พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 777 กดขี่เขา
ตอนที่ 777 กดขี่เขา
“มันเป็นตราประทับ พิสูจน์ว่าคุณคือของผม ออกไปได้” มู่อวี้เฉิงขมวดริมฝีปากอย่างพึงพอใจ
“เด็กจริง ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแอบต่อว่า จากนั้นเธอก็ผลักมู่อวี้เฉิงออกไปและวิ่งไปยืนส่องหน้ากระจก รอยบนคอชัดเจนมาก
มองแวบเดียวก็เห็น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทาคอลซีลเลอร์ปกปิดจนเหลือเพียง สีจาง ๆ แล้วจึงเดินออกไป
เธอจะไปหาอินอวี่โหรว ไม่ได้จะไปหาใครอื่นสักหน่อย
ออกไปแบบนี้มีแต่จะทำให้อินอวี่โหรวทำตัวไม่ถูกมากกว่า
“อย่าลืมรีบกลับมาล่ะ” หลังจากตีตราจองแล้ว มู่อวี้เฉิง ก็ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอีกต่อไป
เขาเดินออกมาส่งเธออย่างมีน้ำใจ
“คืนนี้ฉันไม่กลับหรอก” จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าประตู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หันมาพูด
เธอจงใจพูดแบบนี้
ใครใช้ให้มู่อวี้เฉิงเย้าแหย่เธอก่อนออกไปข้างนอกล่ะ?
เธอแค่อยากจะทำให้เขาโมโหบ้าง
ฮึ่ม
แต่หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่ามู่อวี้เฉิงทำหน้าบึ้งตึงและกำลังจะเดินเข้ามาประชิดตัว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รีบหันหลังกลับและวิ่งหนีไป
มู่อวี้เฉิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
เขาชอบเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีชีวิตชีวาแบบนี้มาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับอินอวี่โหรวนัดเจอกันที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ
เพียงมองแวบเดียวถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ระบุตำแหน่งของอินอวี่โหรวได้แล้ว
เธอเดินเข้าไปหาด้วยท่าทางดุดัน
“อวี่โหรว เกิดอะไรขึ้น? ถึงได้กลับมาเอาป่านนี้ ตอนอยู่ต่างประเทศไม่เห็นตอบข้อความฉันเลย นี่เธอคิดว่าฉันเป็นเพื่อนจริง ๆ หรือเปล่า?” น้ำเสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เธอกังวลเกี่ยวกับอินอวี่โหรวตลอดทั้งวัน
“ขอโทษนะเหมี่ยวเหมี่ยว พวกเธอกำลังมีชีวิตที่ดี ฉันไม่อยากให้เรื่องของฉันไปรบกวนเธอน่ะ” อินอวี่โหรวยังคงเหมือนเดิม
พูดจาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเสมอ
“กลับมาแล้วทำไมไม่รีบมาหาฉันล่ะ? ไปหารุ่นพี่อยู่ได้ เห็นแฟนดีกว่าเพื่อนจริง ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยความโกรธ
“เปล่าสักหน่อย ฉันแค่คิดว่าเพราะความเข้าใจผิดนั้นทำให้เขารู้สึกแย่ ฉันก็เลยรีบไปหาเขาก่อน นี่ฉันก็มาหาเธอแล้วไง อย่าโกรธเลยนะ” อินอวี่โหรวมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาออดอ้อน
วันนั้นที่เธอเดินผ่านถงเหมี่ยวเหมี่ยวในบริษัท
เธออยากจะตะโกนเรียกถงเหมี่ยวเหมี่ยวใจแทบขาด
แต่หลังจากลองคิดดูแล้ว ระยะเวลามันกระชั้นชิดเกินไปและยังเป็นวันไหว้พระจันทร์
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวน่าจะรีบกลับไปฉลองเทศกาลกับ มู่อวี้เฉิง
ดังนั้นเธอจึงคิดว่าเดี๋ยวค่อยหาเวลามาคุยกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทีหลัง
เธอไม่ได้ตั้งใจจะทำเพื่อนอย่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวผิดหวัง
เพราะในวันที่ยากลำบากนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนเดียวที่คอยดูแลเธอ
เธอจะหลงลืมมันไปได้ยังไง
“ฉันไม่โกรธหรอก เธออยู่ต่างประเทศเป็นไงบ้าง?” ตอนแรกถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อนข้างหงุดหงิด
แต่หลังจากลองคิดดูแล้ว ขอแค่อินอวี่โหรวกลับมาอย่างปลอดภัยก็พอ อย่างอื่นเธอจะไปสนใจทำไม?
