พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 801 โชคดีที่ไม่พาเธอไปด้วย
ตอนที่ 801 โชคดีที่ไม่พาเธอไปด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งแล้วจึงชวน อินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋มากินอาหารเย็นด้วยกัน
ตอนนี้มู่อวี้เฉิงไม่อยู่ด้วย และเธอรู้สึกว่าทุกครั้งที่มู่อวี้เฉิงกับลู่ซีจวี๋อยู่ด้วยกัน บรรยากาศจะดูแปลกประหลาดไปเล็กน้อย
วันนี้เธอมีเรื่องจริงจังอยากจะพูด และโชคดีที่มู่อวี้เฉิง ไม่อยู่ที่นี่
ในตอนเย็น ลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวก็เดินเข้ามาด้วยกัน
พวกเขาประสานมือกัน ดูเข้าขากันได้ดีมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกยินดีกับพวกเขาจริง ๆ
ในที่สุดตอนนี้พวกเขาก็กลับมาคบหากันอีกครั้งแล้ว จริง ๆ
“เหมี่ยวเหมี่ยว วันนี้เรียกเรามามีเรื่องอะไรเหรอ?” อินอวี่โหรวถามอย่างสงสัย
เธอปล่อยมือออกจากลู่ซีจวี๋ทันทีและเดินเข้าไปจับมือ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทน
เมื่อเห็นว่าเธอรีบปลีกตัวออกจากเขาทันทีที่เจอเพื่อน ลู่ซีจวี๋ก็ยิ้มเหยเก
โอเค เขาน่าจะรู้ตัวเร็วกว่านี้ว่าในสายตาของอินอวี่โหรว เขาไม่สำคัญเท่ากับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าลู่ซีจวี๋กำลังคิดอะไรอยู่
ถ้าเกิดรู้ เธอก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
คนคนนี้คิดยังไงถึงมาอิจฉาเธอ
“ฉันเรียกพวกเธอมาเพราะมีเรื่องนิดหน่อยน่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย อินอวี่โหรวก็เผลอทำหน้านิ่งโดยที่ไม่รู้ตัว “เกิดอะไรขึ้นเหมี่ยวเหมี่ยว มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
“มีเรื่องนิดหน่อย พวกเธอนั่งลงก่อนสิ ค่อยคุยระหว่างกินข้าว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดึงอินอวี่โหรวให้นั่งลง
อินอวี่โหรวนั่งลงข้าง ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างมีสติ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองอย่างทำอะไรไม่ถูก จากนั้นเธอก็ชี้นิ้วไปยังที่นั่งที่อยู่ตรงข้ามลู่ซีจวี๋ “อวี่โหรว ไปนั่งกับรุ่นพี่สิ เธอจะเมินรุ่นพี่แบบนี้ได้ยังไง?”
เธอลดน้ำเสียงลงแล้วพูดกระซิบข้างหูอินอวี่โหรว
“ทำไม? ฉันก็อยู่กับเขาทุกวันแล้วนี่? อุตส่าห์ได้ออกมาข้างนอกทั้งที มานั่งข้างเธอสักพักจะเป็นไรไป? คิดว่าเขากล้าออกความเห็นเหรอ?” อินอวี่โหรวพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
อย่างไรก็ตามลู่ซีจวี๋ไม่สามารถอารมณ์เสียต่อหน้าเธอได้
เขาเป็นคนขอร้องให้อีกฝ่ายกลับมา ถ้าเขากล้าออกความคิดเห็นเกี่ยวกับเธอ อินอวี่โหรวจะต้องหันหลังจากไปโดยไม่ลังเลอย่างแน่นอน
“อวี่โหรว ตอนนี้เธอร้ายกาจขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ต้องบอกว่าครั้งแรกที่รู้จักกับอินอวี่โหรว คำพูดคำจาของเธอค่อนข้างยอมจำนนมาก
แต่ตอนนี้เธอกล้าเผชิญหน้ากับลู่ซีจวี๋โดยตรงแล้ว
ช่างเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ
“จะไม่ให้ฉันร้ายกาจขึ้นได้ยังไงล่ะ?” อินอวี่โหรวพ่นลมหายใจแล้วเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
พวกเธอพูดกระซิบกระซาบกันเสียงเบามากและลู่ซีจวี๋แทบจะไม่ได้ยินที่พวกเธอคุยกันเลย
เขาเพียงมองดูพวกเธอกระซิบกันเบา ๆ
จากนั้นลู่ซีจวี๋ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “คุยอะไรกัน? มีความสุขเชียว”
เวลาได้ออกมาเจอถงเหมี่ยวเหมี่ยว อินอวี่โหรวมัก จะชอบพูดคุยมากเป็นพิเศษ
แต่เวลาอยู่บ้านเธอพูดกับเขาไม่ถึงสองประโยคด้วยซ้ำ นี่คือการเลือกปฏิบัติใช่ไหม?
