พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 787 ไม่เคยชอบหล่อน
ตอนที่ 787 ไม่เคยชอบหล่อน
“ทำไมล่ะ?” ลู่ซีจวี๋อุ้มอินอวี่โหรวขึ้นมานั่งบนตักแล้วจับเอวเธอไว้แน่น
ท่าทางดังกล่าวทำให้อินอวี่โหรวไม่สามารถหลบหนีไปไหนได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
หลังจากเธอมาอยู่กับลู่ซีจวี๋ เธอก็ตระหนักได้ว่าลู่ซีจวี๋ชอบแสดงความเป็นเจ้าของมากแค่ไหน
ผู้ชายคนนี้มักจะทะเลาะกับเธอเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยอมคุกเข่าเพื่อเธอเช่นกัน
อินอวี่โหรวยังไม่รู้แน่ชัดว่าเขารักเธอจริง ๆ หรือเปล่า
“ฉันก็แค่อยากกลับมาหาคุณในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น คุณคิดว่าฉันไปเที่ยวเล่นในต่างประเทศเฉย ๆ เหรอ?” อินอวี่โหรวพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“แล้วคุณไปเรียนรู้อะไรมา?” ลู่ซีจวี๋ขมวดคิ้ว
เขาเพียงคิดว่าอินอวี่โหรวออกเดินทางพาผู้เฒ่าอินไปรักษาตัวเท่านั้น
นึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะไปเรียนหาความรู้เพิ่มเติมมาด้วย
“คุณลืมไปแล้วเหรอ? ก่อนหน้านี้ฉันเรียนเรื่องอะไรอยู่ที่บ้านล่ะ?” อินอวี่โหรวบีบไหล่ลู่ซีจวี๋
เอาแต่บอกว่าคิดถึงเธอตลอดทั้งวัน แต่สุดท้ายก็จำอะไรเกี่ยวกับเธอไม่ได้เลย
และไม่รู้ว่าที่คิดถึงน่ะคิดถึงจริงหรือแค่แกล้งพูด
“ก่อนหน้านี้คุณเรียนเรื่องการบริหารบริษัทอยู่ไม่ใช่เหรอ? หรือว่าคุณไปเรียนเรื่องนี้ในต่างประเทศมา?” อันที่จริง ลู่ซีจวี๋ไม่เห็นด้วยกับการเรียนการบริหารบริษัทของอินอวี่โหรว
เพราะว่ามันเหนื่อยเกินไป
เขาเองยังรู้สึกปวดหัวกับการรับมือเรื่องต่าง ๆ ในบริษัท เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงอินอวี่โหรวเลย
“อืม คุณปู่อายุมากแล้ว ไม่มีใครมารับช่วงต่อที่บริษัท พ่อแม่ก็มีธุรกิจของตัวเองอยู่ที่ต่างประเทศ ฉันโตแล้วแต่ยังทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ฉันก็เลยไปฝึกงานที่บริษัทพ่อแม่อยู่พักหนึ่ง คิดว่าตอนนี้น่าจะพอได้แล้วล่ะ” อินอวี่โหรวตอบตามความจริง
เธอกลับมาครั้งนี้เพื่อมาบริหารจัดการบริษัท
แต่อย่างไรก็ตามคำแนะนำของถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อนข้างทำให้เธอประทับใจทีเดียว
เธออยากจะพูดถึงเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว แต่ทั้งสองทะเลาะกันเรื่องเซเรน่าเสียก่อนจึงเผลอลืมเรื่องนี้ไป
“อินกรุ๊ปค่อนข้างใหญ่ คิดว่าจะจัดการไม่ง่ายน่ะสิ” เมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจแล้ว ลู่ซีจวี๋ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพูดวิเคราะห์สถานการณ์ให้เธอฟังจากด้านข้าง
“ฉันจะพยายาม แต่คุณอยากจะให้ฉันไปพบผู้ใหญ่ไม่ใช่เหรอ? ทำไมคุณไม่ไปเจอคุณปู่ของฉันก่อนล่ะ?” อินอวี่โหรวจงใจพูดขณะกะพริบตา
“พบคุณปู่อินเหรอ?” ลู่ซีจวี๋ลังเลและยังไม่กล้าตัดสินใจ “เขาจะหักขาผมมั้ย?”
