พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 782 เธออิจฉา
ตอนที่ 782 เธออิจฉา
จ้าวถิงนั่งอยู่บนโซฟา เขารออยู่ที่นี่กับฉินคั่วตลอดทั้งบ่ายแต่ก็ยังไม่เห็นใครเลย
“เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าพี่สะใภ้จะโกรธมาก? โกรธจนยอมทิ้งของเลยงี้ปะ?” จ้างถิงเอนหลังลงบนโซฟา
เขารู้สึกเบื่อหน่ายเต็มทีแล้ว
อันที่จริงเขาไม่ได้ทำอะไรเลยและรออยู่ที่นี่กับฉินคั่วตลอดทั้งบ่าย
เขาอยากจะเห็นจริง ๆ ว่านักปราบที่มีชื่อว่ากู้ชิงมีหน้าตาเป็นยังไง
“เป็นไปไม่ได้ เธอจะต้องกลับมาเอาของ” ตอนกู้ชิงเดินออกไป ฉินคั่วสังเกตเห็นว่ากู้ชิงหยิบไปแค่โทรศัพท์มือถือ ไม่ได้หยิบบัตรประชาชนออกไปด้วย
หากต้องการซื้อตั๋วกลับ กู้ชิงจะต้องใช้บัตรประชาชน
“หรือว่าพี่สะใภ้จะหาทางกลับไม่ถูก? ทำไงดี?” จ้าวถิงพูดแสดงความคิดเห็น
“ไม่น่าเป็นไปได้ใหญ่เลย ถ้าหาทางกลับไม่ถูกก็น่าจะโทรหาฉันสิ” ฉินคั่วพูดอย่างมั่นใจ
“แกคิดว่าเป็นแบบนี้แล้วพี่สะใภ้ยังจะโทรหาแกเหรอ?” จ้าวถิงเบิกตากว้าง ไม่เข้าใจว่าฉินคั่วกำลังคิดอะไรอยู่
“งั้นจะทำไง?” ฉินคั่วสับสน
ช่วงบ่ายเขาโทรศัพท์หากู้ชิงอยู่หลายครั้ง แต่กู้ชิงกลับไม่รับสายเลย
“เราออกไปตามหาข้างนอกกันมั้ย ถ้าพี่สะใภ้จะไปไหนสักที่ก็น่าจะไปที่ที่มันครึกครื้นกว่านี้” จ้างถิงพูดวิเคราะห์
“ก็ได้” ฉินคั่วทนไม่ไหวแล้ว เขาหยิบเสื้อคลุมแล้วเดินออกไป
กระทั่งเขากับจ้าวถิงเดินไปถึงหน้าประตู จ้าวถิงก็เห็น ฉินคั่วหยุดเดิน
เขาผลักฉินคั่วเบา ๆ “ทำไมไม่เดินต่อ? ยืนทำหน้ามึนทำไม?”
ฉินคั่วไม่พูดอะไร
จนเห็นว่าเขาจ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า จ้าวถิงก็มองตามสายตาของเขา
เขาเห็นรถออดี้สีดำคันหนึ่งจอดอยู่หน้าประตู ชายคนหนึ่งเดินลงมาจากรถยนต์และเดินออกไปเปิดประตูอีกฝั่งหนึ่ง
หญิงสาวที่ดูสวยมากคนหนึ่งเดินลงมาจากรถ
แน่นอนว่าไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ยังให้ความรู้สึกสะดุดตาเป็นพิเศษ
มันทำให้เขารู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก และถูกคนตรงหน้าดึงดูดจนควบคุมตัวเองไม่ได้
จ้าวถิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งเช่นกัน
กระทั่งเห็นฉินคั่วก้าวฉับ ๆ เข้าไปหา
ท่าทางดูค่อนข้างคุกคาม
จ้าวถิงรีบเดินตามเข้าไป
กู้ชิงนึกไม่ถึงว่าจะบังเอิญเจอเหยียนหมิงในเมืองหนาน
เขาบอกว่ากลับมาเยี่ยมอาจารย์ และบังเอิญเจอกัน ฟ้าช่างลิขิตจริง ๆ
ทั้งสองไปกินข้าวข้างนอกด้วยกันสักพักแล้วเหยียนหมิง ก็มาส่งเธอกลับ
พวกเขาเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก กู้ชิงจึงไม่ได้คิดอะไรเยอะ
“วันนี้รบกวนนายเยอะเลย” กู้ชิงยิ้ม
“ไม่เป็นไรหรอก กู้ชิง ไว้จะเดินทางกลับเมื่อไหร่เรากลับไปด้วยกันได้นะ” เหยียนหมิงต้องเดินทางกลับเมืองเป่ยเช่นกัน
“ฉัน…”
แต่ก่อนที่กู้ชิงจะอ้าปากพูด แขนแกร่งกลับดึงเธอเข้ามาหา
กระทั่งกู้ชิงกระแทกเข้ากับหน้าอกแกร่ง
ฉินคั่วกอดกู้ชิงเอาไว้ในอ้อมแขน ทำท่าทางแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเต็มที่
จากนั้นเขาก็หันไปประชันหน้ากับเหยียนหมิงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
“ขอบใจนะเหยียนหมิงที่อุตส่าห์มาส่งเมียฉันกลับบ้าน” ฉินคั่วพูดพร้อมกับแสยะยิ้ม
“เมีย?” เหยียนหมิงไม่ได้มองดูฉินคั่ว แต่มองตรงไปที่ กู้ชิง
เกิดเรื่องอะไรขึ้น
คราวก่อนฉินคั่วแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม แต่ทำไมมันถึงกลายมาเป็นแบบนี้?
“พวกนายรู้จักกันเหรอ?” กู้ชิงรู้สึกมึนงงเมื่อได้ยินฉินคั่วเรียกชื่อเหยียนหมิงทั้งที่เธอยังไม่ได้พูดแนะนำ
ครั้งที่แล้วพวกเขาเคยเจอกันที่สถานีตำรวจ และตอนนั้นฉินคั่วกับเหยียนหมิงก็ยืนคุยกันอยู่
เหยียนหมิงไม่ได้บอกเธอเลยว่าฉินคั่วปกติดี พวกเขาทั้งสองคนรวมหัวกันหลอกเธอ
หลังจากพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของฉินคั่วกับเหยียนหมิงก็เปลี่ยนไป
ฉินคั่วจับมือกู้ชิง
เหยียนหมิงมองดูท่าทางของพวกเขาทั้งสองด้วยความรู้สึกขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก
ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามาถามไถ่ รอกลับไปเมืองเป่ยก่อนค่อยถามกู้ชิงว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงกันแน่
“กู้ชิง งั้นฉันกลับก่อนนะ มีเรื่องอะไรก็โทรมาหาฉันล่ะ” หลังจากพูดจบ เหยียนหมิงก็เดินเข้าไปในรถยนต์ หันหน้ากลับมามองกู้ชิงอย่างอาลัยอาวรณ์และขับรถออกไป
จ้าวถิงมองดูฉากตรงหน้าแล้วเผลอกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว
เมียเพื่อนกลับมาพร้อมกับคู่แข่งทางความรัก
ขณะที่ดวงตาของฉินคั่วดูราวกับว่าอยากจะกลืนกินเธอไปทั้งตัว
ฉินคั่วจับมือกู้ชิงแล้วเดินไปข้างหน้าโดยไม่พูดไม่จา
ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้รีบเดินและชะลอความเร็วลงเพื่อรอกู้ชิง
กระทั่งกลับเข้าในบ้านก็เหลือกันเพียงแค่สามคนเท่านั้น
จ้าวถิงรู้สึกว่าบรรยากาศดูน่าอึดอัดเล็กน้อย “นี่พี่สะใภ้เหรอ? พี่สะใภ้สวยมาก”
จ้าวถิงผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน การได้รับคำชมจากเขาก็พิสูจน์ได้ว่ากู้ชิงค่อนข้างใช้ได้ทีเดียว
แต่กู้ชิงก็ดูดีมากจริง ๆ และให้ความรู้สึกสง่างามเป็นอย่างมาก
อยู่เหนือระดับพวกผู้หญิงที่ฉินคั่วเคยเดทมาทั้งหมด
เหมาะสมกับฉินคั่วแล้ว
ในเมื่อมีผลงานชิ้นเอกอยู่ข้างกายจะไปสนใจพวกของเรียกน้ำย่อยทำไม?
