พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 769 ปลอบฉันเหรอ
ตอนที่ 769 ปลอบฉันเหรอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้เจอหน้าเสี่ยวเป่ามานานแล้ว
เธอหันหน้าไปหามู่อวี้เฉิง “ทำไมเราไม่แอบย่องไปดู เสี่ยวเป่ากันบ้างล่ะ เราไม่ได้เจอหน้าลูกมานานแค่ไหนแล้ว? กว่าจะถึงวันหยุดก็อีกตั้งเท่าไหร่?”
“โรงเรียนมีกฎระเบียบไม่ให้ผู้ปกครองเข้าไปเยี่ยมระหว่างเข้าพัก” มู่อวี้เฉิงพูดขณะมองดูเอกสาร
“แต่ถ้าไม่ไปดูเสี่ยวเป่าจะรู้ได้ไงว่าลูกถูกแกล้งหรือเปล่า? มู่อวี้เฉิง ที่คุณพูดมาไม่มีความหมายอะไรเลย กฎระเบียบทำอะไรคุณได้เหรอ ขอฉันไปดูเสี่ยวเป่าหน่อยไม่ได้หรือไง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่ามู่อวี้เฉิงจงใจทำแบบนี้
จงใจกีดขวางไม่ให้เธอไปเจอเสี่ยวเป่า
“ถ้าคุณอยากเจอผมก็จะพาไปเจอ แต่คุณจะไม่ว่าผมใช้อำนาจในทางที่ผิดใช่มั้ย?” มู่อวี้เฉิงยิ้มเบา ๆ
คำพูดที่เธอเคยพูดกับมู่อวี้เฉิงก่อนหน้านี้กำลังย้อนกลับมาหาเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงตีไหล่เขาด้วยความขุ่นเคือง “คุณตั้งใจทำแบบนี้ใช่มั้ย?”
ผู้ชายคนนี้เอาแต่เธอทำให้เธอหงุดหงิด
“ผมเปล่าสักหน่อย? ตั้งใจอะไร?” มู่อวี้เฉิงแสร้งทำเป็น ไม่รู้
“รีบเก็บของซะ ฉันจะไปหาเสี่ยวเป่า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขึ้นเสียงอย่างเย็นชาและเกียจคร้านเกินกว่าจะพูดกับมู่อวี้เฉิงต่อ
เธอมองเขาออกชัดเจน เขามักจะเล่นตุกติกลับหลังเสมอ เป็นเหมือนอสุรกายร้ายที่ปลอมตัวมา!
เธอเดินเข้าไปหยิบขนมมากมายที่เสี่ยวเป่าชอบกินออกมา จากนั้นก็พับเสื้อผ้าบรรจุลงไปในกระเป๋าขนาดใหญ่
มู่อวี้เฉิงเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาแล้วต้องตกตะลึงกับกระเป๋าในมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยว “จะเอาไปให้เสี่ยวเป่าเหรอ?”
“ใช่ ไม่รู้ว่าเสี่ยวเป่าอยู่โรงเรียนแล้วจะได้กินอาหารดี ๆ บ้างหรือเปล่า เขาคงจะคิดถึงแด๊ดดี้หม่ามี้มากใช่มั้ย?” ไม่ว่า เสี่ยวเป่าจะมีเหตุผลมากแค่ไหน เขาก็ยังเป็นเด็ก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
“ไม่หรอก บางทีเสี่ยวเป่าอยู่โรงเรียนแล้วอาจจะรู้สึกดี ก็ได้” มู่อวี้เฉิงพูดแล้วยิ้ม
“คุณหมายความว่ายังไง? จะบอกว่าลูกชายไม่คิดถึงฉันเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลิกคิ้ว
“ไปกันเถอะ” มู่อวี้เฉิงเลือกที่จะไม่พูดอะไร
ขอแค่ตอบสนองความต้องการของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พอ
เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องพูดอะไรอีก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถือกระเป๋าเดินตามหลังเขาไป
หลังจากพวกเขามาถึงโรงเรียน อาจารย์ใหญ่ก็ออกมาต้อนรับเป็นการส่วนตัว
มู่อวี้เฉิงบริจาคเงินให้กับทางโรงเรียนเป็นจำนวนมาก อาจารย์ใหญ่จึงแสดงความเคารพเป็นธรรมดา
อาจารย์ใหญ่พาพวกเขาไปนั่งรอในห้องทำงาน จากนั้นก็ไปเรียกเสี่ยวเป่ามา
จากนั้นไม่นานเสี่ยวเป่าก็เดินเข้ามา
เสี่ยวเป่ามีรูปร่างสูงเพรียวและเริ่มโครงร่างตามแบบเด็กวัยรุ่นแล้ว
“แด๊ดดี้ หม่ามี้” เสี่ยวเป่าตะโกนเรียกพวกเขาอย่างมีความสุข
แต่เขากลับไม่ได้วิ่งกระโจนเข้าใส่เหมือนแต่ก่อน
เพียงแค่ยืนนิ่ง ๆ และจ้องมองมาด้วยความดีใจ
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้เจอหน้าเสี่ยวเป่า เธอก็แสบจมูกมากจนน้ำตาแทบไหล “เสี่ยวเป่า ลูกรัก อยู่ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง?”
