พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 789 ไม่บีบบังคับ
ตอนที่ 789 ไม่บีบบังคับ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งเลิกงานและได้รับโทรศัพท์จาก มู่อวี้เฉิง
โดยบอกว่าลิ่นอวี๋เหยียนชวนพวกเขาไปกินข้าวเย็นที่บ้านเก่า
นับตั้งแต่เสี่ยวเป่าไปอยู่โรงเรียนประจำ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็นึกขึ้นได้ว่าพวกเขาไม่ได้ไปบ้านเก่ามานานแล้ว
พลางรู้สึกผิดในใจเล็กน้อย
เธอตรงดิ่งไปห้างสรรพสินค้าทันทีเพื่อเลือกซื้อของบางอย่างแล้วค่อยไปที่บ้านเก่า
เนื่องจากมู่กรุ๊ปค่อนข้างไกลจากบ้านเก่าและอยู่ห่างจากสตีเฟนกรุ๊ป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรู้สึกว่าการขับรถวกไปวนมาจะทำให้มู่อวี้เฉิงเปลืองแรงเปล่า ๆ
เธอจึงบอกให้มู่อวี้เฉิงนำไปก่อนแล้วเธอจะติดตามไปทีหลัง
เธอจอดรถแล้วเดินเข้าไป จากนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากห้องนั่งเล่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
พวกเขาไม่ค่อยได้มาที่บ้านเก่าเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยเห็นว่ามันจะมีชีวิตชีวาขนาดนี้
นอกจากพวกเขาแล้ว น่าจะมีแขกคนอื่นอยู่ในบ้านเก่าด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินถือของเข้ามาแล้วมองดูคนที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยดวงตาเบิกกว้าง ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปล่งประกายไปด้วยความสุขทันที “แม่ทูนหัว”
ถูกต้อง แขกที่นั่งอยู่ตรงนั้นคือซ่งฉิง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนึกไม่ถึงว่าซ่งฉิงจะมาที่นี่ ดวงตาของเธอจึงเต็มไปด้วยความสุขทันที
“เหมี่ยวเหมี่ยว มาแล้วเหรอ” ซ่งฉิงกวักมือเรียก ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบวิ่งเข้าไปหา
แล้วนั่งลงถัดจากซ่งฉิง
ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูฉากตรงหน้าด้วยความรู้สึกเศร้าใจ นี่ลูกสะใภ้ของเธอแท้ ๆ แต่กลับถูกซ่งฉิงคว้าตัวไป
และไม่รู้ว่าซ่งฉิงกลายไปเป็นแม่ทูนหัวของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งแต่เมื่อไหร่
แม่คนนี้จะแย่งทุกอย่างไปจากเธอเลยหรือไง
ลิ่นอวี๋เหยียนจงใจพูดด้วยความอิจฉาว่า “อย่าลืมว่าแม่เธอนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ พอแม่ทูนหัวมาก็ไม่เห็นแม่อยู่ในสายตาเลยหรือไง? อีกอย่างเธอไม่ได้แวะมาหาแม่นานแค่ไหนแล้ว”
ในเมื่อไม่มีเรื่องอะไร ลิ่นอวี๋เหยียนก็ไม่อยากเข้าไปรบกวนชีวิตของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิง
เดิมทีเธอคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเป็นฝ่ายเข้ามาเธอก่อน
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงจะไม่ริเริ่มทำอะไรเลย
ถ้าเธอไม่โทรศัพท์ไปหา พวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จะไม่มาหาเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองลิ่นอวี๋เหยียนแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แม่คะ หนูแค่ตื่นเต้นที่ได้เจอแม่ทูนหัวไม่ได้เหรอ? หนูยังไม่ลืมคุณแม่สักหน่อยค่ะ ตอนหนูจะมาที่นี่หนูไปเลือกซื้อของขวัญให้คุณแม่มาด้วย ได้ยินว่าหลายคนของผลิตภัณฑ์ดูแลผิดชุดนี้ หนูก็รีบไปซื้อมาให้ทันที อย่าโกรธหนูเลยนะคะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนรับของจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก แต่ดวงตาของเธอกลับดูยิ้มแย้มอยู่
