พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 772 ไม่ใจดีกับคุณแล้วจะให้ใครดีกับใคร
ตอนที่ 772 ไม่ใจดีกับคุณแล้วจะให้ใครดีกับใคร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาบ้านอย่างมีความสุข
แต่แล้วมู่อวี้เฉิงก็บอกข่าวร้ายกับเธอ
หลังจากได้ยินข่าว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ทรุดตัวลงทันที “เสี่ยวเป่าเป็นแค่เด็กประถม ทำไมถึงไม่ได้หยุดช่วงวันไหว้พระจันทร์ล่ะ?”
“ไม่ใช่ว่าไม่หยุด แต่เพราะพวกเขาใกล้จะสอบกันแล้ว คุณครูก็เลยถามความคิดเห็นของพวกเขา พวกเขากังวลเรื่องผลการเรียนกันมากเลยเลือกอยู่ที่โรงเรียนแล้วคุณครูสอนต่อ” มู่อวี้เฉิงก็คิดถึงเสี่ยวเป่าเช่นกัน
ทั้งครอบครัวไม่ได้มีโอกาสมานั่งพูดคุยพร้อมหน้าพร้อมตากันนานแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้เสี่ยวเป่าก็ทำได้ดีมากและรู้จักมีความรับผิดชอบ
รู้ถึงความสำคัญของการเรียนรู้
แม้ว่าพ่อแม่จะค่อย ๆ หายไปจากสายตาของเขา
แต่ว่าเสี่ยวเป่าก็ยังต้องเรียนรู้จักการพึ่งพาตัวเอง
การยืนหยัดด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ดีเสมอ
“ทำไมคุณรู้ แต่ฉันไม่รู้ล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ตาลง
“คุณครูส่งข้อความมาบอกผมน่ะ” มู่อวี้เฉิงไม่กล้าบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่าเสี่ยวเป่าส่งข้อความมาบอกเขาเป็นการส่วนตัว
เพราะเกรงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะน้อยใจอีกครั้ง
เสี่ยวเป่ากังวลว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเศร้าและทนไม่ได้ที่ต้องเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเจ็บปวด เขาจึงไม่ได้บอก ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขายังคงคิดถึงบ้านเสมอ
แม้ว่าเขาจะมีผลการเรียนที่ดี แต่เพื่อนร่วมชั้นทุกคนยังอยู่ในโรงเรียน
เขาจึงไม่อยากทำตัวแตกต่าง และไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจไม่กลับบ้าน
“อืม” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกอดหมอนแล้วเอนตัวลงนอนบนโซฟาอย่างเซื่องซึม
วันหยุดคือสิ่งที่เด็ก ๆ ใฝ่ฝัน
พวกเด็ก ๆ จะต้องผิดหวังแค่ไหนที่คุณครูไม่ยอมให้วันหยุดพวกเขา?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองมู่อวี้เฉิง “คุณว่าโรงเรียนของเสี่ยวเป่าเคร่งเกินไปหรือเปล่า ทำไมเราไม่ย้ายเสี่ยวเป่าไปโรงเรียนอื่นล่ะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ
การเรียนรู้ของเด็กเป็นสิ่งสำคัญ แต่ชีวิตของพวกเขาไม่ได้มีแค่การเรียนรู้เท่านั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงรู้สึกว่าทางโรงเรียนเข้มงวดเกินไป
มู่อวี้เฉิงไม่ได้บอกว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพียงบอกว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของเสี่ยวเป่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคอยดูแลเสี่ยวเป่ามาตั้งแต่เล็กจนโต
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลี้ยงลูกมาตามลำพัง ดังนั้นความรักของเขาจึงเทียบไม่ได้กับอีกฝ่ายเลย
ท้ายที่สุดมู่อวี้เฉิงไม่ได้มีส่วนร่วมในการเติบโตของ เสี่ยวเป่ามากนัก
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดหักล้างความคิดเห็นของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
แต่เขาก็ทนไม่ไหวเหมือนกัน
มู่อวี้เฉิงจึงพูดขึ้นว่า “งั้นคุณต้องถามความคิดเห็นของเสี่ยวเป่าก่อน ถ้าลูกอยากย้ายไปโรงเรียนอื่น เราก็ทำเรื่องให้เขา คุณคิดว่าไง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าอย่างลังเล
เธอรู้ว่าเธอจะต้องเคารพความคิดเห็นของเสี่ยวเป่า
แต่ตอนไปหาเสี่ยวเป่าที่โรงเรียนเมื่อสองวันก่อน ดูเหมือนว่าเสี่ยวเป่าจะไม่รู้สึกอึดอัดและชอบโรงเรียนนี้มาก
บางทีเธออาจจะคิดมากไปเอง
ปล่อยให้ลูกเปล่งประกายในพื้นที่ที่เขาชอบน่าจะดีกว่าไหม?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นแม่คนครั้งแรกและไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร
ดวงตาของเธอว่างเปล่า
มู่อวี้เฉิงเห็นเช่นนั้นแล้วถอนหายใจก่อนจะเดินเข้าไปกอดเธอไว้ในอ้อมแขน “อย่าเศร้าสิ คุณลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้วันอะไร? คุณไม่ได้บอกว่าจะกลับมาไหว้พระจันทร์กับผมเหรอ? หรือว่าในใจคุณ ผมไม่สำคัญเท่ากับเสี่ยวเป่า?”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยของความไม่พอใจ
แต่มันกลับทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเยาะ
“จะเปรียบเทียบกันได้ไง?” คนหนึ่งเป็นสามี ส่วนอีกคนเป็นลูก
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ผมกับเสี่ยวเป่าเปรียบเทียบกันไม่ได้เหรอ?” มู่อวี้เฉิงพยายามดันทุรัง
“ฉันหมายถึงในใจฉัน คุณทั้งสองคนมีความสำคัญเท่า ๆ กัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพิงไหล่มู่อวี้เฉิงแล้วถูไถไปมา
“พูดจริงนะ” มู่อวี้เฉิงโน้มตัวลงไปกัดริมฝีปากเธอเบา ๆ
“จริงสิ พวกคุณมีความสำคัญในใจฉันมาก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจูบเขาตอบ
นอกจากนี้ช่วงนี้เธอยังปฏิบัติกับมู่อวี้เฉิงไว้แย่มาก
นั่นหมายความว่ามู่อวี้เฉิงจะต้องตามใจเธอและอดทนต่ออารมณ์แย่ ๆ ของเธอ
เธอทำไม่ดีกับมู่อวี้เฉิงเอาไว้มาก
อันที่จริงแล้วชีวิตความเป็นอยู่ของมู่อวี้เฉิงก็ไม่ง่ายเลย
เสี่ยวเป่าไม่อยู่ที่นี่ พวกเขาก็ยังเฉลิมฉลองวันหยุดกันสองคนได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดไตร่ตรองตัวเองในใจ
อาจเป็นเพราะว่ามู่อวี้เฉิงทำดีกับเธอเอาไว้มากจริง ๆ
ดังนั้นเธอจึงเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นต่อหน้ามู่อวี้เฉิง
“มานี่ เดี๋ยวผมเอาอะไรให้ดู” มู่อวี้เฉิงเห็นว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสงบลงแล้วจึงเดินจูงมือเธอไปที่ห้องครัว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงมากที่เห็นแป้นพิมพ์และส่วนผสมมากมายบนโต๊ะอาหาร “นี่มัน…”
“มาทำขนมไหว้พระจันทร์ด้วยสองมือของเราแล้วเอาไปให้เสี่ยวเป่าดีมั้ย?” มู่อวี้เฉิงพูดกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสับสนอยู่ในใจ เธอเพิ่งจะอารมณ์เสียไปแต่กลับกลายเป็นว่ามู่อวี้เฉิงเตรียมของทุกอย่างเอาไว้ให้เธอแล้ว
“คุณเตรียมไว้นานแล้วเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม
“อืม ผมรอคุณกลับมาทำด้วยกันน่ะ มันจะได้มีความหมายมากขึ้น” มู่อวี้เฉิงพยักหน้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสบจมูกจนเกือบจะหลั่งน้ำตา “คุณใส่ใจเสี่ยวเป่ามากเลย”
แต่เธอกลับรู้สึกอิจฉาได้ยังไง?
“เสี่ยวเป่าเป็นลูกของเรา ผมไม่ใส่ใจเสี่ยวเป่าแล้วจะไปใส่ใจใครล่ะ? หืม?” มู่อวี้เฉิงจับแก้มเธอ
ทุกอย่างล้วนเป็นความจริงว่าเสี่ยวเป่าคือลูกของพวกเขา
เขาทะนุถนอมถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างไร เขาก็ย่อมปฏิบัติต่อเสี่ยวเป่าแบบเดียวกัน
“คุณ…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสะอึกสะอื้นจนไม่รู้จะพูดอะไร
กระทั่งตกอยู่ในความเงียบ
“เอาล่ะ ถ้าคุณรู้สึกไม่มีความสุขกับเรื่องอะไร เราก็ไม่ต้องไปพูดถึงมันตกลงมั้ย?” มู่อวี้เฉิงเตรียมตัว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบิดตัวไปมาอยู่สักพักก็หันกลับมาเตรียมพร้อมกับมู่อวี้เฉิง
ทั้งสองร่วมแรงร่วมใจกันและใช้เวลาทำขนมไหว้พระจันทร์ที่มีลวดลายสวยงามในระยะเวลาแค่สองชั่วโมงเท่านั้น
สีสันสวยสดใสและดูสะอาดสะอ้านมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูผลงานของเธอและนวดเอวที่ปวดร้าว “สวยจนกินไม่ลงเลยอ่า”
“ถ้าไม่อยากกินก็เก็บเอาไว้ได้นะ” แน่นอนว่ามู่อวี้เฉิงต้องตามใจถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่แล้ว
ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร เขาก็จะเห็นด้วยทุกอย่าง
“งั้นมันก็ไม่มีความหมายน่ะสิ ฉันค้นพบแล้วว่าตอนนี้คุณใจดี อืม ใจดีกับฉันมากเป็นพิเศษ” เขาแทบจะไม่ปฏิเสธเธอเลยและคอยเห็นด้วยกับเธอ
“คุณเป็นภรรยาผม ถ้าไม่ใจดีกับคุณแล้วจะให้ดีกับใครล่ะ?” มู่อวี้เฉิงยิ้ม
เขาสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างติดอยู่บนใบหน้าของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาจึงหยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดออกให้
“บางทีที่ฉันได้เจอคุณ อาจจะเป็นพรที่ฉันสะสมมาชั่วอายุคนก็ได้นะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบกระโจนเข้าไปในอ้อมกอดของมู่อวี้เฉิงราวกับเด็ก
ยกขาขึ้นมาพันรอบเอวของมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงกอดเธอไว้แน่นแล้วหรี่ตาลง
“ฉันก็ชอบคุณ และคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีความรักนี้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นฝ่ายริเริ่มจูบริมฝีปากบางของมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงวางถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้บนโต๊ะอาหารและพลิกเธอให้นอนหงายอยู่เบื้องล่าง
ในไม่ช้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หายใจกระเส่าอยู่ในอ้อมแขนของมู่อวี้เฉิง
พวกเขาเพิกเฉยต่อขนมไหว้พระจันทร์ทันที จากนั้น มู่อวี้เฉิงก็อุ้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปในห้อง โยนเธอลงบนเตียงและตามเธอเข้าไป