงก่อน
ทำให้มู่อวี้เฉิงหัวเราะเยาะเขาผ่านทางโทรศัพท์ทันที
พอหวนนึกถึงคำพูดของเขาที่ต่อว่ามู่อวี้เฉิงจะต้องถามความคิดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวทุกอย่าง
ฉินคั่วก็รู้สึกราวกับถูกตบหน้า มันเจ็บปวดมากจริง ๆ
ตอนนี้เขาดีกว่ามู่อวี้เฉิงตรงไหน?
“มันจะดีเหรอ?” กู้ชิงถามกลับอย่างระมัดระวัง
ท้ายที่สุดแล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นถึงเจ้านายของเธอ
“แล้วมันจะไม่ดีตรงไหน? อวี้เฉิงเป็นเพื่อนกับผมมาตั้งแต่เด็ก ถ้าคุณแคร์พี่สะใภ้ ก็ถือว่าไปร่วมวงกินข้าวในฐานะเพื่อนกันก็พอ ไม่ต้องคุยเรื่องงานก็สิ้นเรื่อง” ฉินคั่วคิดว่ามันไม่มีอะไร
“อีกอย่างตอนอยู่ในบริษัทคุณก็สนิทกับพี่สะใภ้ไม่ใช่เหรอ?” ฉินคั่วถาม
“ก็ประมาณนั้น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคอยช่วยเหลือเธออยู่เสมอ
เธอถือว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นผู้มีพระคุณและเป็นเจ้านายของเธอมาโดยตลอด
ดังนั้นจึงดูเหมือนว่าจะมีระยะห่างระหว่างพวกเธอเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนง่าย ๆ สบาย ๆ
“ไม่เป็นไร ถ้าคุณไม่อยากไปงั้นเราไม่ไปก็ได้นะ” ฉินคั่วลูบแก้มของกู้ชิง
มันก็แค่บาบีคิว หากกู้ชิงไม่ต้องการ เขาก็จะไม่บีบบังคับเธอ
ไม่มีใครสามารถเทียบเทียมกู้ชิงได้
“ไปก็ได้ อยู่บ้านจนเบื่อแล้ว ฉันยังไม่เคยไปบ้านคุณถงเลย ไปดูหน่อยก็ได้ ว่าแต่ตอนนี้คุณถงยังไม่รู้เรื่องที่ฉันท้องเลย นายช่วยเก็บเป็นความลับให้หน่อยได้มั้ย?” เธอกังวลว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่าย
“ไม่มีปัญหา ถ้าคุณไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก” ฉินคั่วตอบตกลงในทันที
“แต่คนท้องกินบาบีคิวได้ด้วยเหรอ?” ฉินคั่วพูดแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาค้นหาข้อมูล
กู้ชิงจับมือเขาแล้วพูดว่า “กินได้นิดหน่อยเป็นครั้งคราว ถ้าไม่กินเยอะก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
“งั้นก็ได้” ฉินคั่วพยักหน้าตกลงอย่างไม่เต็มใจ
เขาคิดว่าถ้าหากกู้ชิงกินไม่ได้ เขาจะช่วยย่างให้กู้ชิงเองและเติมพริกลงไปเพียงเล็กน้อย
เขาจะย่างด้วยวิธีการที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด
หลังจากฉินคั่วได้รับคำตอบจากกู้ชิง เขาก็ตอบกลับ มู่อวี้เฉิงทันที
…
ณ คฤหาสน์ตี้หลาน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงกำลังนั่งอยู่ที่บ้าน
เธอวางแผนจะกินบาบีคิวในตอนเย็นจึงไม่ได้รีบร้อนเตรียมส่วนผสม
จู่ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เกิดอยากกินบาบีคิวขึ้นมา
เธอคิดจะพามู่อวี้เฉิงไปนั่งกินร้านข้างทางข้างนอก
พวกเขาสองคนจะเตรียมส่วนผสมเองก็กลัวว่ามันจะยุ่งยากเกินไป