อินอวี่โหรวรู้สึกเสียใจกับลู่ซีจวี๋จึงเป็นธรรมดาที่เธอ จะกลับมาตามหาลู่ซีจวี๋ก่อน
เธอไม่เห็นจะต้องโกรธอะไรเลย
“ก็ดี ตอนอยู่ต่างประเทศฉันยุ่งมาก ฉันไปเรียนรู้เรื่องการบริหารบริษัทมา ตอนนี้ฉันพร้อมกลับมารับช่วงต่อที่บริษัทจริง ๆ แล้ว คุณปู่มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อได้อีกกี่ปี” เดิมทีเธอแค่อยากจะพาผู้เฒ่าอินไปพักฟื้นในต่างประเทศ
แต่สภาพร่างกายของผู้เฒ่าอินกลับน่าเป็นห่วงกว่าที่คิด
อินอวี่โหรวจึงบังคับตัวเองให้ตั้งใจเรียนอย่างหนักและฝึกฝนทักษะอยู่ในบริษัทของพ่อแม่ระยะหนึ่ง
จากนั้นเธอก็กล้าที่จะกลับมา
“ฉันคิดว่าอย่างนี้ก็ดีนะอวี่โหรว รู้จักพึ่งพาตัวเองจะได้มีความเชื่อมั่น เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีเอง สู้ ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อยู่ในแวดวงการทำงานบริษัทเช่นกัน
เธอรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่ตราบใดที่อินอวี่โหรวอยากทำ ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้
เพียงแค่พยายามและลองดู
“เหมี่ยวเหมี่ยว ฉันกลัวว่าจะไม่ไหวจริง ๆ” ตอนฝึกงานอยู่ในบริษัทพ่อแม่ เธอได้รับคำชมอย่างล้นหลาม
แต่พอเดินทางมาถึงที่นี่ จู่ ๆ เธอกลับรู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อย
เธอรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งสำคัญของผู้เฒ่าอิน ดังนั้นเธอควร จะปฏิบัติต่อมันอย่างรอบคอบ
“ไม่หรอก ถ้าเธอตั้งใจ เธอจะต้องทำได้อย่างแน่นอน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบไหล่ให้กำลังใจเธอ
แต่ต่อมาสีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “อวี่โหรว ยังไงซะมันก็เป็นเรื่องการบริหารบริษัท ถ้าเดินย่างก้าวเข้าไปแล้วจะถอยหลังกลับมาไม่ได้นะ นอกจากนี้เธอยังเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งยิ่งถอยกลับมาไม่ได้เลย ถ้าเธอไม่ได้อยากทำจริง ๆ ตอนนี้ยังมีเวลานะ เธอเปลี่ยนไปทำสิ่งที่ชอบได้”
เหตุผลที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปทำงานในบริษัทเพราะว่าเธอไม่มีทางเลือก
เธอต้องหาเลี้ยงเสี่ยวเป่า เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่น
แต่อินอวี่โหรวนั้นแตกต่างออกไป
อินอวี่โหรวมีทางเลือกมากมาย
หากเธอไม่อยากทำก็ไม่มีใครมาบีบบังคับเธอ
“ฉันลองคิดทบทวนเกี่ยวกับคำถามนี้ดูแล้วล่ะ จนสุดท้ายฉันก็คิดออก ฉันเป็นลูกคนเดียวและคุณปู่ก็มีฉันให้พึ่งพาคนเดียว ถ้าฉันไม่ทำแล้วใครจะทำล่ะ? คุณปู่อายุปูนนี้แล้วฉันจะให้เขาไปบริหารต่อได้ยังไง? ตอนเด็ก ๆ คุณปู่คอยดูแลฉันดีมาก ฉันจะเห็นแก่ตัวไม่ได้หรอก อีกอย่างการทำงานในบริษัทก็ไม่ใช่เรื่องยากสักหน่อย” อินอวี่โหรวพูดตอบแล้วยิ้มเบา ๆ
คำถามของถงเหมี่ยวเหมี่ยวคือสิ่งที่อินอวี่โหรวตระหนักคิดมากที่สุดในขณะที่อยู่ต่างประเทศ
เธอยังสงสัยว่าเธอจะทำได้หรือไม่
หากเธอเข้าไปบริหารบริษัทแล้วมันคงจะเป็นอย่างที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูด เธอจะถอยกลับไม่ได้
ชีวิตในองค์กรไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ
แต่พอเห็นสภาพร่างกายของผู้เฒ่าอินและผลการตรวจร่างกาย อินอวี่โหรวก็ตั้งใจว่าเธอจะบริหารบริษัทให้ได้
ผู้คนล้วนมีก้าวแรกเสมอ ถ้าไม่ลองทำดูจะรู้ได้อย่างไรว่าสามารถทำได้หรือไม่ได้?
นอกจากนี้เธอไม่ได้แย่อย่างที่คิดสักหน่อย ตอนอยู่ต่างประเทศเธอทำมันได้ค่อนข้างดี
“ตัดสินใจได้แล้วก็ดี สู้ ๆ นะ ถ้าหลังจากนี้ไม่เข้าใจอะไรก็ถามรุ่นพี่เอาล่ะ ว่าแต่พวกเธอจะแต่งงานกันอีกรอบมั้ย ยังไงตระกูลลู่กับตระกูลอินก็เป็นเพื่อนกันมานานนิ พอถึงเวลาก็ค่อยส่งต่อบริษัทให้เขาบริหาร ส่วนตอนนั้นเธออยากทำอะไรก็ค่อยไปทำ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเสนอแนะอย่างไม่เป็นทางการ
ทว่าคำพูดดังกล่าวกลับทำให้อินอวี่โหรวตกอยู่ในห้วงความคิด
“เหมี่ยวเหมี่ยว คำถามเธอก็พอจะเป็นไปได้เหมือนกันนะ เดี๋ยวฉันจะลองคิดดู ถ้าซีจวี๋เข้ามาบริหารบริษัทจริง ๆ ฉันก็คอยช่วยเหลือเขา” อินอวี่โหรวกะพริบตา
หากเธอบริหารบริษัทไม่ไหว แต่เธอก็ยังสามารถเป็นผู้ช่วยได้
ตระกูลลู่ไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลอินเลย และลู่ซีจวี๋ก็ไม่ได้มักใหญ่ใฝ่สูง
ไม่จำเป็นต้องกังวลถึงปัญหาอื่น ๆ
“คิดงั้นจริงเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับทำอะไรไม่ถูก เธอแค่พูดไปเรื่อยเปื่อย
“จริงสิ ก็ซีจวี๋มีประสบการณ์การบริหารบริษัทอยู่ แต่ถ้าให้เขาเข้ามาบริหาร เขาจะเหนื่อยมั้ยนะ?” อินอวี่โหรวคิดพิจารณาถึงปัญหาอื่น ๆ
ตอนนี้ลู่ซีจวี๋มีบริษัทภายใต้การบริหารของเขาอยู่แล้ว
หากเข้ามาช่วยเธออีกคงจะเหนื่อยมากน่าดู
“เธอยังสนใจว่าเขาจะเหนื่อยอีกเหรอ? ตอนเขาช่วย เซเรน่าไม่เห็นเขาจะรู้สึกเหนื่อยอะไรเลย เธอควรใช้โอกาสนี้กดขี่เขานะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลดระดับเสียงลงแล้วพูดกรอกหู อินอวี่โหรวอย่างฉุนเฉียว