พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 781 ทำได้เพียงพูดเกลี้ยกล่อม
ตอนที่ 781 ทำได้เพียงพูดเกลี้ยกล่อม
“ฉันรู้สึกว่าเราอยู่กันคนละโลก ฉันอยากจะสงบสติอารมณ์ ระหว่างนี้เราอย่าเพิ่งติดต่อกันเลย อย่ามาหาฉันด้วยได้มั้ย? นะ?” กู้ชิงฝืนใจสงบสติอารมณ์และพยายามพูดคุยกับ ฉินคั่วดี ๆ
“คุณไม่ต้องการผมแล้วเหรอ?” ฉินคั่วตาแดงก่ำ
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่ต้องการนาย ฉันแค่อยากสงบสติอารมณ์” เธอยังคงรับไม่ได้กับวิถีชีวิตของฉินคั่วและไม่มีทางคุ้นเคยกับมัน
บางทีเธออาจจะไม่ได้ใจกว้างอย่างที่แสดงออกใช่ไหม?
ดังนั้นเธอจึงต้องใช้เวลาในการปรับตัว
“คุณก็แค่ไม่ต้องการผม ใจเย็นลงเมื่อไหร่ก็หมายความว่าเราไม่มีกันแล้วไม่ใช่เหรอ?” ฉินคั่วกัดฟันพูดและจ้องมองไปทางกู้ชิงอย่างแน่วแน่
“วันนี้ฉันจะกลับเมืองเป่ย” กู้ชิงไม่อยากพูดอธิบายอีกต่อไป
ไม่ว่าฉินคั่วจะคิดอย่างไรก็ปล่อยให้เขาคิดไป
เธอไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดอะไรต่ออีกแล้ว
“คุณจะกลับเมืองเป่ยทำไม?” ดวงตาของฉินคั่วมืดมนลง
“บ้านฉันอยู่เมืองเป่ย ฉันก็ต้องกลับไปสิ ยังไงก็อยู่ที่นี่ไม่ได้อยู่แล้ว” กู้ชิงพูดแล้วหันหลังกลับเดินจากไป
ฉินคั่วเดินตามหลังเธอไปเงียบ ๆ น่าแปลกที่เขาไม่พูดอะไรออกมา
แม้ว่ากู้ชิงยังประหลาดใจเล็กน้อยที่วันนี้ฉินคั่วเงียบผิดปกติ
ทว่าเธอตั้งใจจะสงบสติก่อน ดังนั้นเธอจึงทำตัวต่อต้านโดยการไม่หันหลังกลับมามอง ขณะเดียวกันใครบางคนตะโกนเรียกฉินคั่วจากอีกด้านหนึ่ง “ฉินคั่ว ฉินคั่ว”
นี่คือจ้าวถิง เพื่อนคนสนิทที่โทรศัพท์หาฉินคั่วเมื่อเช้านี้
จ้าวถิงเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับหญิงสาวแสนสวยในอ้อมกอด
เขาเหลือบมองฉินคั่วด้วยสายตาไม่เข้าใจ
แต่ฉินคั่วไม่ได้สนใจสายตาคู่นั้นมากนัก
แม้จะได้ยินเสียงเรียก เขาก็ไม่ได้คิดขานรับด้วยซ้ำ
“ฉินคั่ว!” แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจ้าวถิงจะตะโกนเรียกเสียงดังลั่น
ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเขาไป
ฉินคั่วหรี่ตาลง กัดฟันแล้วหันไปมองจ้าวถิง “มีอะไร?”
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะไอเพื่อนยาก พูดดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง?” จ้าวถิงขมวดคิ้วแล้วมองไปที่ฉินคั่ว
แม้ว่าจ้าวถิงจะเสเพลไปวัน ๆ แต่เขาก็ยังเป็นคนกล้าได้กล้าเสียอยู่มาก
ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงจะถูกเขาทุบตีตั้งแต่ทำลายวันดี ๆ ของเขาเมื่อเช้านี้แล้ว
หลังจากเห็นว่ากู้ชิงเดินลับไปจากสายตา ฉินคั่วก็รีบเดินตามออกไปแต่กลับไม่พบร่างของกู้ชิง
วิลล่าของเขาติดตัวสแกนลายนิ้วมือ
เดินดุ่ม ๆ เข้าไปเองไม่ได้ และไม่รู้ว่ากู้ชิงจะไปที่ไหน
ไหนจะยังท้องอยู่อีก
เขารีบกดโทรหาอย่างวิตกกังวล
จ้าวถิงเดินตามหลังมาราวกับว่าอยากจะดูการแสดงดี ๆ
เขาไม่เคยเห็นฉินคั่วดูกระวนกระวายขนาดนี้มาก่อน “เกิดอะไรขึ้น?”
