พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 802 แค่อยู่เคียงข้างผมก็พอ
ตอนที่ 802 แค่อยู่เคียงข้างผมก็พอ
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เธอไม่ได้ทำเกินไปใช่ไหม?
“ฉันอยากพากู้ชิงไปด้วย แต่กู้ชิงไม่คุ้นเคยกับการออกแบบเลยจริง ๆ เพราะงั้นปล่อยเธอไว้ที่สตีเฟนน่าจะดีกว่า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยรอยยิ้ม
ลู่ซีจวี๋ไม่ได้สนใจอะไร
เพราะท้ายที่สุดแล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ได้พาอีกฝ่ายไปด้วยไม่ใช่เหรอ?
อย่างน้อยเธอก็ตระหนักถึงความเมตตาในอดีต
“เดี๋ยวอีกไม่กี่วันข้างหน้าฉันจะจัดระเบียบสตีเฟนใหม่ เธออยู่ช่วยฉันก่อน แล้วเดือนหน้าค่อยพัก” ลู่ซีจวี๋คิดหาวิธีการในหัวเสร็จสรรพแล้ว
“ได้ ฉันไม่ได้รีบร้อนอะไร ตอนนี้แม่ทูนหัวยังต้องใช้เวลาย้ายข้าวของจากสตูดิโอกลับมาจากต่างประเทศเธอยังหาสตูดิโอกับที่พักในประเทศไม่ได้เลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ
เธอบอกลู่ซีจวี๋ล่วงหน้าเพื่อให้พวกเขาเตรียมจิตใจและเตรียมการทุกอย่างล่วงหน้า
รวมถึงเตรียมตัวให้พร้อมด้วย
ดูสิ เพิ่งพูดเสนอไปแท้ ๆ ลู่ซีจวี๋ก็เตรียมแผนการเอาไว้พร้อมแล้วไม่ใช่เหรอ?
“ได้ เดี๋ยวฉันจะไปเตรียมการ” ลู่ซีจวี๋พยักหน้า
กระทั่งพูดหัวข้อนี้จบ บรรยากาศก็ผ่อนคลายลงมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูอินอวี่โหรวด้วยความลำบากใจ “อวี่โหรว การลาออกของฉันจะขัดขวางแผนการของเธอหรือเปล่า? เธอจะไม่ว่าอะไรฉันใช่มั้ย?”
“ฉันไม่ว่าอะไรเธอหรอก ฉันดีใจที่เธอได้ทำสิ่งที่ชื่นชอบมากกว่า ไม่ต้องห่วง ฉันจะคอยสนับสนุนเธออย่างเต็มที่แน่นอน” ผู้เฒ่าอินบอกว่านี่จะเป็นการวัดความสามารถของลู่ซีจวี๋ด้วย
ผู้เฒ่าอินยังคงรู้สึกไม่พอใจที่ลู่ซีจวี๋ดูแลเธอได้ไม่ดีในอดีต
เมื่อรู้ว่าเธอขอให้ลู่ซีจวี๋เข้ามาบริหารบริษัทแทน แน่นอนว่ามันจะเป็นการเพิ่มความกดดันให้ลู่ซีจวี๋ถึงสองเท่าตัว
ผู้เฒ่าอินจะไม่ยอมปล่อยลู่ซีจวี๋ไปง่าย ๆ
ดังนั้นเมื่อเธอพูดขอร้องเขา ผู้เฒ่าอินจึงตอบตกลงอย่างง่ายดาย
ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ลู่ซีจวี๋จะได้พบเจอกับความยากลำบากอะไรบ้าง
แต่เนื่องจากมันเป็นบททดสอบของผู้เฒ่าอิน อินอวี่โหรวจึงไม่หวาดหวั่นและจะพยายามอย่างหนักเพื่อผ่านความยากลำบากนี้ไปกับลู่ซีจวี๋ให้ได้
“ขอบใจมากนะอวี่โหรว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้จะพูดอะไรนอกเหนือจากนี้จริง ๆ
เธอรู้สึกขอบคุณอินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋มากที่เข้าใจเธอ
“ขอบใจอะไร เธอช่วยชีวิตฉันไว้ เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก” อินอวี่โหรวพูดอย่างสบาย ๆ
แต่มันกลับทำให้ร่างกายของลู่ซีจวี๋แข็งทื่อ