จึงคิดว่าจะออกไปกินข้างนอกโดยตรง
แต่มู่อวี้เฉิงกลับบอกว่าบาบีคิวข้างนอกไม่สะอาด
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ในช่วงบำรุงร่างกาย เธอจึงไม่สามารถกินอาหารพวกนั้นได้
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากกินมันมากจริง ๆ
ท่าทางออดอ้อนของเธอทำให้มู่อวี้เฉิงยอมตกลง
มู่อวี้เฉิงจึงบอกว่ากินได้แต่จะต้องทำกินเอง
จากนั้นเขาก็สั่งให้คนไปเตรียมวัตถุดิบ และตรวจสอบให้มั่นใจว่ามาจากแหล่งที่สะอาด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงจำใจยอมประนีประนอม
แต่คิดว่ากินกันสองคนคงจะลำบากและเบื่อน่าดู
มันทำให้เธอหวนนึกถึงวันเวลาที่มีอินอวี่โหรวอยู่ข้าง ๆ
อีกฝ่ายมักจะตามติดมาเล่นสนุกกับเธออยู่เสมอ
ไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดอะไรกับอินอวี่โหรวขึ้นบ้าง
เพื่อนคนนี้ ทำไมไม่โทรศัพท์กลับมาหาเธอบ้างนะ
เอาไว้อีกฝ่ายกลับมาเมื่อไหร่เธอคงจะต้องนั่งจับเข่าคุยกันให้รู้เรื่อง
พอพูดถึงเพื่อน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตระหนักได้ว่ายังมีกู้ชิงอยู่ใกล้ ๆ เธอ
เธอจึงพูดคะยั้นคะยอให้มู่อวี้เฉิงโทรศัพท์หาฉินคั่วทันที
บอกให้เขาชวนพวกกู้ชิงมา
ตั้งแต่เสี่ยวเป่าย้ายไปอยู่ในโรงเรียน ชีวิตเธอก็ขาดสีสันมานานแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะเฉาตายกับความเงียบเหงาจนเริ่มจะทนไม่ไหว
มู่อวี้เฉิงเห็นด้วยกับเธอ
เขาได้ยินคำโอ้อวดของฉินคั่วมานักต่อนัก เขาจึงคิดว่าในเมื่อความสัมพันธ์ของฉินคั่วกับกู้ชิงมาถึงจุดนี้แล้ว ก็อยากจะเห็นว่าฉินคั่วทำอะไรสำเร็จบ้าง
หลังจากพวกเขาตอบตกลงว่าจะมา มู่อวี้เฉิงก็เตรียมสั่งให้คนไปจัดหาวัตถุดิบ
แต่หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว มู่อวี้เฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เปลี่ยนใจออกไปเลือกซื้อวัตถุดิบกันเอง
พวกเขาทำหม้อไฟกับบาบีคิว ซึ่งอาหารทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบกิน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าในเมื่ออยากกินแล้วก็กินมันให้หมดนี้
หลังจากนี้จะได้ไม่ต้องเสียใจที่ไม่ได้กินมัน
ด้วยแนวคิดเช่นนี้ เธอจึงเลือกซื้ออาหารทุกอย่างที่เธอชอบกิน
เธอมักจะกินข้าวกับกู้ชิงอยู่บ่อยครั้ง
นอกเหนือจากอาหารรสชาติเบา ๆ แล้ว กู้ชิงไม่ค่อยจุกจิกจู้จี้เรื่องอาหารมากนัก
ทำให้เธอเลือกซื้อของได้ง่ายขึ้น
หลังจากเลือกซื้อวัตถุดิบและกลับมาถึงบ้าน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มทำความสะอาดและเอาเนื้อมาเสียบใส่ไม้
มู่อวี้เฉิงคอยยืนช่วยอยู่ด้านข้าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใส่ใจรสชาติการกินของกู้ชิงเช่นกัน เธอจัดเตรียมส่วนผสมสองอย่างมาทำบาบีคิว ใช้เนื้อส่วนที่ไม่มีพริกมาเสียบใส่ไม้ แต่ถึงแม้จะไม่มีพริกมันก็อร่อยมากเช่นกัน