“เมียกูหายไป เป็นเพราะมึงคนเดียวเลย” ในตอนแรก กู้ชิงไม่ได้โมโหขนาดนี้
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในตอนเช้าผสมกับเรื่องเหลวไหลในห้างสรรพสินค้าทำให้กู้ชิงระเบิดออกมา และเขาก็ไม่มีอะไรจะพูด
กู้ชิงบอกว่าต้องการอยู่เงียบ ๆ คนเดียวสักพัก แต่นั่นมันคือบอกเลิกไม่ใช่เหรอ?
เขาจะยอมปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้ยังไง?
เขาไม่มีวันปล่อยให้กู้ชิงกลายเป็นของคนอื่น ต้องเป็นของเขาเท่านั้น
“เกิดอะไรขึ้น? ทะเลาะกันเหรอ?” จ้าวถิงยังคงพูดถามและทำหน้ายิ้มกริ่ม
จนกระทั่งฉินคั่วหันหน้ากลับมาเผยให้เห็นดวงตาแดงก่ำ จ้างถิงก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ “ไม่ ฉันนึกว่าเป็นเรื่องโกหก เรื่องจริงเหรอวะ? จริงหรอจริงดิ?”
“เพ้อเจ้อ” ฉินคั่วกดโทรศัพท์หากู้ชิงสองสาย แต่กู้ชิงกลับไม่รับสาย
เขาก้มหน้าลงอย่างหดหู่
“ฉินคั่ว ก่อนจะพาเธอมาเมืองหนาน ได้ให้ใครมาจัดการปัญหาก่อนหน้านี้มั้ย?” หากฉินคั่วชอบเธอมากจริง ๆ ฉินคั่ว ก็จะต้องหวาดกลัวว่าเรื่องโง่เขลาในอดีตจะถูกค้นพบ
“แล้วกูจะรู้ได้ไงว่าแม่งจะมีปัญหาเยอะขนาดนี้? ให้คนมาทำความสะอาดในบ้านแล้ว ใครจะคิดว่ามีเรื่องนอกบ้านอีก?” ฉินคั่วรู้สึกเหลือทนจริง ๆ
“จุ๊ ๆ ๆ คงจะเป็นเวรกรรม” จ้าวถิงพูดแล้วหัวเราะเยาะอย่างโหดเหี้ยมอยู่ด้านข้าง
“อืม น่าจะเป็นเวรกรรม” ฉินคั่วยิ้มอย่างขมขื่น
“แล้วเมื่อไหร่จะพาฉันไปเจอพี่สะใภ้สักที?” จ้าวถิงกะพริบตาปริบ ๆ
“จะอยากเจอเธอไปทำไม?” ฉินคั่วเลิกคิ้วแล้วจ้องมองจ้าวถิงอย่างหวาดระแวง
จ้าวถิงรู้สึกไม่พอใจทันทีที่เมื่อเห็นสายตาหวาดระแวงของฉินคั่ว “แกคิดว่าฉันเป็นคนยังไง? คิดว่าฉันทำอะไรไม่สนหน้าไหนเหรอ? หรือคิดว่าฉันเป็นสัตว์ร้ายที่ไม่เว้นแม้แต่เมียเพื่อน?”
