พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 773 ทำอะไรไม่ได้
ตอนที่ 773 ทำอะไรไม่ได้
ณ สตีเฟน
ลู่ซีจวี๋เก็บเอกสารทั้งหมดออกไปในทันที
อินอวี่โหรวปิดปากแล้วหัวเราะเบา ๆ “เกิดอะไรกับคุณลู่? ตอนนี้ไม่อ่านเอกสารต่อแล้วเหรอ?”
“รู้แล้วยังถามอีกเหรอ? เมียผมน่าสนใจกว่าขนาดนี้ จะอ่านเอกสารต่อทำไม?” ลู่ซีจวี๋หันกลับมาพูดด้วยรอยยิ้ม
เขาเพียงหยิบเอกสารพวกนี้ขึ้นมาอ่านฆ่าเวลาในตอนที่อินอวี่โหรวไม่อยู่
เพราะมีแต่เวลาที่เขาทำงานจนยุ่งเท่านั้น เขาจึงสามารถลืมเรื่องราวฝั่งลึกของอินอวี่โหรวได้
“ช่วงที่ฉันไม่อยู่… คุณนั่งทำงานจนดึกตลอดเลยเหรอ?” อันที่จริงแล้วมันเป็นเรื่องปกติ
ลู่ซีจวี๋ค่อนข้างบ้างาน
“อืม ไม่งั้นพอว่างผมก็คิดถึงคุณทุกที” ลู่ซีจวี๋พูดบอกอย่างเป็นธรรมชาติ
มีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่รู้ว่าตนเองเจ็บปวดแค่ไหน
หลังจากเห็นสีหน้าของเขา อินอวี่โหรวก็ตระหนักได้ว่าเธอพูดอะไรไม่ออกเลย
เธอคอยอยู่เคียงข้างลู่ซีจวี๋เงียบ ๆ
ทั้งสองคนนั่งรถและกลับไปที่คฤหาสน์หลังเก่า
การตกแต่งยังคงดูเหมือนเดิมเหมือนตอนที่ อินอวี่โหรวจากไป
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ในบ้านเงียบสงัดและไม่มีเสียงอะไรเลย
ตอนนี้ยังไม่มืดมากแท้ ๆ
แต่ก่อนตอนเธออยู่ที่นี่ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาพักของพวกพ่อบ้านสักหน่อย
พอไม่เห็นพ่อบ้าน เธอก็รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย
“พวกพ่อบ้านกับคนอื่น ๆ ไปไหนหมด?” อินอวี่โหรวรู้สึกแปลกจนถามออกมาโดยตรง
ไม่ลังเลเลย
“ผมบอกให้พวกพ่อบ้านมาทำความสะอาดแค่ตอนกลางวัน พวกเขากลับไปตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว ตอนนี้ผมไม่ค่อยอยู่บ้านเท่าไหร่” ลู่ซีจวี๋ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บริษัท
คุณปู่ลู่เข้ามาพูดเกลี้ยกล่อมเขาอยู่หลายครั้ง
ยังหนุ่มยังแน่นอยู่อย่าทำอะไรตามใจตัวเองนักเลย
ไม่อย่างนั้นแก่ตัวลง สุขภาพจะย่ำแย่
แต่ลู่ซีจวี๋ไม่ฟัง คุณปู่ลู่โกรธเขามากจนไม่สนใจเขาอีกต่อไป
เพียงแต่ยังคงมีความเป็นห่วงอยู่
คอยให้พ่อบ้านเอาซุปบำรุงร่างกายมาให้เขาทุกครั้ง
“แล้วทำไมคุณไม่ดูแลสุขภาพตัวเองบ้างเลย?” อินอวี่โหรวพูดถามด้วยความโกรธ
นับตั้งแต่เธอเดินลงจากรถยนต์จนถึงตอนนี้ ลู่ซีจวี๋จับมือเธอไว้แน่นและไม่ยอมปล่อยเลย
เขาเขยิบตัวเข้ามาและจูบริมฝีปากอินอวี่โหรวเบา ๆ
อินอวี่โหรวไม่ได้ผลักไสและทั้งสองก็จับมือกัน
พวกเขาจับมือกันแน่น
อินอวี่โหรวคิดว่าในเมื่อทั้งสองคนชอบกัน ก็ไม่จำเป็นต้องดื้อดึงหรือถ่วงเวลา เพราะมันมีแต่จะเพิ่มความโศกเศร้าเท่านั้น
เธอใช้เวลาไตร่ตรองตอนอยู่ต่างประเทศอย่างดีแล้ว