เขาคิดว่าอินอวี่โหรวหลงลืมเรื่องในอดีตไปแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเช่นกัน ลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวมีความรักที่มั่นคงต่อกันแล้ว ไม่ควรจุดประเด็นนี้เลย
และไม่รู้ว่าอินอวี่โหรวจงใจหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อให้ลู่ซีจวี๋ได้ยินหรือเปล่า
แต่ดูเหมือนว่าอินอวี่โหรวจะไม่ได้สังเกตเห็นปฏิกิริยาระหว่างพวกเขาทั้งสองคน และเจตนาของเธอก็ดูเป็นกันเองมาก “หม้อไฟไก่นี้ใช้ได้เลยนะ อร่อยมากด้วย”
“ใช่ อร่อยเลยล่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วหัวเราะแฮะ ๆ เธอไม่รู้ว่าอินอวี่โหรวกำลังคิดอะไรอยู่ แต่บรรยากาศระหว่างพวกเขาดูแปลกประหลาดไปเล็กน้อย
หลังจากกินอาหารมื้อที่กระอักกระอ่วนใจเสร็จแล้ว มู่อวี้เฉิงก็มารับถงเหมี่ยวเหมี่ยว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรีบขึ้นรถเพื่ออยู่ให้ห่างจากสงครามที่กำลังโหมกระหน่ำ
ภายในห้องอาหารจึงเหลือเพียงอินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋เท่านั้น
อินอวี่โหรวเช็ดปากแล้วลุกขึ้นยืน ขณะที่ลู่ซีจวี๋เดินตามเธอออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ทันทีที่เดินออกมานอกประตูร้าน ลมกรรโชกก็พัดผ่านเข้ามา
ลู่ซีจวี๋ถอดเสื้อคลุมของเขาออกแล้วสวมทับให้อินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวไม่ปฏิเสธและหันไปมองลู่ซีจวี๋ด้วยรอยยิ้ม เหยเก “ทำไมไม่พูดเลยล่ะ?”
ลู่ซีจวี๋ก้มหน้าลงแล้วยิ้มอย่างขมขื่น “ผมไม่มีสิทธิ์พูดอะไรหรอก ฟังคุณอย่างเดียวก็พอ”
“ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงอะไร คุณคิดว่าฉันทำเรื่องยากให้คุณหรือเปล่า?” สีหน้าของอินอวี่โหรวดูไม่ดีนัก
เธอรู้สึกว่าประเด็นที่เธอหยิบยกขึ้นมานั้นพิสูจน์ได้ว่าเธอลืมมันไปแล้วจริง ๆ
แต่นึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้
ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
“ผมไม่ได้คิดแบบนั้น ผมแค่รู้สึกผิด ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคุณอีก ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองเลยในชีวิตนี้ ผมก็เจ็บปวดเหมือนกัน อวี่โหรว เข้าใจที่ผมหมายถึงมั้ย?” ดวงตาของลู่ซีจวี๋เปลี่ยนเป็นแดงก่ำ
เพียงแวบแรกก็เดาออกว่าเขาน่าจะกำลังนึกถึงเรื่องบางอย่างที่ไม่อยากนึกถึง
“ขอโทษ…” พอเห็นสีหน้าของลู่ซีจวี๋ อินอวี่โหรวก็ไม่คิดว่าปฏิกิริยาของเขาจะรุนแรงขนาดนี้ เธอจึงรีบขอโทษลู่ซีจวี๋ทันที
“อย่าขอโทษผมเลย ผมต่างหากที่ควรจะขอโทษคุณ” ลู่ซีจวี๋กอดอินอวี่โหรวเอาไว้ในอ้อมแขน
พระเจ้ารู้ดีว่าตอนที่สมบัติชิ้นนี้สูญหายไปแล้วกลับคืนสู่อ้อมอกของเขา ตอนนั้นเขามีความสุขมากแค่ไหน
