พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 764 ไม่พอใจ
ตอนที่ 764 ไม่พอใจ
เนื่องจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังหลับอยู่ และที่นี่ยังมี มู่อวี้เฉิงจอมเย็นชา กู้ชิงจึงไม่กล้าพูดเสียงดัง
ฉินคั่วคุ้นเคยและเข้าใจอารมณ์ของมู่อวี้เฉิงเป็นอย่างดี
เขาหยิบผลไม้และเครื่องดื่มออกมาจากห้องครัวแล้วยื่นให้กู้ชิง “ชิงชิง กินสิ ไม่ต้องเกรงใจหรอก”
กู้ชิงเหลือบมองไปทางมู่อวี้เฉิงแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่ามู่อวี้เฉิงไม่สนใจ
เธอตีแขนของฉินคั่วเบา ๆ แล้วพูดว่า “คุณไปหยิบจับของของคนอื่นได้ยังไง”
ฉินคั่วมองดูท่าทางสงบเสงี่ยมของกู้ชิงแล้วทำอะไรไม่ถูก “นี่บ้านเพื่อนผม ผมรู้จักมู่อวี้เฉิงดีกว่าคุณ คุณไม่ต้องเกรงใจหรอกชิงชิง เขาไม่ถือสาหรอก เขาแค่ดูเย็นชานิดหน่อย แต่กับเพื่อนฝูงเขาก็เป็นแบบนี้”
จากนั้นฉินคั่วก็ยื่นของให้
กู้ชิงจึงรับผลไม้มากัดกินคำเล็ก ๆ
หลังจากเห็นมู่อวี้เฉิงเดินออกไป เขาก็เดินตามหลังออกไปแล้วจ้องมองมู่อวี้เฉิงด้วยสีหน้าไม่พึงพอใจ “เฮ้ย ช่วยทำหน้าเย็นชาให้มันน้อย ๆ ลงหน่อยได้มั้ย? ไม่เห็นเหรอว่าแกทำเมียฉันกลัว?”
มู่อวี้เฉิงสังเกตเห็นว่ากู้ชิงดูเกร็งมากเช่นกัน
เขาถอนหายใจเบา ๆ “งั้นฉันจะไปเรียกเหมี่ยวเหมี่ยว”
มู่อวี้เฉิงไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร
โดยปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นในบริษัทหรือกับคนนอก เขาก็มักจะพูดคุยกับผู้คนด้วยสีหน้าเช่นนี้
เว้นแต่กับถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาไม่สามารถปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนที่เขาปฏิบัติต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้
ท้ายที่สุดฉินคั่วอุตส่าห์พาภรรยามาที่นี่ มู่อวี้เฉิงจึงพยายามไม่พูดจาปากเสียใส่และนั่งเงียบ ๆ เท่านั้น
ใครจะรู้ว่าการทำแบบนี้ก็ยังทำให้คนอื่นหวาดกลัวอยู่ดี
“งั้นก็ได้ แกนี่มันเหมือนท่อนไม้จริง ๆ นั่งเฉย ๆ คนก็กลัว ไปตามพี่สะใภ้ออกมาทำให้สถานการณ์ผ่อนคลายลงเถอะ” เขาไม่ได้ปลุกถงเหมี่ยวเหมี่ยวทันทีที่พวกกู้ชิงมาถึง เพราะเขารู้ว่าช่วงนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหนื่อยมาก
มีเวลาพักผ่อนทั้งทีก็ต้องพักผ่อนให้เต็มที่
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปลุกเธอ
แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีช่วงเวลาที่เขาจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
มู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปในห้องอย่างสิ้นหวัง
“เกิดอะไรขึ้น? ฉินคั่ว นี่มันบ้านคนอื่นนะ อย่าไปพูดอะไรไร้สาระ” กู้ชิงกลัวว่าฉินคั่วจะไปทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง
แต่จู่ ๆ เธอก็ตระหนักได้ว่าฐานะของบ้านฉินคั่วอยู่ในระดับเดียวกันกับมู่อวี้เฉิง
พวกเขาเป็นเพื่อนกันจริง ๆ
เพียงแต่ความคิดของเธอยังไม่เปิดกว้างพอ
เธอมักจะลืมตัวตนของเธอเสมอ วันนี้เธอมาที่นี่ในฐานะแฟนสาวของฉินคั่ว
ไม่ได้มาในฐานะพนักงาน
เธอจะทำให้ฉินคั่วอับอายได้อย่างไร?