เธอจะปล่อยวางเรื่องในอดีตและเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาปัจจุบัน
“ถ้าคุณคิดว่าผมดูแลตัวเองได้ไม่ดีพอ งั้นหลังจากนี้ก็อย่าไปไหนอีกแล้วช่วยดูแลผมหน่อยได้มั้ย?” ลู่ซีจวี๋ลูบไล้ปลายจมูกเธอด้วยสีหน้าอ่อนโยน
“มันก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคุณ ถ้าคุณทำให้ฉันโกรธอีก ฉันก็รับประกันอะไรไม่ได้หรอก” อินอวี่โหรวจงใจพูด
“ผมจะกล้าทำให้คุณโกรธได้ยังไง? ผมไม่กล้าทำคุณเจ็บหรอก ที่รัก รู้มั้ยว่าผมคิดถึงคุณมากแค่ไหน?” ลู่ซีจวี๋กด อินอวี่โหรวไว้บนโซฟา
ในช่วงเวลาที่ไม่ได้เจออินอวี่โหรว ความรู้สึกของเขาได้ผสมผสานกลายมาเป็นคลื่นความรักอันโหมกระหน่ำลงบนร่างกายของอินอวี่โหรว
และโดยธรรมชาติแล้วอินอวี่โหรวไม่สามารถต้านทานได้
การเคลื่อนไหวของลู่ซีจวี๋หนักหน่วงมากราวกับว่าเขาพยายามกลืนกินเธอทั้งเป็น
เอวของเธอแทบจะหัก
เมื่อไหร่ก็ตามที่อินอวี่โหรวส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ลู่ซีจวี๋จะกลืนกินลมหายใจทั้งหมดของเธอไป
อินอวี่โหรวทำได้แค่หายใจหอบเท่านั้น
เธอรู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาออกมา
ถ้าเธอรู้ว่าลู่ซีจวี๋จะน่ากลัวแบบนี้ เธอคงจะไม่มาพบ ลู่ซีจวี๋
เธอไม่ได้เตรียมใจมารับมือกับการกระทำของลู่ซีจวี๋
…
กู้ชิงนอนพิงโซฟา หวนนึกถึงคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์มีวันหยุดถึงสามวัน เธออยู่บ้านก็ไม่รู้จะทำอะไร
เธอนั่งนอนคิดและพบว่าไม่ได้เจอฉินคั่วมานานแล้ว
จึงเกิดความคิดถึง
แต่เธอควรจะไปหาเขาดีไหม?
กู้ชิงคิดอยู่พักหนึ่งและนั่งลังเลอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วโมง กระทั่งเธอตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะซื้อตั๋วไปเมืองหนาน
เธอจะไปหาฉินคั่วที่เมืองหนาน
ถ้าเกิดเดินทางไปคุยกันแล้ว ฉินคั่วไม่ต้อนรับเธอขึ้นมาจริง ๆ เธอก็จะเดินทางกลับ
เดินทางเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงก็ถึงเมืองหนาน
ถ้าฉินคั่วไม่ต้อนรับเธอ เธอก็จะคิดแค่ว่าเดินทางไปเที่ยวเมืองหนานเฉย ๆ เธอยังไม่เคยไปเที่ยวเมืองหนานเลย
กู้ชิงปลอบใจตัวเองในใจ
ฉินคั่วเพิ่งเจรจาข้อตกลงทางธุรกิจเสร็จและกำลังเดินออกมาจากภัตตาคารในโรงแรม
เขาดื่มไวน์ไปมากและกำลังเมาแอ๋
พอเห็นคนพลุ่งพล่านบนท้องถนน เขาก็รู้สึกเปล่าเปลี่ยวเล็กน้อย
ในความเป็นจริงการจัดการธุรกิจไม่ง่ายอย่างที่คิด
ชายชราที่บ้านคงจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้เช่นกันและนี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีวันนี้
เขาดื่มจนอาเจียนทุกวัน แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรหุนหันพลันแล่นออกไป
ไม่อย่างนั้นคนนิสัยอย่างเขาจะต้องมีคู่ครองอีกกี่คน?
