พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 792 ยังรอเธออยู่
ตอนที่ 792 ยังรอเธออยู่
หลังจากได้ยินคำพูดของซ่งฉิงแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“หนูจะรีบไปเตรียมพร้อมค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางแผนจะเลี้ยงอาหารลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรว
บางทีการตัดสินใจของเธออาจทำให้พวกเขาลำบากใจเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามเธอรู้สึกว่ากู้ชิงมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป
กู้ชิงค่อนข้างมีความสามารถและคุ้นเคยกับงานของเธอเป็นอย่างดี
ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่ากู้ชิงแล้ว
อันที่จริงเธอไม่ได้ล้ำเส้นมากเกินไป
ก่อนจะไป เธอจะให้พวกเขาเลือกผู้สมัครที่ตรงใจเช่นกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางแผนเงียบ ๆ ตามลำพัง
“เอาล่ะ ไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยววันไหนว่างช่วยหาเวลาไปดูสถานที่ตั้งสตูดิโอในเมืองเป่ยกับแม่ที” ซ่งฉิงพูดด้วยรอยยิ้ม
ราคาไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน
ผลงานชิ้นหนึ่งของซ่งฉิงสามารถสร้างรายได้หลายสิบล้านหยวน
ราคาจึงไม่มีความสำคัญอะไร เพราะเงินออมของเธอก็เพียงพอให้เธอใช้จ่ายไปตลอดชีวิตแล้ว
สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือมีความสุข
จากนั้นก็ค่อย ๆ ปลูกฝังถงเหมี่ยวเหมี่ยว
นี่คือสิ่งที่เธอต้องการทำ
“ได้ค่ะแม่ทูนหัว เดี๋ยวหนูจะพยายามหาเวลาว่างออกไปดูด้วย ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูจะให้อวี้เฉิงช่วยอีกแรง อวี้เฉิงรู้เรื่องนี้ดีกว่าหนูมาก” นอกจากนี้มู่อวี้เฉิงยังมีเส้นสายที่แข็งแกร่งมากมาย
นั่นคือสิ่งที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถเปรียบเทียบได้เลย
ควรจะฝากเรื่องนี้ไว้กับมู่อวี้เฉิงถึงจะเหมาะสมที่สุด
“เอาล่ะ งั้นฝากพวกหนูด้วยนะ จวนจะเวลาแล้ว แม่ต้องไปดับไฟในตัวแม่หนูก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวจะโมโหกว่าเดิม” ซ่งฉิงโบกมือลาแล้วเดินจากไป
จนถึงตอนนี้ซ่งฉิงยังสวยสะพรั่งอยู่เลย
โดยเฉพาะตอนเธอเดินทางกลับมาที่เมืองเป่ยแล้วสวมชุดกี่เพ้าสุดหรู มันทำให้เธอดูมีอายุแค่สามสิบต้น ๆ เท่านั้น
ลิ่นอวี๋เหยียนก็ไม่ได้อายุเยอะมากนัก เธอมีมู่อวี้เฉิงตอนอายุแค่ยี่สิบปี
ตอนนี้พวกเธอจึงอายุสี่สิบกว่า ๆ แค่นั้นเอง
ซ่งฉิงเดินเข้าไปและเห็นว่าลิ่นอวี๋เหยียนกำลังนั่งดื่มชากลิ่นหอมอยู่
พอเห็นซ่งฉิงเดินเข้ามา ลิ่นอวี๋เหยียนก็ถอนหายใจฟึดฟัดด้วยความโกรธ
จากนั้นก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่สนใจอีกฝ่าย
เมื่อเห็นท่าทางเด็ก ๆ ของเธอ ซ่งฉิงก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “ยังงอนอยู่อีกเหรอ? ไม่กลัวว่าลูกหลานจะหัวเราะเยาะเอาหรือไง”
“เธอก็พูดได้นี่ ทำไมไม่ง้อฉันบ้างล่ะ ไปอยู่ต่างประเทศได้แค่ไม่กี่ปีก็เจ้าอารมณ์ขึ้นมาเลยเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะแล้วเปล่งเสียงคมชัดออกมา
“เธอคิดว่าฉันเป็นสามีเธอหรือไง? ถึงจะต้องมานั่งแบกรับอารมณ์เธอ?” ซ่งฉิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“ฉันว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราก่อนหน้านี้สำคัญกว่าเขาเยอะ” ลิ่นอวี๋เหยียนทำหน้าตาบูดบึ้ง
“อย่าให้เขามาได้ยินเชียวนะ เดี๋ยวเขาก็ว่าฉันหรอก” ซ่งฉิงเม้มปากแล้วแอบยิ้มเบา ๆ
ลิ่นอวี๋เหยียนถือว่าเธอสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
“เขาจะกล้าว่าเธอได้ยังไง” ลิ่นอวี๋เหยียนพ่นลมหายใจ
ตอนเธออยู่บ้าน คำไหนต้องเป็นคำนั้น และถ้าเธอเกิดอารมณ์เสียขึ้นมา มู่หงจวิ้นก็ต้องคอยเกลี้ยกล่อมเธออย่างระมัดระวัง
มู่หงจวิ้นกล้าอารมณ์เสียใส่เธอที่ไหนกัน?