“ใครจะรู้ล่ะ” ฉินคั่วไม่เชื่อคำพูดเหลวไหลวของเขา
“กูก็ไม่ได้หิวจนไม่เลือกหน้าโว้ย โอเคปะ?” จ้างถิงกลอกตามองเขาด้วยความโกรธจัด
“แล้วตอนนี้จะทำไงต่อ? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” จ้างถิงถามอย่างสงสัย
ก่อนหน้านี้เขาเห็นใครบางคนเดินนำอยู่ข้างหน้า และมีฉินคั่วคอยเดินตามหลัง
ฉินคั่วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าให้เขาฟัง
“บอกฉันว่าอยากสงบสติ ไม่ให้ติดต่อหาเธออีก แกว่าแบบนี้มันต่างจากการบอกเลิกยังไงวะ?” ฉินคั่วนั่งหน้าเศร้าอยู่บนม้านั่ง
“ไม่น่าปะ ดูฐานะเอ็งซะก่อน ยังมีใครกล้าดูถูกเอ็งอีกเหรอ?” จ้างถิงรู้สึกฉินคั่วกำลังวิตกกังวลเกินไป
รูปลักษณ์หน้าตาของอีกฝ่ายอยู่ในลำดับต้น ๆ ไหนจะภูมิหลังทางครอบครัวอีก
แม้ว่าจะเสเพลอยู่ในเมืองหนาน แต่เขาก็ยังถูกสาว ๆ ไล่ตามอยู่เสมอ และสามารถพูดสรุปได้ว่าผู้หญิงที่เข้ามาสนิทสนมกับเขาก็ล้วนเห็นแก่สถานะของเขาไม่ใช่เหรอ
ผู้หญิงหน้าจะกล้าปฏิเสธ
“แต่เธอไม่ต้องการมันเลย ไม่อยากได้เงินหรือบ้านของฉัน เธอไม่ชอบตัวตนของฉันด้วยซ้ำ” ฉินคั่วรู้สึกใจสลายทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้
“โห่ เธอแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือแค่แกล้งทำเพราะอยากจับแก?” จ้างถิงไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายังมีผู้หญิงแบบนี้อยู่บนโลก
“แกล้งทำเพื่อจับฉันเหรอ จะว่าแกล้งทำเพื่อจับฉันได้ยังไง? เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าไม่อยากอยู่กับฉัน เพราะงั้นไม่ต้องพูดหรอก” ฉินคั่วรู้สึกเหนื่อยเต็มที
หลังจากพยายามมานาน กู้ชิงก็ไม่เคยหันกลับมามองเขาเลย
“แกเศร้าฉันก็เศร้าด้วย พาฉันไปเจอเธอสิฉันจะได้ช่วยพูดยืนยัน” จ้าวถิงพูดแนะนำ
ทว่าเขายังคงไม่เชื่อความชั่วร้ายนี้
“ฉันต้องให้คนอย่างแกมาช่วยพูดยืนยันด้วยเหรอ? เห็นฉันเป็นคนโง่หรือไง?” ฉินคั่วไม่ได้ตาบอด เขามองออกว่ากู้ชิงคิดกับเขายังไง
ใจของเขารู้ดียิ่งกว่าใคร ๆ
“เอาล่ะ แต่เมืองหนานใหญ่ขนาดนี้ เราจะไปตามหากันที่ไหน?” จ้างถิงเห็นว่าเพื่อนของเขาจริงจัง และทัศนคติที่มีต่อกู้ชิงก็ดูจริงจังมากเช่นกัน
“ของของเธอยังอยู่ในบ้าน เธอไม่มีกุญแจ แต่เดี๋ยว ก็น่าจะกลับไป เราไปรอเธอกันก่อนเถอะ” ฉินคั่วรีบเดินออกไปโดยไม่คิด
จ้างถิงตบไหล่หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดว่า “ไปเลือกของที่เธอชอบแล้วหักเงินจากบัญชีฉัน วันนี้ฉันมีเรื่องต้องทำ ไปก่อนนะ”
หลังจากได้รับคำสั่งจากจ้าวถิง หญิงสาวก็ไม่รีรอและรีบเดินไปเลือกซื้อของในบริเวณใกล้เคียง
จ้าวถิงขึ้นรถมากับฉินคั่ว
หน้าตาขอฉินคั่วยังคงดูเคร่งขรึมอยู่เสมอ คิ้วขมวดเป็นปมแน่น ไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย
จ้าวถิงอยากจะหัวเราะเยาะเขา แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังทุกข์ใจ เขาก็ทนไม่ไหวและเอื้อมมือออกไปตบไหล่ฉินคั่วเบา ๆ “ก็ในเมื่อจะไปรอที่บ้านก็ไปรอซะแล้วค่อยอธิบายให้เธอฟังดี ๆ”
เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นข้อเท็จจริง ไม่สามารถอธิบายอะไรได้ ทำได้เพียงพูดเกลี้ยกล่อมเท่านั้น