“คุณกลัวด้วยเหรอ?” อินอวี่โหรวปิดปากแล้วหัวเราะ
“กลัวสิ ผมไม่ได้กลัวคุณปู่ตี แต่แค่กลัวว่าคุณปู่อินจะไม่ยอมให้เราคบกัน” ลู่ซีจวี๋กอดอินอวี่โหรว
มันไม่ง่ายสำหรับเขาเลย เพราะนี่คือทรัพย์สมบัติที่เขาเพิ่งได้กลับคืนมา
จะปล่อยให้อะไรมาขัดขวางพวกเขาไม่ได้
“มีความเป็นไปได้สูงว่าคุณปู่จะขัดขวางเรา” คราวเมื่ออยู่ต่างประเทศอินอวี่โหรวสารภาพกับผู้เฒ่าอินว่าเธอคือชู้รักของลู่ซีจวี๋ในข่าวตอนนั้น
ผู้เฒ่าอินก็รู้ว่าเธอยังมีความรู้สึกต่อลู่ซีจวี๋อยู่
ผู้เฒ่าอินจึงโพล่งออกมาว่าตราบใดที่อินอวี่โหรวเข้ามารับช่วงต่อที่บริษัท
ไม่ว่าเธอจะทำอะไร ผู้เฒ่าอินก็จะไม่เข้าไปขัดขวางเธอ
อินอวี่โหรวเป็นหลานสาวคนโตเพียงคนเดียว หากเข้ามาบริหารบริษัทได้ก็ไม่มีอะไรที่เขาจะต้องกังวลอีก
“แน่ใจเหรอ?” เมื่อหวนนึกถึงสีหน้าดุดันของผู้เฒ่าอิน ลู่ซีจวี๋ก็รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
แต่ขณะที่ไล่ตามอินอวี่โหรว เขาได้ทำเรื่องที่ไร้ยางอายมามาก
ลู่ซีจวี๋จึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก
“แค่ฉันบอกว่าจะเข้าไปบริหารบริษัท เดี๋ยวทุกอย่างก็ง่ายเอง แต่ซีจวี๋ ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณหน่อย” อินอวี่โหรวหันหน้ามองลู่ซีจวี๋แล้วลูบไล้เขาอย่างอ่อนโยน
ลู่ซีจวี๋ไม่เคยเห็นอินอวี่โหรวเป็นฝ่ายเข้าหามาก่อน
ลำคอของเขาแน่นขึ้นและร่างกายก็เริ่มตอบสนอง
ตอนนี้ต่อให้อินอวี่โหรวต้องการชีวิตของเขา เขาก็จะเต็มใจยกให้
ใครจะไปสนว่าเธอจะขออะไร?
“ว่ามาสิ” น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋แหบแห้งเล็กน้อย
“คือว่า เราก็อยู่ด้วยกันแล้ว คุณเข้ามาบริหารบริษัทให้ฉันทีสิ” อินอวี่โหรวรู้สึกว่าเงื่อนไขนี้ค่อนข้างมากเกินไปเล็กน้อย
แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่ลู่ซีจวี๋ทำเพื่อเซเรน่าแล้ว
เธอจะไปสนใจอะไรล่ะ?
ถ้าลู่ซีจวี๋ไม่เห็นด้วย เรื่องราวก็จะกลับตาลปัตรทันที
ทว่าลู่ซีจวี๋กลับทำสีหน้าตกตะลึง “นี่คือที่คุณคิดไว้เหรอ?”
เขานึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะให้เขาเข้าไปบริหารบริษัทแทนเธอ
“ก็ใช่น่ะสิ ทำไม? ไม่ได้เหรอ? หรือว่าคุณไม่อยากทำ?” ใบหน้าของอินอวี่โหรวเริ่มดูไม่ค่อยสบอารมณ์
หากลู่ซีจวี๋บอกว่าไม่เห็นด้วย อินอวี่โหรวก็จะหันหลังจากไปโดยไม่ลังเล
ตอนเขาช่วยเซเรน่าจัดการบริษัท ตอนนั้นลู่ซีจวี๋ขยันขันแข็งมาก
เพราะฉะนั้นถ้าเขากล้าปฏิเสธเธอในตอนนี้
อินอวี่โหรวก็จะโกรธทันที
“ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำ คุณอยากให้ผมจัดการแทน ผมจะไม่อยากทำได้ยังไง? แต่คุณเชื่อมั่นในตัวผมขนาดนั้นเลยเหรอ? บริษัทนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงของตระกูลอิน มาให้ผมจัดการแทนแบบนี้ ไม่กลัวว่าผมจะเอาความลับทางบริษัทไปเผยแพร่หรือไง?” ลู่ซีจวี๋หัวเราะเบา ๆ
อินอวี่โหรวรู้ถึงความสำคัญของเรื่องนี้หรือไม่
กลับกันเขารู้สึกประทับใจมาก
อินอวี่โหรวยังคงเชื่อมั่นในตัวเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ
“คุณคิดว่าฉันจะปล่อยให้คุณทำแบบนั้นเหรอ? ฉันจะสนับสนุนคุณและจับตาดูคุณเป็นการส่วนตัว หลังจากคุณเข้ามาจัดการอินกรุ๊ปแล้ว ฉันจะเข้าไปเป็นผู้ช่วยคุณเอง” อินอวี่โหรวเชิดหน้าขึ้น
แลดูภาคภูมิใจมาก
ลู่ซีจวี๋ส่ายหัว ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าตอนอยู่ต่างประเทศอินอวี่โหรวไปฝึกฝนวิชาอะไรมาบ้าง อินอวี่โหรวอาจจะดูป้องกันตัวเองอย่างดีแต่เธอยังไร้เดียงสาอยู่มาก
ทว่ามันกลับทำให้ลู่ซีจวี๋มีความสุขมาก เขาจะเข้าไปยืนเคียงข้างคอยปกป้องอินอวี่โหรวเอง จากนั้นเส้นทางการบริหารบริษัทของเธอก็จะต้องราบรื่นขึ้นเป็นอย่างแน่
“จะต้องมีแต่เรื่องดี ๆ แน่” ลู่ซีจวี๋จงใจพูด
“เรื่องดี ๆ อะไร?” อินอวี่โหรวขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าลู่ซีจวี๋กำลังพูดถึงเรื่องอะไร
“พอผมเข้าไปจัดการบริษัทของพวกคุณแล้ว ผมก็จะได้เจอคุณตลอดเวลา นั่นไม่ใช่เรื่องดีเหรอ?” ลู่ซีจวี๋จูบริมปากเธอ
“คุณคิดอะไรอยู่? เข้าไปแล้วก็ต้องตั้งใจทำงานสิ งั้น จะทำอะไรล่ะ?” ติ่งหูของอินอวี่โหรวเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างควบคุมไม่ได้
“ผมยังไม่ได้คิดอะไรเลย อวี่โหรว คุณคิดเรื่องที่ไม่ควรคิดอยู่หรือเปล่า?” ลู่ซีจวี๋ลูบไล้ปลายจมูกเธอ
ใบหน้าของเธอแดงราวกับไข่ไก่ถูกต้ม เธอคงจะกำลังคิดเรื่องอย่างอื่นอยู่
อินอวี่โหรวพูดด้วยความโกรธเคืองว่า “คุณคิดว่าฉันเป็นเหมือนคุณหรือไง ในหัวมีแต่เรื่องลามก”
ลู่ซีจวี๋กล้าดียังไงมาหัวเราะเยาะเธอ?
“อืม ผมผิดเอง เอาล่ะ ผมสัญญาว่าผมจะเข้าไปจัดการบริษัทให้คุณ ไม่ว่าคุณจะขออะไร ผมก็จะทำให้คุณพอใจ” ลู่ซีจวี๋คิดว่าขอแค่อินอวี่โหรวยอมอยู่กับเขาก็พอแล้ว
สำหรับข้อกำหนดต่าง ๆ นั้น เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลย
“มีอีกอย่างที่ฉันอยากจะขอ คุณลบข้อมูลการติดต่อทั้งหมดของเซเรน่าออกไปด้วยนะ” เมื่อนึกถึงเซเรน่า หัวใจของอินอวี่โหรวก็เดือดพล่านไปด้วยความโศกเศร้า
แม้ว่าลู่ซีจวี๋จะบอกว่าไม่เคยชอบหล่อน
แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่เสมอ