“เรื่องของผู้หญิง อย่าฟังเลย” อินอวี่โหรวหันไปมองลู่ซีจวี๋แล้วพูดจาฉะฉานเต็มปากเต็มคำ
ตอนนี้สถานะของลู่ซีจวี๋ต่ำต้อยมาก และไม่กล้าพูดอะไรเลย
ทำเพียงแค่ยิ้มตอบรับอย่างทำอะไรไม่ถูก
เขาตามใจเธอเองจนเธอกลายมาเป็นแบบนี้ แล้วเขา จะยังทำอะไรได้อีก? ทำได้แค่ตามใจเธอต่อไป
หวังว่าเธอจะพึ่งพาเขาไปตลอดชีวิต ไม่มีวันจากไปไหน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูปฏิกิริยาระหว่างทั้งสองคนแล้วแอบถอนหายใจว่าสิ่งต่าง ๆ กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป
ไม่ว่าในอดีตอินอวี่โหรวจะเสียสละไปมากเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ลู่ซีจวี๋ก็กำลังชดใช้คืนเธอ
เธอไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกภายในใจของเธออย่างไรดี
มันค่อนข้างรู้สึกใจหายเล็กน้อย
อย่างว่าคนเราไม่ควรทำทุกอย่างสุดโต่งจนเกินไป เพราะเมื่อเวลามาถึงเราจะต้องชดเชยสิ่งนั้นด้วยตัวเอง
จากนั้นทั้งสามคนก็สั่งอาหาร
อาหารมาเสิร์ฟเร็วมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับอินอวี่โหรวยังคงพูดกระซิบกันต่อไป โดยมีลู่ซีจวี๋ถูกทิ้งไว้ตามลำพัง
ตอนนี้ลู่ซีจวี๋คุ้นเคยมากแล้ว เขาคีบอาหารทุกอย่างที่อินอวี่โหรวชื่นชอบใส่ลงไปในถ้วยของเธอและคอยดูแลเธอเป็นอย่างดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองเห็นมันทั้งหมด และมองดูเขาด้วยสายตาที่ชื่นชม
ปรับตัวได้เก่ง แบบนี้สิลูกผู้ชายตัวจริง
หลังจากผ่านไปได้ครึ่งทาง อินอวี่โหรวก็ตระหนักถึงเรื่องสำคัญ “เหมี่ยวเหมี่ยว ว่าแต่เธอเรียกพวกเรามาที่นี่มีเรื่องอะไรเหรอ?”
