พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 765 อย่ากดดันตัวเอง
ตอนที่ 765 อย่ากดดันตัวเอง
หลังจากผ่านไปแล้วฉินคั่วก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรเลย เพียงแค่ใช้ซอสปรุงรสบาบีคิวอย่างอ่อนโยนตามที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแนะนำ
รอจนกระทั่งย่างเสร็จแล้ว เขาก็รีบเอาบาบีคิวไปให้กู้ชิงอย่างกระตือรือร้น
แต่เขากลับไม่พูดอะไรเลย
กู้ชิงยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิม
เธอเริ่มคิดว่าเธอทำเกินไปหรือเปล่า
จากนั้นก็ก้มหน้ากินบาบีคิวและพบว่ารสชาติมันดีมากจนน่าประหลาดใจ
เธอยังคิดว่าฉินคั่วเคยไม่รู้วิธีการทำอาหารมาก่อน แต่ตอนนี้กลับพยายามทำอาหารเพื่อเธอโดยเฉพาะ
กู้ชิงไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกในใจของเธออย่างไรจริง ๆ
อีกทั้งยังรู้สึกสับสน
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแนะนำเสร็จ ฉินคั่วกับ มู่อวี้เฉิงก็ถูกทิ้งให้ยืนย่างบาบีคิวต่อ
จากนั้นค่อยให้พวกเขาเอามาเสิร์ฟ
“เกิดอะไรขึ้น? ทะเลาะกับฉินคั่วเหรอ? ทำไมไม่คุยกันเลย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความสงสัย
ตอนแรกพวกเขาทั้งสองยังติดตัวกันแจ
ทำไมจู่ ๆ ถึงหยุดคุยกันได้
“ฉันผิดเองค่ะ” กู้ชิงถอนหายใจเบา ๆ “ฉันแค่รู้สึกว่าเขาเป็นห่วงฉันมากเกินไป ฉันทำอะไรเองได้และคิดว่าเขาไม่ควรเป็นแบบนี้”
ในอดีตฉินคั่วอยากได้อะไรก็ได้มาง่าย ๆ แต่ตอนนี้เขาเอาแต่วนเวียนอยู่รอบตัวเธอ
“เธอรู้สึกว่าสถานะของเธอกับเขาแตกต่างกันเกินไปใช่มั้ย ถึงได้รู้สึกอายที่จะให้เขาทำอะไร เพราะเขาดูแตกต่างจากภาพลักษณ์เพลย์บอยก่อนหน้านี้ เธอก็เลยคิดว่าเขาไม่ควรเป็นแบบนี้เหรอ แต่นี่มันไม่ได้เป็นการพิสูจน์ว่าฉินคั่วชอบเธอจริง ๆ หรือไง? เขากลับตัวกลับใจเพื่อเธอ แต่เธอดันคิดว่าเขากังวลกับเธอเกินไป งั้นลองคิดอย่างนี้ดูสิ ฉินคั่วเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลฉิน ช่วงนี้เขาอาจจะดูว่างแต่ในไม่ช้าเขาจะต้องสืบทอดกิจการของครอบครัว จากนั้นก็จะมีเวลาจำกัดขึ้น ตอนนี้เขาก็เลยอยากใช้เวลากับเธอให้มากที่สุด เพราะบางทีถ้าเขาเข้าไปรับช่วงต่อในบริษัทแล้ว พวกเธอทั้งสองอาจจะได้เจอกันน้อยลงนะ”
พวกเขาคนหนุ่มสาวล้วนไม่มีทางเลือกมากนัก
และมักจะยุ่งอยู่กับงานจนเกินกว่าจะสนใจอะไร
กู้ชิงฟังคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วเงียบไปสักพัก
มันเหมือนกับปรากฏการณ์ภาพลวงตา ได้แต่จ้องมองแต่จับต้องไม่ได้
ฉินคั่วจะต้องกลับไปอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้นเขาอยู่เมืองหนาน ส่วนเธออยู่เมืองเป่ย
แม้ว่าระยะทางระหว่างพวกเขาจะไม่ไกลกันมาก แต่มันก็อยู่คนละเมืองอยู่ดี
พอเหนื่อยล้าก็คงจะไม่มีแรงทำอะไรมากนัก
ดังนั้นฉินคั่วจึงคอยดูแลเพื่อชดเชยเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตใช่ไหม?
กู้ชิงเข้าใจแล้ว แต่หลังจากคิดได้ว่าจะต้องแยกจากกับฉินคั่ว เธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
เธอว่าตอนนี้เธอเข้าใจตัวเองแล้ว
เธอตกหลุมรักฉินคั่วเข้าเต็มเปา
มันอาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกใจตัวเองไม่ได้
“เธอไม่อยากแยกจากกันใช่มั้ย? ถ้าเธออยากย้ายไปอยู่เมืองหนาน เธอก็ลาออกได้นะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดออกมาอย่างเด็ดขาด
กู้ชิงเป็นมือขวาของเธอ และเธอไม่อยากจะปล่อยกู้ชิงไปจริง ๆ
มันเป็นเรื่องยากที่ต้องมองหาผู้ช่วยคนใหม่
แต่ในฐานะเพื่อนของกู้ชิง เธอก็หวังว่ากู้ชิงจะมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่
“ไม่ คุณถง ฉันไม่อยากย้ายไปเมืองหนานหรอกค่ะ ฉันสัญญาแล้วไงคะว่าจะตามคุณไปทุกที่ ฉันไม่ลาออกกลางทางหรอกค่ะ” กู้ชิงรู้สึกกังวลในใจเช่นกัน
เธอยังไม่คุ้นเคยกับเมืองหนาน
และนอกจากนี้เธอยังไม่อยากตกงาน
เธออยากจะเหลือที่ทางไว้ให้ตัวเองในอนาคตบ้าง
อีกอย่างการทำงานเคียงข้างคุณเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกสบายใจที่สุด
“เธอมีพัฒนาการที่ดี อันที่จริงไม่ต้องอยู่ที่นี่ก็ได้นะ กู้ชิง เธอคือเพื่อนของฉัน ฉันหวังว่าเธอจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ฉันไม่อะไรกับคำสัญญาที่เธอให้ไวหรอก ฉันให้โอกาสเธอแล้ว แต่ทุกอย่างที่เธอมีในวันนี้เป็นเพราะความสามารถของเธอเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับฉันเลย เธอเข้าใจที่ฉันจะสื่อใช่มั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบความภักดีของกู้ชิง
แต่บางครั้งเธอก็รู้สึกว่ากู้ชิงดื้อรั้นเกินไป
“เธอยังไม่กล้าเสี่ยงกับฉินคั่วใช่มั้ย? เธอแค่ต้องรู้ว่าคนคนนี้จะเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเธอไปตลอดชีวิต ความรักที่เขามีให้เธอคือกำไรของเธอ ไม่ต้องไปกังวลกับมันมาก การที่คนสองคนตกหลุมรักกันมันเรื่องธรรมชาติ ทำตัวให้สบาย ๆ อย่ากดดันตัวเองจนเหนื่อย ไม่งั้นฉินคั่วก็จะเหนื่อยเหมือนกัน”
นั่นคือทั้งหมดที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูด
เธอเชื่อว่ากู้ชิงจะเข้าใจอย่างแน่นอน
“เพราะไม่เคยมีใครใจดีกับฉันขนาดนี้มาก่อน มันเลยทำให้ฉันกลัวและไม่รู้จะทำยังไงดีค่ะ” กู้ชิงกังวลมากจนกำชายกระโปรงแน่น
“ถึงมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ตอนนี้มันก็เกิดขึ้นแล้วไม่ใช่เหรอ? เธอควรปรับตัวให้เข้ากับชีวิตนะ” น้อยนักที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดเพื่อฉินคั่ว
แต่ในเมื่อเขาปฏิบัติตนเช่นนี้
มันก็คุ้มค่าที่กู้ชิงจะมอบชีวิตที่เหลืออยู่ให้กับเขา
“ฉันจะพยายามปรับตัวค่ะ” เห็นได้ชัดว่ากู้ชิงยังไม่สามารถหาความสบายใจที่เข้ากันกับฉินคั่วได้
“หรือถ้าเธอยังอยากทำงาน สตีเฟนยังมีสาขาในเมืองหนานอยู่นะ ฉันบอกคุณลู่ให้ย้ายเธอไปที่นั่นได้ แต่ทั้งนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเธอ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพียงแค่พูดเสนอแนวทาง
