พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 776 คำใบ้บางอย่าง
ตอนที่ 776 คำใบ้บางอย่าง
“อะไรนะ?” หลังจากสางเสียงคร่ำครวญมาตลอดทั้งคืน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คิดว่าโชคดีเหลือเกินที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุด ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ตามใจมู่อวี้เฉิงแบบนี้
ตกกลางดึก เสียงโทรศัพท์มือถือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ดังขึ้น
เธอลุกขึ้นจากเตียงด้วยความทุลักทุเล จากนั้นนวดเอวแล้วถอนหายใจ
มู่อวี้เฉิงได้ยินเสียงเธอเคลื่อนไหวจึงวางมือลงบนเอวเธอ “ใคร?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ตอบคำถามของเขา
หลังจากนัดหมายกับคนที่อยู่ปลายสาย เธอก็วางสายลงด้วยความงุนงง
แม้จะวางสายลงแล้ว แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังสับสนอยู่ในใจ
สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก
มู่อวี้เฉิงเห็นเช่นนั้นจึงดึงเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน “เกิดอะไรขึ้น? หืม?”
“อวี่โหรวกลับมาแล้ว” สายเรียกเข้าเมื่อสักครู่นี้มาจากอินอวี่โหรว
คลับคล้ายคลับคลาว่าเธอจะได้ยินเสียงของลู่ซีจวี๋ด้วย
หลังจากห่างหายกันไปนาน ในที่สุดคู่รักคู่นี้ก็กลับมาเจอหน้ากันอีกครั้ง
“อินอวี่โหรว?” มู่อวี้เฉิงยังจำตอนที่อินอวี่โหรวจากไปได้
อีกฝ่ายไม่ได้ติดต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาเลย
แต่ท้ายที่สุดแล้วพวกเธอก็ยังเป็นเพื่อนกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเศร้าอยู่พักหนึ่ง
จู่ ๆ ก็ตระหนักได้ว่าทำไมอินอวี่โหรวกลับมาเร็วจัง? เหนือความคาดหมายนิดหน่อย
“ใช่ นึกไม่ถึงว่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้ นึกว่าจะต้องรอจนถึงวันแต่งงานของเราจริง ๆ ซะอีก เธอน่าจะเห็นข้อความของฉัน เพราะเมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงรุ่นพี่ด้วย” หากยังคงเข้าใจกันผิดอยู่ อินอวี่โหรวคงจะไม่ไปหาลู่ซีจวี๋ทันทีที่กลับมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสุขมากที่เห็นพวกเขาทั้งสองกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง
จากนี้ไปลู่ซีจวี๋จะไม่ต้องอยู่เพียงลำพังอีกแล้ว
“ผมบอกแล้วไงว่าให้พวกเขาตัดสินใจเองดีที่สุด ดูสิ ตอนนี้ลงตัวแล้วไม่ใช่เหรอ?” มู่อวี้เฉิงรู้สึกว่าบางครั้งคำพูดของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ทำให้การตัดสินใจของอินอวี่โหรวไขว้เขว
ดังนั้นการไม่ปล่อยให้เธอเข้าไปยุ่งน่าจะเป็นตัวเลือกที่ฉลาดที่สุด
“ใช่ ฉันรู้สึกว่ายิ่งช่วยก็ยิ่งยุ่ง ฉันไม่รู้อะไรเลยแต่ก็ยังแส่ไม่เข้าเรื่อง คุณดูสิ กู้ชิงกับฉินคั่วไปได้ดีมาก ดูเหมือนว่าฉันจะเข้าไปเป็นอุปสรรคระหว่างพวกเขาเปล่า ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเยาะ
“อย่าพูดแบบนี้กับตัวเองสิ ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น เหมี่ยวเหมี่ยว คุณคิดอะไรเหลวไหลอีกแล้วใช่มั้ย?” มู่อวี้เฉิงจงใจพูดหน้านิ่ง
“ฉันไม่ได้คิดอะไรเหลวไหล ที่จริงฉันลองคิดดูแล้วและรู้สึกว่าที่คุณพูดก็มีเหตุผล ฉันมันยุ่งไม่เข้าเรื่องเอง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจดีเช่นกัน
เรื่องของความรู้สึก คนนอกไม่มีทางเข้าใจหรอก
นอกจากนี้ไม่ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะสนิทสนมกับพวกเขามากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ได้ประสบกับเหตุการณ์นั้นด้วยตัวเอง
มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและรู้สึกอย่างไรต่อกัน
“เอาล่ะ หลังจากนี้พูดให้น้อย ๆ ลงหน่อยก็ดี ผมรู้ว่าคุณหวังดี” ความตั้งใจเดิมของมู่อวี้เฉิงคือการไม่ปล่อยให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใช้เวลาและพลังงานกับคนอื่นมากจนเกินไป
แต่หลังจากได้ยินถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างนั้น มู่อวี้เฉิง ก็รู้สึกทุกข์ใจ
เขาไม่เข้าใจตัวเองเลย
ถึงอย่างนั้นไม่ว่าในอนาคตถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะทำอะไร เขาก็ยังจะสนับสนุนเธออย่างไม่มีเงื่อนไข
ท้ายที่สุดเธอเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของเขา
“รู้แล้ว ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม
“อยากนอนต่ออีกหน่อยมั้ย? เมื่อคืนเหนื่อยหรือเปล่า?” มู่อวี้เฉิงพูดกระซิบเกลี้ยกล่อมอยู่ข้างหูถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ก็เพราะคุณไม่ใช่หรือไง เมื่อคืนฉันขอให้คุณหยุด แต่คุณยังทำต่อ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ควรเชื่อคำโกหกของเขา
พวกเขาตกลงกันว่าจะเชื่อฟังคำพูดของกันและกันในทุกเรื่อง
แต่ดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ เขาฟังคำพูดของเธอที่ไหน?