เขาจะไม่มีวันปล่อยมืออีกในชีวิตนี้
“มันจบแล้ว ฉันไม่น่าพูดถึงมันเลย ที่ฉันจะพูดคือ เหมี่ยวเหมี่ยวช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณอับอายต่อหน้าเหมี่ยวเหมี่ยว” อินอวี่โหรวพูดอธิบายด้วยความวิตกกังวล โดยรู้สึกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะพูดเปรียบเทียบ
“คุณคิดว่าผมอายเหมี่ยวเหมี่ยวเหรอ?” ลู่ซีจวี๋นึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะมีความคิดเช่นนี้
“ใช่ ฉันนึกว่าคุณจะอายเธอ” อินอวี่โหรวก้มหน้าลงด้วยความลำบากใจ
“ผมจะอายเธอทำไม เธอเป็นเพื่อนผมนะ” ลู่ซีจวี๋เกาหัว
หลังจากได้ยินเช่นนั้น อินอวี่โหรวก็ตระหนักได้ว่าเธอคิดมากเกินไป
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลู่ซีจวี๋ดีมาก
เธอไม่อยากสร้างปัญหาโดยไม่มีเหตุผล
เธอเผลอพูดมันออกมาโดยไม่รู้ตัว ไม่ถือว่ามีเจตนา
เธอคอยบอกตัวเองว่าลู่ซีจวี๋นั้นโหดร้ายกับเซเรน่ามาก และพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ได้เจตนาอะไรกับเซเรน่าจริง ๆ
อินอวี่โหรวไม่จำเป็นต้องกังวลอะไร
ปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเป็นอดีตไป การยึดติดจะมีแต่ส่งผลกระทบต่อเธอกับลู่ซีจวี๋เท่านั้น
“ขอโทษนะ ฉันผิดเอง ไม่น่าพูดถึงเรื่องที่ไม่ควรพูดเลย” อินอวี่โหรวขอโทษ
ในเมื่อเธอทำผิด เธอก็จะไม่ขอโทษแบบส่งเดชอย่างแน่นอน
“ไม่ ผมก็รู้สึกแย่เหมือนกัน คุณคอยพูดเตือนผมได้นะ ผมขอโทษ ผมควรจะดีกับคุณให้มากกว่านี้” ลู่ซีจวี๋รู้ตัวดีว่าตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่
ไม่มีอะไรสามารถชดเชยสิ่งที่เขากระทำต่ออินอวี่โหรวได้เลย
เขาจะมอบทุกสิ่งอย่างที่เขามีให้กับอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวที่ได้ยินเช่นนั้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก “ในสายตาคุณฉันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? ต้องเอาเรื่องแบบนี้มาข่มขู่คุณถึงจะยอมทำดีกับฉันใช่มั้ย?”
“ไม่ใช่นะ ผมอยากทำดีกับคุณเอง ก่อนหน้านี้คุณเป็นฝ่ายเริ่มก่อน จากนี้ไปผมจะเริ่มเป็นฝ่ายดูแลคุณไปตลอดชีวิตเอง คุณก็แค่ยืนอยู่เฉย ๆ และไม่ว่าคุณจะยืนอยู่ที่ไหน ผมก็จะไปหาคุณ” ลู่ซีจวี๋พูดแล้วโน้มตัวลงไปจูบอินอวี่โหรว
เขาให้คำมั่นสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์แก่เธอ
“ซีจวี๋ ขอบคุณที่ใจดีกับฉันนะ” หากเป็นคนอื่นคงจะไม่มีวันทำแบบนี้เพื่อเธอ
“ยัยบ๊อง พูดอะไรน่ะ? ผมควรทำดีกับคุณต่างหาก จะมาขอบคุณผมทำไม? แค่อยู่เคียงข้างผมก็พอ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นคำขอบคุณที่ยิ่งใหญ่สำหรับผมแล้ว” ลู่ซีจวี๋กอดเธอแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“อืม” อินอวี่โหรวจูบเขาตอบ