แม้ว่าเขาจะเป็นถึงคุณชายแห่งตระกูลฉิน แต่เพื่อเห็นแก่หน้าของชายชรา เขาจึงพยายามไม่สร้างปัญหาอะไร
อย่างไรก็ตามตอนนี้เขายังไม่มีอำนาจมากพอจึงไม่สามารถพูดอะไรได้อย่างมั่นใจ
ตอนหารือเรื่องความร่วมมือ เขาพยายามแสดงความจริงใจอย่างเต็มที่
ในอดีตฉินคั่วเกลียดคนประจบสอพลอเป็นอย่างมาก
แต่ตอนนี้เขากลับกลายมาเป็นคนแบบนี้เสียเอง
เพราะชีวิตก็เป็นแบบนี้
ทำอะไรไม่ได้
หลังจากเห็นคนเดินขวักไขว่อยู่บนท้องถนน ฉินคั่วก็รู้สึกเหงาใจเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับความยุ่งเหยิงนี้ได้
เขาเดินเมาแอ๋ออกมาจากโรงแรมแทบตาย แต่กลับไม่มีใครถามเขาสักคนว่าเขาเป็นยังไง
ตอนนี้เขาอยากจะกลับไปหากู้ชิงจริง ๆ อยากจะกลับไปหามาก ๆ
มีเพียงกู้ชิงเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นมนุษย์และครอบครัว
ชายชราทั้งสองคนในบ้านก็ห่วงใยเขามากเช่นกัน
แต่ว่าจิตใจของเขาต้องการบางอย่างที่แตกต่างออกไป
ตอนนี้ฉินคั่วทำตัวดัดจริตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เขาคิดถึงกู้ชิงมาก
เขาคิดถึงเธออย่างสิ้นหวัง คิดถึงอย่างบ้าคลั่ง
ขณะเดียวเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของฉินคั่วก็ดังขึ้นปรากฏให้เห็นว่าเป็นสายตากู้ชิง
นี่เป็นครั้งแรกที่กู้ชิงโทรศัพท์หาเขา
ฉินคั่วระงับความเศร้าหมองในใจ ยิ้มกว้างแล้วกดรับสายกู้ชิง “ชิงชิงที่รัก มีอะไรเหรอ? สุขสันต์วันไหว้พระจันทร์นะ อยากได้ของขวัญอะไรมั้ย?”
ฉินคั่วไม่ต้องการให้กู้ชิงเห็นเรื่องที่น่าอับอายของเขา
เพราะนี่คือการพูดคุยผ่านวิดีโอ
แม้ว่าฉินคั่วจะพยายามปิดซ่อนมัน แต่กู้ชิงก็ยังสังเกตเห็นว่าเขาดื่มจนหน้าแดงแปร๊ด เธอจึงขมวดคิ้วแน่น
“นายอยู่ไหน?” กู้ชิงถาม
“ผมเพิ่งคุยงานเสร็จ กำลังเดินไปตามถนน” ฉินคั่วไม่อยากแสดงท่าทางทุกข์ใจของตัวเองให้กู้ชิงเห็น
“ขอดูหน่อยได้มั้ย? ฉันอยากเห็นว่านายอยู่ที่ไหน?” กู้ชิงลงมาจากเครื่องบินแล้วและอยากจะเซอร์ไพรส์ฉินคั่ว
ฉินคั่วคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เขาสามารถแสดงให้กู้ชิงเห็นได้ทุกอย่าง
เขาจะตอบสนองความต้องการทุกอย่างของกู้ชิง
เพราะเธอคือสุดที่รักของเขา
เขาหมุนโทรศัพท์ไปรอบ ๆ เพื่อแสดงให้กู้ชิงดู
กู้ชิงจดจำวิวรอบข้างเขาเงียบ ๆ จากนั้นก็หันไปพูดอะไรบางอย่างกับคนขับรถ
คนขับรถเป็นคนเมืองหนานจึงรู้ได้ในทันทีว่าสถานที่ที่ กู้ชิงพูดถึงคือที่ไหน
ถือว่ากู้ชิงค่อนข้างโชคดีเพราะสถานที่ที่ฉินคั่วอยู่ค่อนข้างอยู่ใกล้กับจุดที่พวกเขาอยู่ในตอนนี้