เห็นได้ว่าเธอชอบมัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“จะมาทั้งทีทำไมต้องสิ้นเปลืองเงินด้วย? แม่อยากได้ของพวกนี้เมื่อไหร่แม่ก็หาซื้อเองได้มั้ย?” ลิ่นอวี๋เหยียนจงใจพูดแบบนี้แต่เห็นได้ว่าเธอค่อนข้างมีความสุขกับมัน
อย่างน้อยถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ใส่ใจเธอ
“อุตส่าห์ซื้อของไว้หน้าเธอแล้ว เธอยังจะพูดให้ เหมี่ยวเหมี่ยวลำบากใจอีก หลังจากนี้ฉันจะไม่ให้เหมี่ยวเหมี่ยวมาหาเธอแล้วนะ” ซ่งฉิงพูดปกป้องถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอรู้ว่าลิ่นอวี๋เหยียนเป็นคนปากร้ายใจดี แต่อุตส่าห์มีคนเจตนาดีซื้อของมาฝาก ก็ยังพูดจาไม่พึ่งประสงค์ออกมาอีก
หากเป็นคนอื่นเธอคงจะไม่สนใจ แต่เธอถือว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นลูกสาวของเธอ แล้วทำไมเธอจะต้องทนเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกรังแกด้วย?
“เธอโกรธอะไรฉันนัก?” ในตอนแรกลิ่นอวี๋เหยียนมีความสุขมาก แต่หลังจากได้ยินคำพูดของซ่งฉิง ใบหน้าของเธอก็มืดมนลงทันที
“ทำไมฉันถึงโกรธน่ะเหรอ ดูอารมณ์เธอซะก่อนเถอะ ระเบิดมาตั้งแต่วินาทีแรกแล้ว เราไม่ได้เป็นหนี้เธอสักหน่อย” ซ่งฉิงไม่กลัวเลยและกลอกตามองไปที่ลิ่นอวี๋เหยียน
“ฉันไม่อยากมานั่งเถียงกับเธอหรอก แต่ที่เธอพูดมันก็ถูก” ลิ่นอวี๋เหยียนไม่สนใจเธอ
เธอรู้สึกว่าซ่งฉิงแค่อิจฉาที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวซื้อของมาให้เธอ
ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้ก็คงจะโกรธน่าดู
“แม่ทูนหัว เพิ่งนั่งเครื่องบินมาไม่ใช่เหรอคะ? นั่งมาตั้งนานทำไมไม่ไปพักผ่อนสักหน่อย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กล้าพูดขัดจังหวะผู้ใหญ่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรอจนกระทั่งลิ่นอวี๋เหยียนหยุดพูด เธอจึงพูดขึ้น
“ไม่เป็นไร แม่ให้หมอจ่ายยาให้แล้ว ไม่ได้รู้สึกอึดอัดตรงไหนหรอก” ซ่งฉิงค้นหามาเป็นเวลานานและในที่สุดก็พบหมอคนนี้
ร่างกายของเธอได้รับการดูแลอย่างดีมากกว่าปกติ
“จริงเหรอคะ? ถ้ารู้สึกอึดอัดตรงไหนก็บอกหนูได้นะคะ” สายตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความกังวลเล็กน้อย
“แม่ไม่ใช่เด็กแล้วนะ ทำไมจะต้องให้หนูมานั่งกังวลด้วย?” ซ่งฉิงยิ้มเมื่อรับรู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นห่วงเธอจริง ๆ
“แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงกลับมากะทันหันล่ะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจำได้ว่างานแต่งงานของพวกเขาจะถูกจัดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า และยังเหลือเวลาอีกยาวไกลกว่าจะถึงตอนนั้น
เดิมทีเธอวางแผนจะจัดงานในฤดูหนาว
แต่กังวลว่าอากาศในช่วงนั้นจะไม่ดี
เธอจึงเลื่อนงานแต่งออกไปเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว เพื่อที่ถึงเวลาจะได้ไม่ต้องหยุดตัวเป็นเกลียว
ทุกอย่างได้รับการสั่งซื้อและถูกเก็บไว้ในโรงแรม
ทางโรงแรมจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้วและรักษาของทุกอย่างไว้อย่างดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นด้วยว่าควรจัดงานแต่งในฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูกาลที่ทำให้ทุกอย่างดูมีชีวิตชีวาขึ้น ทำให้ทุกคนรู้สึกมีความหวัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังหวังว่างานแต่งงานของเธอจะถูกจัดขึ้นในตอนนั้น
แน่นอนว่ามู่อวี้เฉิงย่อมรับฟังความคิดเห็นของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว และเพราะนี่คืองานแต่งงานของพวกเขา ลิ่นอวี๋เหยียนจึงเคารพความคิดเห็นของพวกเขาเช่นกัน
พวกเขาจึงเลื่อนงานแต่งงานออกไป และลิ่นอวี๋เหยียน ก็ไม่ได้คัดค้าน
ในฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะดีขึ้นกว่านี้เล็กน้อยและก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัด
“แม่แค่อยากแวะมาหา แล้วก็อยากมาพัฒนาสตูดิโอในประเทศเราด้วย เหมี่ยวเหมี่ยวอยากมาช่วยแม่มั้ย?” ซ่งฉิงเดินทางมาที่นี่ด้วยความมุ่งมั่นอย่างยิ่ง
เธอเล็งเห็นถึงพรสวรรค์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ไม่อยากให้พรสวรรค์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเสียเปล่า
บางทีคนอื่นอาจจะคิดว่าเธอโง่เขลาที่ยอมทำเรื่องพรรค์นี้เพื่อคนคนเดียว
ตอนนั้นหลายคนในสตูดิโอพยายามเกลี้ยกล่อมเธออยู่นาน
แต่ซ่งฉิงคิดว่าตราบใดที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มใจ ต่อให้เธอเดินทางมาไกลแค่ไหนมันก็คุ้มค่าอยู่ดี
เธออายุค่อนข้างมากแล้ว ได้รับชื่อเสียงและความมั่นคงตามที่ต้องการ
แล้วถ้าเธอยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวล่ะ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงหลังจากได้ยินคำพูดของซ่งฉิง เธอคิดว่าเรื่องที่อาจารย์ซ่งฉิงพูดก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่เรื่องหยอกล้อ
นึกไม่ถึงว่าซ่งฉิงจะมีความคิดแบบนี้จริง ๆ
แต่ถ้าหากเธอไม่เห็นด้วย เธอจะไม่รู้สึกผิดกับ อาจารย์ซ่งฉิงแย่เหรอ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเธอตกอยู่ในแรงกดดันอย่างมาก
อาจารย์ซ่งฉิงเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงียบก็พอจะมองออกว่าเธอคิดอะไรอยู่ในใจ
เธอเอื้อมมือออกไปตบไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ “ความหวังสูงสุดของแม่คือการที่หนูมาช่วยแม่ แต่ถ้าหนูไม่เห็นด้วยก็ไม่เป็นไร มีอะไรก็พูดออกมาได้เลย แม่ไม่บีบบังคับหนูหรอก”
ซ่งฉิงรู้สึกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวควรจะตอบตกลงเพราะมีความสุขที่ได้ทำมันจริง ๆ
เธอไม่อยากให้อีกฝ่ายฝืนใจตอบตกลงเพียงเพราะเห็นว่าเธอเป็นแม่ทูนหัว
ซ่งฉิงไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น
“แม่ทูนหัว หนูจะลองกลับไปคิดดูค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
เธออยากจะใช้เวลาลองคิดดูก่อน