พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 803 ไม่อยากอยู่กับพวกเขา
ตอนที่ 803 ไม่อยากอยู่กับพวกเขา
ปัจจุบันถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังดำรงตำแหน่งอยู่ กู้ชิงจึงไม่ได้ยุ่งมากนัก
เธอเข้างานและเลิกงานตรงเวลาทุกวัน ขณะที่ฉินคั่วยังไม่ได้เริ่มงานที่สาขาย่อยเลย
ทางสาขาได้ยินมาว่าบอสใหญ่กำลังมาเยือนจึงพยายามปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม
ฉินคั่ววางแผนจะไปทำงานหนึ่งสัปดาห์ให้หลัง
ฉินคั่วเมินเฉยพวกเขาและอนุญาตให้พวกเขาทำทุกอย่างที่ต้องการ
หากยังไม่ต้องไปทำงานก็คงจะดีไม่น้อย เขาเพิ่งมาถึงเมืองเป่ยได้แค่ไม่กี่วันและยังอยากใช้เวลาอยู่กับชิงชิงที่รักก่อน
กู้ชิงเลิกงานกลับบ้านมาตรงเวลาทุกวัน และมักจะมีข้าวเย็นอุ่น ๆ รออยู่เสมอ
มันทำให้อบอุ่นหัวใจจริง ๆ
กู้ชิงผลักประตูออกและได้กลิ่นหอมของอาหาร
ฉินคั่วกำลังนั่งอยู่บนโซฟาขณะที่กู้ชิงเดินเข้ามา “ทำไมวันนี้ทำอาหารไวจัง? ที่จริงฉันกินข้าวเย็นที่โรงอาหารก่อนกลับก็ได้นะ ทำกับข้าวคงจะเหนื่อยมากใช่มั้ย? นายไม่ต้องทำกับข้าวไว้รอฉันทุกวันก็ได้”
กู้ชิงคิดว่าฉินคั่วไม่ใช่คนประเภทที่ว่าจะมาทำเรื่องแบบนี้
เขาทำอาหารรอเธอทุกวันแบบนี้ เขาคงจะเหนื่อยมากแน่
บางทีฉินคั่วควรจะอ่านข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่า ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับการบริหารบริษัทในอนาคต
“ผมอยู่บ้านทุกวัน ไม่มีอะไรทำ อีกอย่างทำอาหารให้คุณก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสักหน่อย ชิงชิง ผมมีเรื่องอะไรจะคุยด้วย” ฉินคั่วจับมือกู้ชิงอย่างประจบประแจง
“เรื่องอะไร?” การที่ฉินคั่วใช้คำว่ามีเรื่องจะคุยด้วยทำให้กู้ชิงอยากรู้มากว่าเขากำลังจะพูดอะไรกับเธอ
“คืองี้ ตอนนี้จ้าวถิงอยู่เมืองเป่ยน่ะ เห็นว่าอยากจะชวนผมไปดื่มด้วยกัน ผมขอไปได้มั้ย?” ตั้งแต่อยู่กับกู้ชิง ฉินคั่วก็ไม่ได้ดื่มมานานมากแล้ว
ถึงตอนนี้ก็เริ่มอยากดื่มนิดหน่อย
แต่เขายังต้องการถามความคิดเห็นของกู้ชิง
หากกู้ชิงเห็นด้วยเขาก็จะไป แต่ถ้ากู้ชิงไม่เห็นด้วยเขาก็จะไม่ไป
ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความต้องการของกู้ชิง
“ได้ ไปสิ” กู้ชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบตกลง
ฉินคั่วมาบอกเธออย่างเปิดเผยแบบนี้ก็แสดงให้เห็นว่าเขาบริสุทธิ์ใจจริง ๆ
ไม่น่าจะไปทำอะไรผิดปกติ
และนี่ก็เป็นช่วงเวลาทดสอบการควบคุมตัวเองของฉินคั่วด้วย
หากฉินคั่วควบคุมตัวเองไม่ได้ กู้ชิงก็รู้สึกว่าเธอไม่จำเป็นจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับผู้ชายคนนี้
“จริงเหรอ?” เมื่อได้ยินว่ากู้ชิงตอบตกลง ดวงตาของ ฉินคั่วก็เป็นประกายขึ้น
“อืม ก็แค่ไปสังสรรค์กับเพื่อน ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรสักหน่อย” ดูเหมือนว่ากู้ชิงจะไม่สนใจมากนัก
ฉินคั่วมีความสุขมาก เขารีบโน้มตัวลงไปจูบแก้มของกู้ชิง “ชิงชิง คุณคือสุดที่รักของผมจริง ๆ”
“เลิกพูดอะไรน่าขยะแขยงสักที หรือว่าไปแล้วจะไปเรื่องผิด ๆ อีก? ถึงได้พูดจาหว่านล้อมฉันขนาดนี้น่ะ?” กู้ชิงจงใจพูดเพื่อทดสอบทัศนคติของฉินคั่ว
“ผมจะไปทำเรื่องอะไรได้อีก? ผมติดตั้งระบบติดตามตัวไว้บนโทรศัพท์คุณแล้ว คุณสามารถตรวจสอบตำแหน่งผมได้ตลอดเวลา หรือถ้าคุณกังวลมากก็แค่มาหาผม ผมดื่มกับจ้าวถิงสองคน ไม่ทำอะไรพิเรนหรอก” ฉินคั่วยกมือขึ้นเพื่อให้คำมั่นสัญญากับกู้ชิง
อันที่จริงเขาก็ไม่อยากทำมันเช่นกัน
แต่ระดับความไว้วางใจระหว่างเขากับกู้ชิงเปราะบางเกินไป
เขาต้องเตรียมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองตลอดเวลา
นอกเหนือจากกู้ชิงแล้ว ตอนนี้เขาไม่สนใจใครเลยจริง ๆ
คนที่ได้รับความพึงพอใจขั้นสูงสุดแล้วจะยอมอะลุ้มอล่วยให้คนอื่นได้ยังไง?
“ฉันว่านะนายทำแบบนี้เพื่อสอดแนมฉันมากกว่ามั้ง?” กู้ชิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เขาคิดอย่างนั้นแหละ เพียงแค่พูดแก้ตัวให้ตัวเองดูดี
“ผมไม่ได้สอดแนมคุณ ระบบติดตามมันวางเส้นทางไว้ทางเดียว คุณค้นหาตำแหน่งผมได้ แต่ผมค้นหาคุณไม่ได้ เพราะงั้นคุณสามารถตรวจสอบพฤติกรรมของผมได้ตลอดเวลา” ฉินคั่วพูดขณะขยิบตา
“จริงเหรอ?” เห็นได้ชัดว่ากู้ชิงไม่เชื่อคำพูดของเขา
“จริงสิ” ฉินคั่วพูดบอกขณะที่โทรศัพท์มือถือส่งเสียงดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้นเขาก็พูดกับกู้ชิงว่า “จ้าวถิงคงจะโทรมาเร่งผมแล้ว”
กู้ชิงพยักหน้าแล้วพูดว่า “งั้นก็ไปเถอะ ฉันจะอยู่บ้านกินข้าว”
กู้ชิงพูดแล้วเดินไปที่ห้องครัว ขณะที่ฉินคั่วรีบเดินเข้ามาขวางหน้ากู้ชิง
เขาจูบปากกู้ชิงหนึ่งทีก่อนจะเดินออกไป
หลังจากนั้นไม่นานฉินคั่วก็ไปถึงห้องส่วนตัวที่จ้าวถิงจองเอาไว้
ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงครื้นเครง
ฉินคั่วขมวดคิ้ว ไหนจ้าวถิงบอกว่ามีกันแค่สองคนไง?
แต่เสียงการเคลื่อนไหวดูจะไม่เป็นอย่างนั้น
ฉินคั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผลักประตูเข้าไป
กระทั่งเข้าไปแล้วฉินคั่วก็พบว่าภายในห้องเต็มไปด้วยกลุ่มชายหญิงมากมาย ดูวุ่นวายเป็นอย่างมาก
ฉินคั่วหันหลังกลับคิดจะเดินออกไปทันที
จ้าวถิงรีบเดินตามหลังเขามา “ไอหยา ไอเพื่อนยาก ทำแบบนี้หมายความว่าไง? แกไม่ได้มองหน้าฉันด้วยซ้ำใช่มั้ย?”