เธอนั่งอยู่ที่นี่มานานแล้วแต่ยังไม่ได้ยินเสียงของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลย
“ฉันแค่จะบอกพวกเธอว่าฉันจะลาออกจากสตีเฟนน่ะ ขอบคุณรุ่นพี่ที่คอยดูแลฉันมาตลอดหลายปีด้วยนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพูดร่ายยาวออกมา
ยังไงก็ต้องเผชิญหน้าอยู่ดี
พอได้พูดออกมาแล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
“ทำไมถึงจะลาออกล่ะ?” ลู่ซีจวี๋ขมวดคิ้ว
อันที่จริงการลาออกของถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อนข้างขัดต่อแผนการของเขา
เขายังคงนึกถึงเรื่องที่อินอวี่โหรวขอให้เขาเข้าไปบริหารอินกรุ๊ป
เมื่อตอนนั้นมาถึง เขาวางแผนจะปล่อยให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจัดการสตีเฟนกรุ๊ปสักพัก
เพราะว่าเขาไว้วางใจให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำทุกอย่างแทนได้
แต่ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาบอกเขาว่าจะลาออก
การเทียวไปเทียวมาระหว่างอินกรุ๊ปกับสตีเฟนกรุ๊ปจะทำให้เขายุ่งยากเกินไป
“แม่ของอวี้เฉิงมีเพื่อนสนิทเป็นนักออกแบบ เธอจะมาเปิดสตูดิโอในเมืองเป่ย ฉันชอบการออกแบบมากและเธอบอกว่าจะคอยสอนให้ฉันทีละขั้นตอน ฉันอยากลองทำดูก็เลยคิดว่า จะลองดูสักตั้ง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้จุดเด่นและจุดด้อยของเธอดี
แต่เธอก็ยังอยากที่จะลอง
นอกจากนี้กำลังใจจากทุกคนยังทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความกล้าหาญเพิ่มมากขึ้น
ถึงเธอจะไม่เชื่อในตัวเอง แต่เธอก็ควรเชื่อในตัวของอาจารย์ซ่งฉิง และหลังจากนี้เธอจะตั้งใจเรียนรู้ให้หนัก
“เหมี่ยวเหมี่ยว ถ้าอยากทำสิ่งที่ชอบ ก็ทำเถอะ ออกไปทำอย่างกล้าหาญ” อินอวี่โหรวเห็นด้วยที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว จะออกไปทำสิ่งที่ชอบ
ในจุดนี้เธอไม่สามารถเป็นตัวเองได้ แต่อย่างน้อย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เป็นได้
“ขอบใจนะอวี่โหรว” สีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูผ่อนคลายลง
นึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะสนับสนุนเธอ
“เธอมีพรสวรรค์ด้านการออกแบบอยู่” ลู่ซีจวี๋ค้นพบมันตอนที่เขาอยู่ต่างประเทศ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบวาดรูปในเวลาว่างงานและทุกอย่างที่เธอกวาดก็ดูละเอียดอ่อนมาก
“ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วก็ลุยเลย” ลู่ซีจวี๋จะคิดหาวิธีการอื่นมาจัดการบริษัทแทน
“รุ่นพี่จะไปดูแลอินกรุ๊ปไม่ใช่เหรอ มันจะเป็นปัญหากับพี่หรือเปล่า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองลู่ซีจวี๋อย่างระมัดระวัง
เธอนึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะเห็นด้วยอย่างรวดเร็วขนาดนี้
ตอนนี้เธอมีความสุขมากแต่ก็รู้สึกผิดเล็กน้อย
บางครั้งเธอก็เห็นแก่ตัวเกินไป ห่วงแต่ความฝันของตัวเองจนไม่สนใจอย่างอื่น
“เดี๋ยวฉันจะพยายามหาทางออกเอง” ลู่ซีจวี๋มีลางสังหรณ์ว่าหลังจากนี้เขาคงจะยุ่งมาก
โชคดีที่ช่วงเวลายุ่งเหยิงที่สุดของสตีเฟนได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ตอนนี้กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เขาจึงไม่ต้องกังวลอะไร
งานหนักคืออินกรุ๊ปต่างหาก ให้คนนอกตระกูลอย่างเขาเข้ามาบริหารจัดการแทนน่าจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก
“หลังจากฉันลาออกแล้วก็ให้กู้ชิงมาแทนที่ฉันนะ ฉันฝึก กู้ชิงมากับมือ เธอเป็นคนที่น่าเชื่อถือและมีความสามารถ ถ้าฉันไม่อยู่แล้วจริง ๆ กู้ชิงจะคอยช่วยพี่เอง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดในใจว่าโชคดีที่เธอสามารถให้คนสนิทอย่างกู้ชิงเข้ามาแทนที่ได้
ไม่อย่างนั้นถ้าเธอลาออกไปโดยที่ไม่มีคนมาทดแทน เธอคงจะรู้สึกผิดกับลู่ซีจวี๋มาก
“ฉันก็ตั้งใจว่าจะเลื่อนขั้นให้กู้ชิงแล้ว ขอแค่เธอไม่พาเขาไป” ลู่ซีจวี๋ยอมรับในความสามารถของกู้ชิงเช่นกัน
พอได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีแผนการจะพากู้ชิงออกไปด้วย