“เอาล่ะ ฉันรู้แล้วว่าเธอเป็นห่วงฉัน แต่ฉันไม่อยากให้พวกเธอทะเลาะกันเพราะฉัน” ซ่งฉิงตบไหล่ปลอบประโลม ลิ่นอวี๋เหยียน โดยหวังว่าลิ่นอวี๋เหยียนจะไม่โมโหอีก
“เราจะทะเลาะกันทำไมล่ะ อย่าคิดมากเลย ว่าแต่คราวนี้เธอตัดสินใจจะไม่กลับไปแน่ ๆ แล้วใช่มั้ย?” ลิ่นอวี๋เหยียนชอบอยู่กับซ่งฉิงมากจริง ๆ
“ไม่กลับไปแล้ว เหมี่ยวเหมี่ยวสัญญากับฉันเรียบร้อย ถ้าฉันกลับไปมันจะไม่กลายเป็นกลับคำพูดเหรอ?” ซ่งฉิงยิ้ม
ในอดีตเธออาจจะไม่กล้าเผชิญหน้า
แต่ตอนนี้เธอพบว่าหลังจากเธอเดินทางมาเมืองเป่ย ฝันร้ายที่เธอเคยหวาดกลัวมันกลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอย่างที่คิด
แม้ว่าจะผ่านอะไรมามากมาย แต่เธอก็ยังมีลิ่นอวี๋เหยียนที่คอยใจดีกับเธออยู่เสมอ
“ในเมื่อกลับมาแล้วก็อยู่ที่นี่แหละ ถ้าใครมาสร้างปัญหาให้เธอก็มาบอกฉัน แล้วฉันจะสั่งสอนบทเรียนแทนเธอเอง” ลิ่นอวี๋เหยียนเชิ่ดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง
แม้ว่าเธอจะชอบหาเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับซ่งฉิงอยู่เสมอ แต่เธอก็เป็นคนเดียวที่สามารถรังแกซ่งฉิงได้ ส่วนคนอื่นห้ามรังแกซ่งฉิงต่อหน้าเธอเป็นอันขาด
“อืม มีเธอเป็นเกราะป้องกันชั้นเลิศขนาดนี้ ไม่ให้รีบมาหาเธอแลวฉันจะไปหาใครได้อีกล่ะ” คำพูดปกป้องของ ลิ่นอวี๋เหยียนมันทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
ทำไมถึงแสนดีขนาดนี้นะ
“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” ลิ่นอวี๋เหยียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าซ่งฉิงจะมาบอกเธอ
สมัยก่อนก็เป็นแบบนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอมีปัญหาเธอมักจะไปขอความช่วยเหลือจากซ่งฉิง กลับกันซ่งฉิงดันกังวลว่าจะทำให้พวกเธอลำบากใจ และเก็บงำเรื่องทุกอย่างไว้กับตัวเอง
ตอนจากไป ซ่งฉิงไม่ได้มาบอกลาเธอด้วยซ้ำ
เธอรู้เรื่องนี้ในภายหลังและหนำซ้ำยังรู้มันจากปากคนอื่น
กว่าเธอจะติดต่อหาซ่งฉิงได้ ตอนนั้นเธอก็มีมู่อวี้เฉิงแล้ว
เธอพามู่อวี้เฉิงไปเยี่ยมซ่งฉิงในต่างประเทศ
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองไม่ใช่แค่การพูดคุยธรรมดา
และถ้าพวกเธอทะเลาะกันร้ายแรง พวกเธอคงไม่เป็นเพื่อนกัจนถึงตอนนี้
“รู้แล้วน่า ฉันเดาว่าคนอย่างเธอคงมีแต่มู่หงจวิ้นเท่านั้นแหละที่ทนได้ เขาตามจีบเธอมาตลอด ไม่เห็นเธอชอบเขากลับสักที แล้วทำไมถึงไปตอบตกลงทีหลังล่ะ?” ซ่งฉิงพูดหยอกเย้า