ส่วนหม้อไฟก็แยกน้ำซุปออกเป็นสองส่วน แบ่งเป็นส่วนที่มีรสชาติบางเบาและเผ็ดจัดจ้าน
กระทั่งจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ปรบมือให้กับความสำเร็จของเธอ
ผลลัพธ์ครั้งนี้ทำให้เธอค่อนข้างพึงพอใจ
จากนั้นเธอก็เตรียมตั้งเตา
แต่เมื่อเห็นว่ามันยังมีเวลาเหลืออีกมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เข้าไปงีบพักก่อน
พวกกู้ชิงจะเดินทางมาถึงในตอนเย็น
ตอนนี้วัตถุดิบถูกเตรียมพร้อมหมดแล้ว
หากพวกกู้ชิงมาถึงก็จะสามารถเริ่มย่างกันได้เลย
จนพวกฉินคั่วมาถึงแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังนอนหลับอยู่
มู่อวี้เฉิงเป็นคนออกมาต้อนรับพวกเขา
ฉินคั่วบอกว่าไม่ต้อง แต่ด้วยคำขอร้องอันแรงกล้าของ กู้ชิง เขาจึงนำของขวัญติดไม้ติดมือมาด้วย
หลังจากเจอหน้ามู่อวี้เฉิง กู้ชิงก็รู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก
เธอตัวแข็งทื่อขณะพูดทักทายว่า “คุณมู่”
มู่อวี้เฉิงแทบจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่าฉินคั่วยืนถือของขวัญอยู่ที่หน้าประตูอย่างเชื่อฟัง เขาไม่เคยเห็นฉินคั่วทำตัวว่านอนสอนง่ายขนาดนี้มาก่อน
ดูเหมือนว่ากู้ชิงจะเก่งใช้ได้
“เข้ามาเถอะ ทำตัวสบาย ๆ ไม่ต้องเกร็ง” มู่อวี้เฉิงพูดบอกเบา ๆ
กู้ชิงมองดูใบหน้าเย็นชาของมู่อวี้เฉิงด้วยความรู้สึกวิตกกังวลอย่างมากจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
เธอพลางคิดสงสัยว่ามู่อวี้เฉิงไม่ต้อนรับพวกเขาหรือไม่?
แล้วคุณถงล่ะไปไหน?
จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่เห็นอีกฝ่ายเลย
หลังจากมู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปแล้ว กู้ชิงก็ดึงแขนเสื้อฉินคั่วแล้วกระซิบถามเขาว่า “คุณมู่ไม่ชอบฉันหรือเปล่า?”
“ทำไมถามแบบนี้ล่ะ?” ฉินคั่วจ้องมองกู้ชิงด้วยความสงสัย
“ก็… แค่รู้สึกว่าหน้าคุณมู่ดูไม่ค่อยดีเลย” กู้ชิงพูดกระซิบ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับคุณมู่ผู้เลื่องชื่อ
เธอจึงรู้สึกประหม่า
“ไอหยา เขาก็เป็นคนแบบนี้แหละ ทำหน้าแบบนี้กับทุกคนหมด ยกเว้นกับเมียคนเดียว มันเป็นนิสัยของเขา อย่าไปถือสาเขาเลย อยากทำอะไรก็ทำ คิดซะว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเองก็พอ” ฉินคั่วตบไหล่ปลอบโยนกู้ชิง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กู้ชิงเจอกับมู่อวี้เฉิง แต่เป็นครั้งแรกที่เธอเดินทางมากินอาหารเย็นด้วยในฐานะเพื่อน
การถูกรายล้อมไปด้วยชายร่างใหญ่ ทำให้กู้ชิงรู้สึกตึงเครียดเล็กน้อย
แม้จะเดินเข้าประตูบ้านมาแล้วแต่ก็ยังระมัดระวังตัว