“เวลาแบบนั้นผู้ชายมันหยุดกันได้ที่ไหน นอกเสียจาก จะมีอะไรผิดปกติ เข้าใจมั้ยเหมี่ยวเหมี่ยว?” มู่อวี้เฉิงจูบแก้มเธอ
“สรรหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองเก่งจังนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“เอาล่ะ เราเลิกพูดถึงปัญหานี้กันเถอะ นอนพักอีกหน่อย ช่วงบ่ายคุณต้องออกไปเจออินอวี่โหรวไม่ใช่เหรอ เกิดคุณลุกไม่ไหวจะไปเจอเธอได้ยังไง?” มู่อวี้เฉิงยิ้มแล้วสะกิดปลายจมูกเธอเบา ๆ
“ก็ใช่น่ะสิ งั้นฉันนอนอีกนิดดีกว่า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเห็นด้วย
มู่อวี้เฉิงอยู่ข้าง ๆ และคอยกอดเอวเธอเอาไว้
มู่อวี้เฉิงคอยนวดคลึงให้ความสบายจนกระทั่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ตาลง
และสักพักก็ผล็อยหลับไป
ช่วงบ่าย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นมาเตรียมตัวออกไปเจออินอวี่โหรว
กว่าเธอจะเตรียมตัวเสร็จ มู่อวี้เฉิงก็ลุกออกไปนานแล้ว
จนกระทั่งเดินออกมาถึงห้องนั่งเล่น ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ก็หยิบกุญแจรถและเตรียมจะเดินออกไป แต่มู่อวี้เฉิงกลับหยุดเธอไว้
“มีอะไร?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้น
“กินข้าวก่อนแล้วค่อยออกไปสิ” มู่อวี้เฉิงดึง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมานั่งลงบนโต๊ะอาหาร
มีบะหมี่หนึ่งถ้วยวางอยู่ตรงหน้า
เขารู้ว่าเดี๋ยวเธอกับอินอวี่โหรวจะต้องออกไปหาอะไรกินด้วยกันหลังจากนี้ ดังนั้นมู่อวี้เฉิงจึงไม่ได้เตรียมอาหารมากนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูบะหมี่ที่ดูน่าอร่อยด้วยความสับสน “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันจะตื่นเวลานี้? ถ้าเกิดฉันไม่ตื่นขึ้นมา จะทำยังไง? บะหมี่คุณจะไม่เสียเปล่าเหรอ?”
“ผมก็ทำตามนิสัยการใช้ชีวิตของคุณนั่นแหละ แล้วมันก็เหมาะเจาะพอดี ไม่ต้องห่วง” สมองของมู่อวี้เฉิงไม่ได้จดจำแค่การทำงานเท่านั้น แต่ยังจำรายละเอียดการใช้ชีวิตของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้อย่างชัดเจน
“ฉันไม่รู้จะพูดอะไรกับคุณเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจ นั่งลงและก้มหน้ากินบะหมี่
บะหมี่มีรสชาติดีมาก
ถ้วยเล็ก ๆ ไม่เยอะเกินไปแต่ก็ทำให้อุ่นท้อง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่ายังไม่หายอยาก
“ผมไปทำให้เพิ่มมั้ย?” มู่อวี้เฉิงหลุดยิ้มเบา ๆ เมื่อเห็น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลียริมฝีปากราวกับลูกแมว
เธอไม่รู้หรอกว่าเธอดูน่ารักขนาดไหนในสายตาของเขา
“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจะออกไปหาอะไรกินกับอวี่โหรว กว่าจะกลับมาก็คงเย็นเลย คุณกินข้าวเย็นเลยนะไม่ต้องรอฉัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก
หลังจากเห็นเช่นนั้น มู่อวี้เฉิงก็หรี่ตาลง อุ้ม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นมานั่งบนโต๊ะอาหาร
จากนั้นก็บีบระหว่างขาของเธอ
ท่าทางดังกล่าวทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอึดอัดอย่างมาก
เธอเอียงหัว “มีอะไรอีก?”
โดยปกติแล้วมู่อวี้เฉิงจะไม่ทำแบบนี้ มันน่าจะเป็นคำใบ้บางอย่าง
แต่ตอนนี้เธอจะต้องออกไปแล้ว
มู่อวี้เฉิงหมายความว่ายังไง
“พอได้เจอเพื่อนก็ไม่สนใจสามีเลยเหรอ?” มู่อวี้เฉิงขบติ่งหูของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทนจั๊กจี้ไม่ไหวจึงผลักเขาออก “ฉันไม่ได้เจออวี่โหรวมานานแล้ว แต่ฉันเจอคุณทุกวัน และฉันก็เป็นของคุณไม่ใช่เหรอ?”
ดูเหมือนว่าประโยคดังกล่าวจะทำให้มู่อวี้เฉิงพึงพอใจจนเขาถอยห่างออกไปเล็กน้อย
กระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกผ่อนคลายลง มู่อวี้เฉิงก็โน้มตัวลงไปจูบคอเธออย่างหนักหน่วง และในไม่ช้ารอยสีแดงเข้มก็ปรากฏขึ้นบนผิวขาวของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบจับคอที่เจ็บแปลบทันที “คุณทำอะไร? ไม่อยากให้ฉันออกไปข้างนอกเหรอ?”