หลังจากคิดได้เช่นนั้น กู้ชิงก็กระสับกระส่ายเล็กน้อย
กระทั่งเธอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินออกมาจากห้อง กู้ชิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“คุณถง” กู้ชิงส่งเสียงทักทาย
“มาถึงกันสักพักแล้วเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูผลไม้ด้วยความรู้สึกไม่พึงพอใจ
โชคดีที่มู่อวี้เฉิงยังรู้จักเสิร์ฟผลไม้ ไม่ปล่อยให้แขกนั่งรอเฉย ๆ
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนึกไม่ถึงว่ามู่อวี้เฉิงจะปล่อยให้พวก กู้ชิงนั่งรอเธอตื่น
นอกจากนี้ฉินคั่วยังเป็นคนเอาผลไม้มาเสิร์ฟ
หากเธอรู้เข้า เธอจะต้องบ่นมู่อวี้เฉิงจนหูชาอย่างแน่นอน
“เปล่าค่ะ เราเพิ่งมาถึง” กู้ชิงยิ้ม
“คุณนี่มันจริง ๆ เลย แขกมาถึงแล้วทำไมไม่มาปลุกฉัน?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองมู่อวี้เฉิงแล้วพูดบ่น
แขกมาถึงแล้ว ปล่อยให้เธอนอนอยู่ในห้องได้ยังไง?
แบบนั้นมันน่าอายไม่ใช่เหรอ?
“ก็ผมอยากให้คุณนอนต่ออีกแป๊บนึง คุณตื่นมาตั้งแต่เช้า” มู่อวี้เฉิงพูดเบา ๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะหันไปปรี๊ดใส่แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะโกรธ
“พวกเธอนั่งลงก่อน เดี๋ยวอวี้เฉิงกับฉันจะยกเตาย่างไปไว้ที่สนามหญ้า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วสั่งให้มู่อวี้เฉิงไปขยับเตา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าไปยกวัตถุดิบต่าง ๆ ออกมา
กินหม้อไฟในพื้นที่เปิดโล่งจะดีที่สุด
แต่เนื่องจากมีวัตถุดิบหลายอย่าง เธอจึงต้องเดินเข้าเดินออกอยู่หลายครั้ง
กู้ชิงเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามาจึงอยากจะเดินตามไปช่วย
แต่ฉินคั่วรีบคว้ามือเธอเอาไว้ “จะไปไหน? ของพวกนั้นหนักมาก เดี๋ยวผมยกเอง คุณนั่งรออยู่นี่เถอะ”
“ทุกคนยุ่งกันมาก ฉันนั่งรอเฉย ๆ ไม่ได้หรอก ฉันจะยกแต่ของเบา ๆ แล้วกัน” กู้ชิงจะนั่งเฉยได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่รู้ว่าเธอท้อง
เกิดอีกฝ่ายคิดว่าเธอขี้เกียจมันคงจะไม่ดี
“งั้นก็ได้” กู้ชิงเป็นคนดื้อรั้น หากเขาไม่เห็นด้วยก็เกรงว่ากลับบ้านไปแล้วเธอจะอารมณ์เสียใส่
แล้วเขาจะทำอะไรได้อีก? นอกจากตอบตกลง
ฉินคั่วเดินตามหลังกู้ชิงเหมือนกับหางเล็ก ๆ
พอเห็นว่ากู้ชิงจะหยิบกะละมัง ฉินคั่วก็รีบคว้ามันทันที “เอาล่ะ ๆ ผมจะถืออันนี้เอง คุณถือถุงไป”
“อืม” กู้ชิงเดินไปที่มุมห้องแล้วถือถุงออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังพวกเขาคุยกันกะหนุงกะหนิงแล้วเผลอหลุดยิ้มออกมา
เธอมองออกว่าฉินคั่วชอบกู้ชิงจริง ๆ
เพราะสายตาของคนเราไม่สามารถหลอกกันได้
สายตาที่ฉินคั่วจ้องมองกู้ชิงเต็มไปด้วยความรักอย่างสุดซึ้ง
สิ่งที่มู่อวี้เฉิงเคยพูดก่อนหน้านี้ถูกต้องทุกประการ
เธอไม่ควรเข้าไปขวางความสัมพันธ์ของพวกเขา
ทุกคนมีโชคชะตาและความรู้สึกของตัวเอง
ตอนนี้กู้ชิงกับฉินคั่วก็เข้ากันได้ดีไม่ใช่เหรอ?
