พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 784 ไม่ให้ตามใจเธอแล้วจะให้ทำอะไร
ตอนที่ 784 ไม่ให้ตามใจเธอแล้วจะให้ทำอะไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนอนกลิ้งอยู่บนเตียงไปมาจนกระทั่งมู่อวี้เฉิงสะดุ้งตื่น
เขาลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าใบหน้าของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกปกคลุมไปด้วยเม็ดเหงื่อ
ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวซีดเซียวและไม่น่ามองเลย
มู่อวี้เฉิงกังวลมาก “เหมี่ยวเหมี่ยว เป็นอะไรไป เหมี่ยวเหมี่ยว? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกุมท้องแน่น “อวี้เฉิง ฉันปวดท้อง ปวดมากเลย”
“แป๊บนะ” มู่อวี้เฉิงเปิดไฟแล้วเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ดูทรมานเป็นอย่างมาก
เขาหยิบผ้าขนหนูออกมาจากห้องน้ำแล้วเช็ดเหงื่อบนหน้าผากของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวผมพาไปโรงพยาบาล” มู่อวี้เฉิงคว้าเสื้อคลุมแต่ไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปโรงพยาบาล
คืนนี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเข้ามาทักทายเป็นการส่วนตัว
“คุณมู่ เกิดอะไรขึ้นครับ?” ผู้อำนวยการยืนอยู่ข้างหน้ามู่อวี้เฉิงแล้วพูดด้วยความเคารพ
มู่อวี้เฉิงวิตกกังวลมากจนไม่ได้สนใจคำทักทายของผู้อำนวยการ “ภรรยาผมอาการไม่ดีเลย ช่วยตรวจดูให้หน่อยได้มั้ย?”
“ครับ ไม่ต้องห่วง ทางเราจะให้คนมาตรวจดูอาการคุณหนูสะใภ้ให้ครับ” หลังจากผู้อำนวยการพูดจบ เขาก็สั่งให้จัดเปลหามมาพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวไป
มู่อวี้เฉิงรออยู่ที่หน้าห้องตรวจ
ผู้อำนวยการเป็นคนตรวจวินิจฉัยเคสนี้เป็นการส่วนตัว
พอเห็นผู้อำนวยการเดินออกมา มู่อวี้เฉิงก็รีบเดินเข้ามาถาม “ภรรยาผมเป็นยังไงบ้างครับหมอ?”
“คุณหนูสะใภ้ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ แค่กินของไม่ถูกสุขอนามัย กินอาหารรสจัดมากเกินไปจนระคายเคืองกระเพาะอาหาร ทำให้ปวดท้องขั้นรุนแรง หลังจากกลับไปแล้วให้คุณหนูสะใภ้ทานอะไรเบา ๆ ก่อนนะครับ จะได้ไม่ปวดท้องอีก” ผู้อำนวยการพูดอธิบายอย่างสุภาพ
มู่อวี้เฉิงเข้าใจทุกอย่างแล้วและหลังจากนั้นพูดขอบคุณ “ขอบคุณครับคุณหมอ”
“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของหมอ” ผู้อำนวยการไม่ได้บ่นอะไร
มู่อวี้เฉิงบริจาคของจำนวนมากให้ทางโรงพยาบาลทุกปี
ต่อให้มู่อวี้เฉิงติเตียนเขา เขาก็จะยืนนิ่ง
อีกฝ่ายเป็นถึงผู้ใหญ่ใจดี เขาจะกล้าทำให้ขุ่นเคืองได้ยังไง
อีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างมู่อวี้เฉิงกับภรรยาค่อนข้างดีมากทีเดียว ไม่เหมือนพวกคนรวยคนอื่น ๆ ที่พอมีเงินนิดหน่อยก็หาเลี้ยงชู้เอาไว้นอกบ้าน
มู่อวี้เฉิงยังสวมชุดนอนอยู่เลย ดูเหมือนว่าเขาจะกังวลมากว่าจะมาส่งเธอสายเกินไป
ผู้อำนวยการคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่แน่นอนว่าเขาไม่สามารถแสดงออกต่อหน้ามู่อวี้เฉิงได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกย้ายมายังแผนกผู้ป่วยทั่วไป
มู่อวี้เฉิงเดินตามไปเฝ้าเธอที่นอนอยู่บนเตียงพยาบาล
บนมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีสายน้ำเกลือห้อยอยู่
มู่อวี้เฉิงมองดูใบหน้าซีดเซียวของถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาโศกเศร้า
ไม่รู้ว่าทำไมถึงกลายมาเป็นแบบนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบกินอาหารรสจัดมาโดยตลอด
เขาเดาว่าตอนเธอออกไปเที่ยวกับอินอวี่โหรวคงจะเผลอตามใจปากมากเกินไปจนเป็นสาเหตุให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้
มู่อวี้เฉิงไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ
นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเขาจะต้องควบคุมนิสัยการกินอาหารของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ไม่อย่างนั้นเธอก็ไม่รู้จักดูแลตัวเองเลย
จนกระทั่งท้องฟ้าสว่างโร่ขึ้นเล็กน้อย ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ก็ลืมตาตื่นและขยับตัวเบา ๆ ทำให้มู่อวี้เฉิงที่กำลังงีบอยู่ตื่นขึ้นมา
“เหมี่ยวเหมี่ยว เป็นยังไงบ้าง? ยังรู้สึกไม่สบายอยู่หรือเปล่า?” มู่อวี้เฉิงถามอย่างวิตกกังวล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่ามู่อวี้เฉิงยังสวมชุดนอนอยู่จึงพอจะคาดเดาสถานการณ์ได้
“ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมาแล้ว ขอโทษที่ทำให้กังวลนะอวี้เฉิง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปาก
อาการปวดท้องเมื่อคืนนี้ยังคงเสียวซ่านอยู่ในใจเธอ
ราวกับว่าร่างกายของเธอถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ มันปวดแสบมากจนเกินจะรับไหว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกดังกล่าวอย่างไร
ตอนนั้นเธออยากจะหยิบมีดมาแทงตัวเองเสีย เพื่อจะได้หายปวดท้องสักที
“รู้ว่าผมกังวลแต่ก็ยังตามใจปาก ไหนบอกมาสิว่าตอนไปหาอวี่โหรว กินอะไรกันมาบ้าง?” มู่อวี้เฉิงจงใจทำหน้านิ่ง
หากเขาไม่ทำสีหน้าจริงจัง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จะไม่จริงจังกับคำพูดของเขา
เขาควรจริงจังและสั่งให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูแลสุขภาพของตัวเองมากกว่านี้
เมื่อเห็นสายตาของมู่อวี้เฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ก้มหน้าลงและกะพริบตาปริบ ๆ “มะ ไม่ได้กินอะไร”
เธอฉวยโอกาสตอนที่อินอวี่โหรวกลับกินและดื่มตามใจชอบ ตอนนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอึดอัดท้องนิดหน่อย
แต่เธอไม่ได้จริงจังและไม่ได้คำนึงถึงมันด้วย
ใครจะรู้ว่ามันจะส่งผลร้ายแรงขนาดนี้
อันที่จริงเธอพอจะคาดเดาได้
เธอกินอาหารรสจัด รสเปรี้ยวและของเย็นขนาดนั้น ทุกอย่างถูกโยนเข้าไปในท้องพร้อมกันแล้วกระเพาะจะรับมือไหวได้ยังไง?
ใช้หัวแม่เท้าคิดก็เดาออก
แต่เธอไม่กล้าพูดความจริงต่อหน้ามู่อวี้เฉิง
หากมู่อวี้เฉิงรู้เรื่องนี้ เขาจะต้องบ่นเธออย่างแน่นอน
มู่อวี้เฉิงมองดูแวบเดียวก็รู้ว่าเธอจงใจปิดบังเขา
ตอนแรกเขายังไม่โกรธ แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
“ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะกินอะไรหรือไม่ได้กินอะไร แต่คุณต้องรู้เอาไว้ว่าหลังจากนี้คุณห้ามกินของสุ่มสี่สุ่มห้าต่อหน้าผมอีก รวมถึงหม้อไฟด้วย” หากมู่อวี้เฉิงไม่พูดแบบนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จะไม่ใส่ใจสุขภาพร่างกายของตัวเองเลย
“ทำไมต้องห้ามฉันกินหม้อไฟด้วย? อวี้เฉิง คุณจะใจร้ายเกินไปแล้วนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำหน้าเศร้า หม้อไฟคืออาหารจานโปรดของเธอ
ถ้ามู่อวี้เฉิงไม่ยอมให้เธอกินหม้อไฟขึ้นมา เธอจะทำยังไง?
ความสุขเพียงอย่างเดียวของเธอได้จางหายไปแล้ว
“ยังจะอยากกินอีกเหรอ? ดูสิว่ากินไปแล้วสภาพท้องเป็นยังไงบ้าง? อยากทรมานอีกหรือไง?” สีหน้าของมู่อวี้เฉิงเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี จากนั้นก็นั่งเงียบและทำหน้าบูดบึ้ง
พอคิดได้ว่าหลังจากนี้จะไม่ได้กินไม้เสียบหม้อไฟอีกแล้ว เธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที
แต่ก่อนเธอยังสามารถควบคุมตัวเองได้
แต่หลังจากถูกมู่อวี้เฉิงตามใจ เธอก็ทำอะไรตามใจตัวเองมากขึ้น
อันที่จริงเธอคิดน้อยเกินไป
เพราะขณะที่อยู่ต่อหน้ามู่อวี้เฉิง เธอก็ยังรู้สึกเจ็บปวด
มู่อวี้เฉิงโกรธเพราะเธอไม่รู้จักดูแลร่างกายตัวเองให้ดี
แม้ว่าทั้งหมดนี้จะเพื่อตัวเธอเอง แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกไม่สบายใจ
พอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลงด้วยใบหน้าซีดเซียว มู่อวี้เฉิงก็อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองโหดร้ายเกินไป
เขาจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วจูบปลายนิ้วเธอ “ผมไม่อนุญาตให้คุณกินเพราะเป็นห่วงสุขภาพร่างกายของคุณ คุณควรกินของพวกนี้ให้น้อยลง แต่ถ้าคุณอยากกินจริง ๆ คุณก็บอกผมแล้วเดี๋ยวผมจะทำให้กิน กินที่บ้านมันสะอาดกว่าออกไปกินข้างนอกมาก”
มู่อวี้เฉิงยอมประนีประนอมเท่าที่จะทำได้
“จริงเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นอย่างน่าสงสาร และลูบมือมู่อวี้เฉิง
เธอรู้ว่าเธอผิดไปแล้ว
แต่เธอก็มีความสุขมากที่มู่อวี้เฉิงยังคงคอยตามใจเธอเหมือนเช่นเคย
ทำไมผู้ชายคนนี้แสนดีจัง?
“จริงสิ เพราะงั้นหลังจากนี้อย่าแอบออกไปกินข้างนอกอีกนะ ไม่งั้นที่บ้านก็จะไม่ได้กิน” มู่อวี้เฉิงจิ้มปลายจมูกของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความรัก
มีภรรยาคนเดียว ไม่ให้ตามใจเธอแล้วจะให้ทำอะไร?