“อยากตีตราจองก็ต้องตอบตกลงสิ ทำไมเธอถามอะไรเยอะแยะนัก” ลิ่นอวี๋เหยียนโบกมือ แสดงให้เห็นว่าเธอไม่ต้องการพูดถึงมู่หงจวิ้น
“จริงเหรอ? ฉันรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอเข้าขากันดีมาก ไม่ได้ดูเฉยเมยอย่างที่เธอคิดเลย” ซ่งฉิงกะพริบตา
จู่ ๆ ใบหน้าของลิ่นอวี๋เหยียนก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อที่ยากนักจะได้เห็น
เธอจึงพูดด้วยความฉุนเฉียวว่า “เธอกล้าดียังไงมาตัดสินเรื่องของฉัน ดูเธอซะก่อนเถอะแก่แล้วยังไม่มีใครเอาเลย ทำไมเธอไม่คิดถึงเรื่องตัวเองบ้าง”
“ฉันอยู่ตัวคนเดียวก็ดีแล้ว ทำไมจะต้องแต่งงานด้วย” ซ่งฉิงยักไหล่ราวกับเป็นผู้ไร้ความผิด
รูปร่างหน้าตาของซ่งฉิงเหนือกว่ามาก หากลิ่นอวี๋เหยียนเป็นกุหลาบแดงในที่สาธารณะ ซ่งฉิงก็คือกุหลาบขาวในพื้นที่ส่วนตัว
คราวเมื่ออยู่ต่างประเทศ ใช่ว่าจะไม่มีคนมาตามจีบซ่งฉิง
แต่ทุกคนล้วนถูกเธอปฏิเสธหมด
เธอเองก็ไม่รู้ว่าเธอทำแบบนั้นเพื่ออะไร เธอรู้สึกราวกับกำลังรอใครบางคนอยู่ แต่บางทีก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้น
“ปากแข็ง” ลิ่นอวี๋เหยียนเบือนหน้าหนีแล้วไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม
“เขา… เธอเคยได้ยินข่าวของเขาบ้างมั้ย? เขาเป็นยังไงบ้าง?” ในที่สุดซ่งฉิงก็อดไม่ได้ที่จะถามออกไป
เธอรู้สึกเสียใจกับคนคนนี้มากที่สุด
เพราะแบบนั้นจึงถามออกมา
“เธอยังสนใจเขาด้วยเหรอ ตอนเธอหนีไป เขาโกรธมากจนอาเจียนเป็นเลือด ดื่มเหล้าทั้งวันทั้งคืน ใครไปพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์ แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาคิดอะไร จู่ ๆ ถึงเข้าไปบริหารบริษัท” ลิ่นอวี๋เหยียนเหลือบมองซ่งฉิงที่อยู่ด้านข้าง
ความรู้สึกที่คนคนนั้นมีต่อซ่งฉิง ไม่มีใครคาดเดามันได้
“ตอนนี้เขาน่าจะแต่งงานแล้วใช่มั้ย? บางทีอาจจะมีหลานแล้ว” ซ่งฉิงฝืนใจยกยิ้มมุมปาก
“เธอคิดว่าเขาจะมองหาคนอื่นนอกจากเธอจริง ๆ เหรอ? ฉันจะบอกให้นะว่าตั้งแต่เธอจากไปเขาก็ไม่เคยมองใครอีกเลย ตอนนี้ยังถือครองตัวโสดอยู่ในเมืองเป่ย ลองคิดดูว่าผ่านไปกี่ปีแล้วเขายังรอเธออยู่เลย!” ลิ่นอวี๋เหยียนอดไม่ได้ที่จะพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา