พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 767 ฉันไม่คิดจะเก็บเด็กคนนี้ไว้
ตอนที่ 767 ฉันไม่คิดจะเก็บเด็กคนนี้ไว้
“ทำไมไม่พูดล่ะ?” กู้ชิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าฉินคั่วตกอยู่ในความเงียบ และทัศนคติของเขาดูไม่มั่นคงนัก
“ที่รัก เราอยู่เมืองเป่ยกันก่อนเถอะ” ฉินคั่วไม่สามารถรับประกันได้ว่าเขาจะสามารถปกป้องกู้ชิงในขณะที่ยุ่งกับงานได้
อย่างน้อยถ้ากู้ชิงอยู่ที่นี่ต่อ เธอก็ยังปลอดภัย
คนพวกนั้นยังไม่รู้ถึงการมีอยู่ของกู้ชิง
ใครจะรู้ว่ายังมีคนบ้าเหมือนหวังลี่อยู่อีกไหม?
“นายหมายความว่ายังไง?” กู้ชิงอุตส่าห์ตัดสินใจเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดแล้ว แต่หลังจากได้ยินคำพูดดังกล่าว ใบหน้าของเธอก็มืดมนลง
ฉินคั่วไม่รู้จะอธิบายความกังวลที่เขามีต่อกู้ชิงอย่างไรดี
“ที่รัก ไม่อยากอยู่เมืองเป่ยต่อเหรอ? อยู่ที่นี่ก่อนสักพักสิ” รอให้เขาจัดการเรื่องทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงจะพา กู้ชิงไปได้โดยไม่ต้องกังวลอะไร
“เข้าใจแล้ว กลับกันเถอะ” กู้ชิงเม้มปากด้วยสีหน้าเย็นชา
ฉินคั่วไม่ได้พูดอะไร พลางคิดในใจว่าจะทำอย่างไรให้ กู้ชิงอยู่รอดปลอดภัยในเมืองหนาน
คนอื่นไม่กล้าแตะต้องเขาก็ไม่ได้หมายความว่าไม่กล้าแตะต้องกู้ชิง
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินคั่วเกลียดตัวเองมาก
ถึงจะควบคุมร่างกายส่วนร่างไม่ได้ แต่ทำไมจะต้องออกเดทกับผู้หญิงบ้า ๆ พวกนั้นด้วย?
หลังจากกลับมาถึงบ้าน ทั้งสองก็ทำตัวตามปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จนกระทั่งฉินคั่วไปรอรับกู้ชิงหลังเลิกงาน เขาจึงรู้ว่ามีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น
เขารออยู่หน้าประตูทางเข้าบริษัทเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่เห็นกู้ชิงออกมาสักที
บังเอิญว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังออกมา เขาจึงวิ่งเข้าไปถาม “พี่สะใภ้ ชิงชิงอยู่ไหน? ไม่ได้อยู่ที่บริษัทเหรอ?”
“เธอขอลาครึ่งวันออกไปตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว ไม่ได้อยู่กับนายเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
ตอนเที่ยงกู้ชิงเข้ามาขอลาครึ่งวันด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเล็กน้อย เธอจึงคิดว่าอีกฝ่ายไม่สบายจริง ๆ
หรือว่าพวกเขาจะทะเลาะกันอีกครั้ง?
“เปล่า เธอยังไม่ได้กลับไปที่บ้านเลย” ฉินคั่วก้มหน้าลงด้วยความหงุดหงิด
“เกิดอะไรขึ้นกับพวกนาย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหวนนึกถึงบทสนทนาระหว่างเธอกับกู้ชิง
เธอสามารถติดตามฉินคั่วไปที่เมืองหนานได้แล้ว ยังจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก?