ฉินคั่วขมวดคิ้วแน่น “ไหนบอกฉันมาสิ แกบอกว่ามีกันแค่สองคน แล้วนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?”
หากเขารู้ว่ามีกลุ่มคนมากมาย ฉินคั่วคงจะไม่มาตั้งแต่แรก
จ้าวถิงไม่ได้คิดจริงจังกับคำพูดของเขา “ฉินคั่ว แกทำตัวยุ่งยากเกินไปมั้ย? ทำไมพูดอะไรเว่อร์วังขนาดนั้น?”
“แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อน ฉันก็บอกเหตุผลแกไปแล้วไม่ใช่เหรอวะ? ทำไมยังทำแบบนี้อีก?” ฉินคั่วรู้สึกกระวนกระวายเมื่อนึกขึ้นได้ว่ากลัวกู้ชิงจะเข้าใจผิด
ไม่ เขาอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว เขาจะต้องรีบกลับ
“ก็แค่มีความรักมั้ย? ทำไมจะต้องจริงจังด้วยวะ?” แม้จ้าวถิงจะรู้ว่าฉินคั่วจริงจังแต่เขาก็ยังคงรู้สึกเหลือเชื่ออยู่
“ไม่ใช่แค่มีความรัก แต่เธอเป็นถึงเมีย” ฉินคั่วเหลือบมองจ้าวถิงอย่างเย็นชา จากนั้นก็หันหลังกลับเดินออกไป
จ้าวถิงเริ่มกังวลเล็กน้อยและพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ฉินคั่ว ถ้าแกก้าวออกไปจากห้องนี้ หลังจากนี้เขาขาดกัน แกจะยอมตัดเพื่อนที่คบมาสิบกว่าปีเพื่อผู้หญิงคนเดียวเหรอ คิดให้ดี ๆ นะ”
“นี่แกขู่ฉันเหรอ?” ฉินคั่วหันกลับมามองด้วยตาแดงก่ำ
“จะขู่ทำไมวะ? ก็พูดความจริงอยู่ ตั้งแต่มีเมีย เอ็งไม่ได้ออกมาปาร์ตี้กับพวกเรานานแค่ไหนแล้ว? กล้าพูดมั้ยล่ะ? แล้วเมื่อกี้ได้สังเกตมั้ยว่านอกจากฉัน ทุกคนในเมืองหนานก็อยู่ที่นี่” จ้าวถิงเชิ่ดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยอง
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น ฉินคั่วก็ตกตะลึง
แสงไฟสลัวมากและเขาก็เอาแต่กังวลว่ากู้ชิงจะโกรธจนไม่ได้ใส่ใจอะไรมากขนาดนั้น
ต้องบอกว่าตอนอยู่เมืองหนาน เขามีเพื่อนสนิทที่คอยปาร์ตี้ด้วยกันอยู่หลายคน
เจ้าพวกนั้นชอบเล่นไปเรื่อยเปื่อยและชอบส่งเสียงดัง
แต่ตอนนี้ฉินคั่วไม่อยากอยู่กับพวกเขาจริง ๆ
กลัวว่าพวกเขาจะก่อปัญหาบางอย่าง
คาดการณ์ว่าพวกเขาคงจะเดินทางมาจากเมืองหนานเพื่อมาเจอเขาโดยเฉพาะ
ทำให้ฉินคั่วตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไหนจะกู้ชิง ไหนจะเพื่อนผอง ทั้งสองต่างแยกเขาออกจากกัน
“ทำไม? ก็ค่อยกลับไปบอกพี่สะใภ้ทีหลังไม่ได้เหรอ พี่สะใภ้ไม่ว่าอะไรแกหรอก” จ้าวถิงพูดแนะนำฉินคั่ว
“แกพูดเข้าท่า บอกตามความจริงก็จบ” จากนั้นฉินคั่วก็ฉีกยิ้ม
ทำไมเขาถึงคิดเรื่องง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ?
จ้าวถิงเอื้อมมือออกมาโอบไหล่ฉินคั่วและพาฉินคั่วเดินเข้าไปข้างใน