“ที่โรงเรียนดีมากฮะ คุณครูใจดีกับผมมาก หม่ามี้ ไม่ต้องห่วงผมหรอก” เสี่ยวเป่ามีความสุขที่ได้มาโรงเรียน
จนสามารถมองเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาได้ชัดเจน
“มีความสุขก็ดี หม่ามี้เอาขนมกับเสื้อผ้ามาให้ด้วย ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มก็โทรศัพท์มาบอกหม่ามี้นะ หม่ามี้จะเอามาให้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเช็ดน้ำตา
โรงเรียนมีกฎระเบียบค่อนข้างเข้มงวดและไม่อนุญาตให้นำขนมภายนอกเข้ามาในบริเวณโรงเรียน
เสี่ยวเป่าไม่ได้ยื่นมือออกไปรับ เพียงแต่เหลือบมองอาจารย์ใหญ่
อาจารย์ใหญ่พยักหน้าเบา ๆ
ช่างเถอะ ใครใช้ให้ตระกูลมู่ร่ำรวยล่ะ เขาจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นและทำเป็นเมินก็แล้วกัน
นอกจากนี้เสี่ยวเป่ายังปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนและมีความพอดี
เชื่อว่าเขาจะไม่ทำตัววุ่นวาย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นปฏิกิริยาของเสี่ยวเป่า
เธอยิ่งรู้สึกเศร้ามากที่เห็นลูกน้อยโตแล้วและค่อนข้างมีไหวพริบ
รู้จักพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ตามสถานการณ์
อาจารย์ใหญ่ก็มีน้ำใจมากจริง ๆ
พอเห็นว่าถึงเวลาพบปะกันแล้ว
เขาก็ขอตัวออกไปข้างนอกเพื่อให้ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน
กระทั่งอาจารย์ใหญ่หายไปจากสายตา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หันไปกระซิบกับเสี่ยวเป่าว่า “เสี่ยวเป่า โรงเรียนไม่อนุญาตให้เอาขนมข้างนอกเข้ามาเหรอ? หม่ามี้เอาขนมเข้ามาให้แบบนี้ ลูกจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกกังวล
“ไม่หรอกฮะหม่ามี้ ผมส่งสัญญาณให้อาจารย์ใหญ่แล้ว เขาโอเค โรงเรียนของเรามีข้อกำหนดว่าห้ามนำอาหารจากภายนอกเข้ามาในโรงเรียน ทางโรงเรียนมีร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่แล้ว ให้ไปซื้อที่นั่นมากินได้ คราวหน้าไม่ต้องเอามาให้ผมแล้วนะ แค่แวะมาหาผมก็พอ” เสี่ยวเป่าพูดอธิบายอย่างมีเหตุผล
“เด็กดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบหัวเสี่ยวเป่า
เธอคิดว่าลูกจะปรับตัวไม่ได้
แต่กลับกลายเป็นว่าเขาสามารถปรับตัวได้ดีกว่าที่เธอจินตนาการเอาไว้มาก
เธอวิตกกังวลเกินไป
แม้จะอยู่ใกล้กันแต่กลับไม่รู้จะพูดอะไรดี
เพียงพูดวกวนไปมาและแค่หวังว่าเสี่ยวเป่าจะดูแลสุขภาพร่างกายของเขาให้ดี
เสี่ยวเป่ายังบอกให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูแลตัวเองให้ดีเช่นกัน
จากนั้นมู่อวี้เฉิงก็สัญญากับเสี่ยวเป่าว่าจะพาทั้งครอบครัวไปเที่ยวในช่วงวันหยุด