ฉินคั่วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ให้เธอฟัง
“ทำไมนายไม่ให้กู้ชิงย้ายไปอยู่เมืองหนานด้วยล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามอย่างตรงไปตรงมา
“พี่สะใภ้ คุณ คุณก็รู้ว่าก่อนหน้านี้ผมเสเพลขนาดไหน ผมต้องกลับไปจัดการเรื่องบริษัทที่เมืองหนานก่อน กลัวว่า จะปกป้องเธอไม่ได้ รอให้ผมจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จแล้วค่อยปล่อยให้เธอไป” ฉินคั่วพูดเสียงแผ่ว
“แล้วนายบอกเหตุผลกับกู้ชิงหรือยัง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม
ฉินคั่วส่ายหน้า “ทั้งหมดนี้เป็นความผิดที่ผมก่อไว้ ผมจะกล้าบอกเธอได้ยังไง?”
เขาคาดหวังเป็นอย่างมากว่ากู้ชิงจะสามารถเดินทางไปอยู่เคียงข้างเขาในเมืองหนานได้
แต่สิ่งที่เขาต้องการมากกว่านั้นคือหวังว่ากู้ชิงจะสบายดี
“เธอคงจะเข้าใจผิด คิดว่านายมีใครอีกคนอยู่ที่เมืองหนานเลยไม่ยอมให้เธอไปที่นั่น นายรู้มั้ยว่าเธอต้องกล้าหาญขนาดไหนถึงจะตัดสินใจไปเมืองหนานได้?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดไม่ออกจริง ๆ
เพราะทั้งสองไม่ยอมอธิบายให้กันและกันฟังจึงเกิดความเข้าใจผิดแบบนี้
ฉินคั่วเองเคยเป็นคนที่ไม่ซื่อสัตย์มาก่อน
จึงไม่น่าแปลกใจที่กู้ชิงจะคิดมาก
“แต่ผมไล่คนพวกนั้นออกไปแล้ว หลังจากเจอกู้ชิง ผมก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย” ฉินคั่วเกาหัวอย่างฉุนเฉียว
“มาบอกฉันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก ไปบอกกู้ชิงเถอะ รีบไปหาเธอซะ ฉันกลับก่อนนะ” หลังจากพูดจบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ขับรถยนต์ออกไป
ฉินคั่วตามสืบและค้นพบว่ากู้ชิงมีเครือข่ายการติดต่อที่ค่อนข้างน้อย
แม้ว่าจะอาศัยอยู่ในเมืองเป่ยมาหลายปีแล้ว แต่ก็มีเพื่อนไม่มากนักและไม่ค่อยไปไหนเลย
หากเธอไม่ได้กลับไปที่วิลล่า สถานที่ที่เธออยู่ในตอนนี้ก็น่าจะเป็นอพาร์ตเมนต์
ฉินคั่วขับรถตรงไปที่อพาร์ตเมนต์อย่างใจจดใจจ่อ
ทันทีที่มาถึงหน้าประตู ร่างหนึ่งก็เดินเข้ามาจากฝั่งตรงข้าม นั่นคือกู้ชิง
ฉินคั่วเดินลงจากรถยนต์และเดินเข้าไปหากู้ชิงที่มีสีหน้าซีดเผือดจนดูน่ากลัว
“ชิงชิง ที่รัก หายไปไหนมา?” ฉินคั่วแสดงสีหน้าทุกข์ใจ
หายไปทั้งบ่าย ทำไมถึงกลับมาด้วยสภาพเลื่อนลอยแบบนี้
“ฉินคั่ว เราเลิกกันเถอะ ฉันจะทำแท้งเด็ก” กู้ชิงเงยหน้ามองฉินคั่วด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว
บทสนทนาเมื่อคืนนี้ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่สามารถยืนเคียงข้างฉินคั่วได้เลย
ตอนแรกเธอตั้งใจจะให้กำเนิดลูกเพียงลำพัง แต่ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจมาก
ในฐานะเด็กที่เติบโตมาจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบ เธอเข้าใจความรู้สึกที่ขาดพ่อมากกว่าใคร ๆ