“ไม่ใช่” กู้ชิงพูดขึ้นเบา ๆ
“อะไรนะ?” จ้าวถิงสับสน
แต่หลังจากเห็นสายของฉินคั่ว จ้าวถิงก็ตระหนักได้ว่า กู้ชิงกำลังตอบคำถามของเขาอยู่
เธอบอกว่าเธอไม่ใช่พี่สะใภ้
กล่าวคือเธอไม่ยอมรับว่าเป็นแฟนกับฉินคั่ว
จ้าวถิงอยากจะหัวเราะแฮะ ๆ
จากนั้นเขาก็ไปซุกตัวอยู่ที่มุมห้อง ขี้เกียจเกินกว่า จะมีส่วนร่วม
ฉินคั่วจับมือกู้ชิงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ทำไมกลับมากับมันล่ะ? รู้มั้ยผมรอคุณอยู่ที่นี่ตลอดทั้งบ่ายเลย? จะกลับก็โทรมาบอกผมสิ”
“บังเอิญเจอน่ะ อีกอย่างเหยียนหมิงเป็นเพื่อนฉัน กลับมากับเขาแล้วจะเป็นอะไร?” กู้ชิงสะบัดมือฉินคั่วออก
“คุณคิดกับมันแค่เพื่อน แต่มันไม่ได้คิดกับคุณแค่เพื่อน คุณรู้บ้างมั้ยว่ามันชอบคุณ?” ฉินคั่วทนไม่ไหว
ดูเหมือนว่ากู้ชิงจะมองความคิดของเหยียนหมิงไม่ออกเลย
กู้ชิงขมวดคิ้วหลังจากได้ยินเช่นนั้น “นายพูดไร้สาระอะไร เหยียนหมิงระดับไหนแล้ว มีผู้หญิงให้เขาเลือกตั้งเยอะแยะ เขาจะมาชอบฉันได้ยังไง? เราเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ถ้าเขาคิดแบบนั้น ฉันจะไม่รู้ได้ยังไง?”
คนเก่งอย่างเหยียนหมิงเป็นถึงเจ้าชายในมหาวิทยาลัย
สมัยเรียนมีคนไล่ตามจีบเขาเยอะมาก
เขาจะมาชอบเธอได้ยังไง
อีกอย่างพวกเขาเป็นเพื่อนกันมาหลายปีแล้ว
ถ้าเหยียนหมิงชอบเธอจริง ๆ เธอจะไม่รู้ตัวเลยหรือไง?
“เหยียนหมิงระดับไหนล่ะ? ในสายตาคุณ ผมคงไม่ได้เรื่องเลยใช่มั้ย?” ฉินคั่วทนฟังกู้ชิงพูดชมคนอื่นต่อหน้าเขาไม่ได้
โดยเฉพาะเหยียบหมิงที่คิดไม่ซื่อ
“ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้คบใครไปทั่วเหมือนนายแล้วกัน” กู้ชิงปัดมือฉินคั่วออก
ทว่าฉินคั่วกลับจับเธอเอาไว้แน่นจนเธอไม่สามารถขยับไปไหนได้เลย
“ใช่ ผมคบไปทั่ว แต่กู้ชิง ผมอยู่กับคุณมานานแล้วนะ คุณเคยเห็นผมไปเจอผู้หญิงคนอื่นบ้างมั้ย?” ฉินคั่วรู้สึกทุกข์ใจ
เขาเคยทำผิดพลาดมาก่อน แต่กู้ชิงจะยกประเด็นนี้มาทุบตีเขาจนตายไม่ได้
“นายเคยขาดผู้หญิงด้วยเหรอ? ฉันก็คน นายคิดว่าฉันไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไง? เราไม่เหมาะสมกัน มุมมองของเราต่างกันมาก อย่าอยู่ด้วยกันเลย” กู้ชิงระงับอารมณ์มาตลอดทั้งวันและในที่สุดก็ระเบิดออกมา
เธอยอมรับว่าเธออิจฉาหลังจากได้ยินว่าฉินคั่วคอยดูแลผู้หญิงพวกนั้นเป็นอย่างดี
เธอเศร้าใจมาก
แต่ฉินคั่วไม่เข้าใจอะไรเลย และทำให้เธอทุกข์ทรมาน