เสี่ยวเป่ามีความสุขมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่ามู่อวี้เฉิงพูดเกลี้ยกล่อมเสี่ยวเป่าได้เก่งมาก
เธอพูดออกไปตั้งเยอะแยะไม่เห็นมีปฏิกิริยาอะไรเลย พอมู่อวี้เฉิงบอกจะพาไปเที่ยวทีเดียวเสี่ยวเป่ากลับมีความสุขมาก
หลังจากพูดคุยกันอยู่หลายประโยค เสี่ยวเป่าก็กลับเข้าไปเรียนต่อ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากรบกวนเวลาเรียนของเสี่ยวเป่า เธอจึงกลับออกไปพร้อมมู่อวี้เฉิง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับเข้ามานั่งในรถยนต์ด้วยความโศกเศร้าเล็กน้อย
“เหมือนที่ผมพูดมั้ย? เสี่ยวเป่าปรับตัวเข้ากับโรงเรียนได้ดีและตั้งใจเรียนมาก” มู่อวี้เฉิงพูดแล้วยิ้ม
“อืม ดูสิว่าตอนนี้เสี่ยวเป่าดูโตมากขนาดไหน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองทางอื่น เสี่ยวเป่าจะต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง
ตอนนี้มันเป็นเพียงก้าวแรกที่เขาเพิ่งหัดใช้ชีวิต
ถึงเวลาที่พ่อแม่อย่างพวกเขาจะต้องปล่อยวางแล้ว
“คุณไม่ต้องกังวลหรอก ตอนนี้เสี่ยวเป่าสบายดีแล้ว” มู่อวี้เฉิงตบไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“คุณก็พูดได้ ทำไมคุณไม่บอกฉันบ้างเลยว่าจะพา เสี่ยวเป่าไปเที่ยว คุณทำให้ลูกมีความสุข แต่ฉันที่เป็นแม่กลับไม่ได้ทำอะไรเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหวนนึกถึงดวงตาที่เป็นประกายของเสี่ยวเป่าแล้วรู้สึกอึดอัดใจ
“คุณก็เอาของมาให้ไม่ใช่เหรอ? เสี่ยวเป่าก็มีความสุขเหมือนกัน อีกอย่างสิ่งที่ทำให้เสี่ยวเป่ามีความสุขไม่ใช่เพราะเขาจะได้ไปเที่ยวเล่น แต่เป็นเพราะว่าเขามีความสุขที่ครอบครัวจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาต่างหาก คุณรู้มั้ย?” มู่อวี้เฉิงทำอะไรไม่ถูก
ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขี้น้อยใจมากจริง ๆ
มักจะมีปัญหาต่าง ๆ นานาอยู่เสมอ
จนทำให้มู่อวี้เฉิงเริ่มทนไม่ไหว
“จริงเหรอ? เป็นแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาด้วยสายตาคลางแคลงใจ
“จริงสิ พวกเรายุ่งกับงานตลอด ตอนที่เสี่ยวเป่าอยู่บ้าน ลูกก็หวังว่าเราจะอยู่ด้วยตลอดเวลา ตอนนี้เขาเลยมีความสุขมากที่ครอบครัวจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา” มู่อวี้เฉิงพูดปลอบใจ
“ฉันจะพยายามเชื่อคุณแล้วกัน ใครจะรู้ว่าบางทีคุณอาจจะแค่พูดปลอบฉันก็ได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจ
“ไม่เป็นไร ลูกของเรา คุณต้องรู้อยู่แล้วจริงมั้ย?” มู่อวี้เฉิงโน้มตัวลงไปจูบแก้มเธอ
จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวหลุดยิ้ม