แทนที่จะปล่อยให้ลูกออกมาทนทุกข์ทรมานสู้อดกลั้นความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้ตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้เขามาเสียใจทีหลัง
“ที่ ที่รัก รู้ตัวมั้ยว่ากำลังพูดอะไรอยู่?” ฉินคั่วตกตะลึงอย่างมาก
นึกไม่ถึงว่ากู้ชิงจะวางแผนทำแท้งลูกของพวกเขา
“ฉินคั่ว มันนานแล้วนะ นายยังไม่เบื่ออีกเหรอ? เด็กคนนี้เกิดจากความสะเพร่าของเรา และการทำแท้งก็น่าจะดีสำหรับนายกับฉัน” หัวใจของกู้ชิงเต้นแรงมากเช่นกัน
เธอทนไม่ไหวแล้ว
แต่หลังจากคลอดลูกออกมาจะนับว่าเป็นอีกหนึ่งชีวิต
เธอไม่สามารถคลอดลูกทิ้ง ๆ ขวาง ๆ ไม่รับผิดชอบต่อชีวิตเด็กที่เกิดมาได้
“ใครบอกว่าดีกับผม? ใครบอกว่าผมเบื่อ? ชิงชิง คุณเข้าใจผิดเรื่องที่ผมไม่ยอมให้คุณไปเมืองหนานหรือเปล่า?” ฉินคั่วหวนนึกถึงประเด็นสำคัญที่สุด
“ถ้านายกังวลว่าฉันจะขวางทางก็ไม่ต้องกังวลไป แค่บอกมาแล้วหลังจากนี้ฉันจะไม่เข้าไปรบกวนชีวิตนายอีก นายเห็นว่าเด็กในท้องฉันเป็นเชื้อสายของตระกูลฉินเลยคิดจะหลอกให้ฉันคลอดลูกใช่มั้ย ไม่ ฉันจะไม่คลอดลูก ฉันจะทำแท้งเด็ก” กู้ชิงตั้งใจแน่วแน่
เธอลางานตั้งแต่เที่ยงเพื่อเดินทางไปโรงพยาบาล
แต่คุณหมอบอกว่าถ้าต้องการทำการผ่าตัดจะต้องนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น
คุณให้เธอได้มีเวลาว่างลองคิดทบทวนดูก่อน หากแน่ใจว่าต้องการทำแท้งจริง ๆ ก็ค่อยไปอีกทีในวันสุดสัปดาห์
ตอนนี้ทารกในครรภ์ยังเล็กอยู่ยังมีเวลาอีกมากมาย
เธอไม่อยากรั้งฉินคั่วเอาไว้ ฉินคั่วยังหนุ่มอยู่ ในขณะที่เธอไม่มีความมั่นใจว่าจะสามารถดูแลเด็กคนนี้ได้เลย
ดังนั้นผลลัพธ์สุดท้ายก็คือการทำแท้ง
“คุณเข้าใจผิด ใครขอให้คุณทำแท้งลูก? เด็กคนนี้เป็นลูกของผม ผมฉินคั่วคนนี้เหมือนกัน ผมเป็นพ่อเขาและมีสิทธิ์ตัดสินใจในตัวเด็ก ผมไม่อนุญาตให้คุณทำแท้งลูก และไม่อนุญาตให้คุณเลิกกับผม ที่ผมไม่อยากให้คุณไปเมืองหนานเพราะผมสร้างเรื่องเอาไว้เยอะ ผมกลัวว่าถ้าพวกเขารู้เรื่องคุณพวกเขาจะทำร้ายคุณ ผมอยากจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จก่อนแล้วค่อยให้คุณย้ายไปที่นั่น ไม่คิดว่าคุณจะเข้าใจผิดแบบนี้” แน่นอนว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดาถูกทุกอย่าง
กู้ชิงเข้าใจความหมายของเขาผิดไป
“ฉันคิดว่าเราไม่เหมาะสมกันฉินคั่ว เราเลิกกันเถอะ ฉันไม่คิดจะเก็บเด็กคนนี้ไว้หรอก ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้แหละ” กู้ชิงรู้สึกว่าชีวิตความเป็นอยู่แบบนี้ช่างเหนื่อยเหลือเกิน
เธอไม่อยากสัมผัสชีวิตอันน่าหวาดกลัวอีกต่อไป
“ทำไมคุณเป็นแบบนี้ล่ะกู้ชิง? ผมรักคุณมากขึ้นทุกวันแบบนี้คุณกล้าทิ้งผมได้ยังไง?” ฉินคั่วจ้องมองกู้ชิงด้วยดวงตาแดงก่ำ