จะทำอะไรนั้นล้วนขึ้นอยู่กับกู้ชิง
“คุณถง ขอบคุณค่ะ ฉันจะลองกลับไปคิดดู” ตอนนี้ฉินคั่วเข้ามายึดครองตำแหน่งในหัวใจเธอแล้ว แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจว่าเธอจะลองเสี่ยงดูหรือไม่
เธอยังไม่กล้าเดิมพันมากเกินไปเพราะกลัวว่าสูญเสียทุกอย่างในตอนสุดท้าย
เธอไม่รู้ว่าฉินคั่วกำลังคิดอะไรอยู่
จิตใจของเธอสับสนวุ่นวายมาก
“กู้ชิง ทุกอย่างมีก้าวแรกเสมอ และอย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ลองไปที่นั่นดูก่อน ถ้าไม่อยากอยู่ก็กลับมา ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” แม้ว่าการโยกย้ายบุคลากรธรรมดาจะไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับรองให้กู้ชิง
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เธอก็เชื่อว่าลู่ซีจวี๋จะไว้หน้าเธออย่างแน่นอน
“เข้าใจแล้วค่ะ” กู้ชิงพยักหน้าอย่างขะมักเขม้น
ขณะที่พวกเธอกำลังคุยกันเสร็จ ฉินคั่วก็เดินเอาบาบีคิวเข้ามาเสิร์ฟอีกครั้ง
พอเห็นว่าบาบีคิวบนจานไม่น้อยลงเลย ฉินคั่วก็ขมวดคิ้ว “ทำไมไม่กินล่ะ? ไม่อร่อยเหรอ?”
“อร่อย” กู้ชิงหยิบมันขึ้นมาใส่ปาก
เธอแค่คุยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพลินไปหน่อยจนลืมกินของตรงหน้า
“อร่อยแต่ก็กินน้อย ๆ หน่อยนะ ผมกำลังก่อเตาหม้อไฟอยู่ กินหม้อไฟเสร็จแล้วค่อยมากินบาบีคิวต่อ” ฉินคั่วอดไม่ได้ที่ จะพูดบอกอีกสองสามประโยค
เดิมทีเขาอยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ แต่คิดว่ากู้ชิงคง จะไม่อยากให้เขาพูดมาก เขาจึงกล้ำกลืนคำพูดลงไปพร้อมกับความคับข้องใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางฉินคั่วแล้วอดไม่ได้ที่ จะหัวเราะ “เธอรู้มั้ยแต่ก่อนเขามาบ้านฉันนะ เขานอนอืดทั้งวันไม่ทำอะไรเลย ตอนนี้ขยันขึ้นมาก แต่ทั้งหมดนี้คงต้องยกความดีความชอบให้เธอ เธอเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น อย่างนี้ก็ดีแล้วใช่มั้ยล่ะ? เขาดีกว่าฉินคั่วคนเก่าตั้งเยอะเลยนะ”
สมัยก่อนฉินคั่วรู้จักแต่วิธีเกี้ยวสาวเท่านั้น
ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาจนบรรพบุรุษส่ายหน้า
แต่ตอนนี้เขาดูแลกู้ชิงเป็นอย่างดีมาก
ดูเหมือนว่าคนเราต่อให้แย่แค่ไหนก็สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้นได้เสมอเมื่อเจอคนที่ชอบ
“ฉันก็ว่างั้นเหมือนกันค่ะ” กู้ชิงคิดในใจว่าฉินคั่วทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อเธอขนาดนี้
เธอไม่ประทับใจในตัวเขาบ้างเลยเหรอ?
เธอไม่เคยทำอะไรเพื่อฉินคั่วเลยด้วยซ้ำ
หรือว่าเธอควรย้ายไปเมืองหนานเพื่อฉินคั่วดี?
กู้ชิงคิดในใจ
อันที่จริงเธอก็อยากลองทำ แต่เธอแค่ไม่มีความกล้า ที่จะทำ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูออกว่ากู้ชิงกำลังลังเลจึงตบไหล่ปลอบโยนเธอเบา ๆ “ไม่เป็นไร ค่อย ๆ คิด อย่ากดดันตัวเอง”