ไม่จำเป็นต้องให้เธอยื่นมือเข้าไปแทรกแซง
พวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าเดินออกอยู่สามครั้งกว่าจะได้ของครบถ้วน
ฉินคั่วเฝ้าดูกู้ชิงจากด้านข้าง โดยกลัวเธอจะถูกชนหรือล้มลง
หลังจากได้ยินคำพูดของฉินคั่ว กู้ชิงก็หน้าแดง
“นายพูดเกินจริงไปมั้ย? ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ” เธอใช้ชีวิตอย่างดีมาตลอดยี่สิบกว่าปี แต่พอมาเจอกับฉินคั่วเธอกลับเป็นเหมือนคนไร้ประโยชน์ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
“แต่ว่าตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วนะ คุณมีลูกอยู่ในท้อง อะไรเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง” ฉินคั่วพูดออกมาอย่างมั่นใจ
“แต่คนอื่นท้องแล้วยังทำงานกันได้เลย” แม้ว่ากู้ชิงจะไม่ต้องทำไร่ทำนาเหมือนคนรุ่นเก่า แต่ก็ไม่จำเป็นต้องระมัดระวังถึงขนาดนี้
“คุณจะไปเหมือนคนอื่นได้ยังไง? ต้องดีกว่าสิ ถ้าคุณคิดว่าผมไม่ดีพอผมจะไปปรับปรุงตัว” ฉินคั่วขมวดคิ้ว
เขาพยายามหาวิธีการมาดูแลกู้ชิงให้ดียิ่งขึ้น
แทนที่กู้ชิงจะดูแลตัวเองให้ดีกลับชอบทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายต่อตัวเองอยู่เรื่อย
“ฉันคิดว่าข้อเสียนายคือกังวลเกินกว่าเหตุ” ตอนนี้ฉินคั่วไม่มีงานทำ เขาจึงวนเวียนอยู่กับกู้ชิงตลอดทั้งวัน
ถึงเขาจะดูแลทุกอย่างอย่างดี แต่บางครั้งกู้ชิงก็รู้สึกว่าวิธีการนี้ค่อนข้างน่าอึดอัดเกินไปหน่อย
ฉินคั่วทำตัวราวกับเป็นแม่เธอ หรือบางครั้งก็สามารถพูดได้เต็มปากว่ายิ่งกว่าแม่
“ชิงชิง พูดแบบนี้ได้ไง ผมเป็นห่วงคุณต่างหาก” ฉินคั่วมองดูกู้ชิงด้วยความรู้สึกเสียใจ
“ฉันแค่รู้สึกว่ามันไม่จำเป็น นายเข้าใจมั้ย?” กู้ชิงถอนหายใจเบา ๆ
กู้ชิงรู้ว่าฉินคั่วพยายามทำทุกอย่างเพื่อเธอ
แต่นั่นมันเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของเธอ
เธอก็ย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา
ถึงอย่างนั้นก็เห็นได้ชัดว่าฉินคั่วทำได้ดีกว่าคนอื่น ๆ มาก
“เข้าใจแล้ว” ฉินคั่วรู้สึกท้อแท้และเดินก้มหน้าไปข้างหน้าอย่างหดหู่
กู้ชิงมองดูแผ่นหลังของฉินคั่วแล้วเม้มปาก โดยคิดว่าตนเองพูดเกินกว่าเหตุไปหรือเปล่า
เห็นได้ชัดว่าฉินคั่วทำดีกับเธอมาก