พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 809 เขาทุกข์ใจมากจริง ๆ
ตอนที่ 809 เขาทุกข์ใจมากจริง ๆ
หลังจากเลือกบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว มู่อวี้เฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็วางแผนจะจ่ายเงินค่าบ้านให้ซ่งฉิง
แต่ไม่ว่าจะพูดยังไงซ่งฉิงก็ไม่พอใจ
“แม่มีเงิน ทำไมจะต้องให้พวกเธอมาจ่ายแทนด้วย?” ซ่งฉิงเดินทางมาถึงเมืองเป่ยและรบกวนพวกเขาเยอะมากจนเธอเริ่มลำบากใจ
แม้ว่าเธอจะเป็นผู้อาวุโส แต่ถ้ามู่อวี้เฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องทำเพื่อเธอทุกอย่าง เธอจะเป็นยังไง?
“แม่ทูนหัวยังจำได้อยู่มั้ยคะว่าหนูเป็นลูกบุญธรรม? หนูควรจะจ่ายค่าบ้านหลังนี้เพื่อเป็นเกียรติต่อแม่ เพราะงั้นอย่าปฏิเสธหนูเลยนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามพูดโน้มน้าวใจ
“ไม่เอา” ทัศนคติของซ่งฉิงมั่นคงมากเช่นกัน
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ มู่อวี้เฉิงก็พูดว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว ให้ป้าซ่งฉิงจ่ายเองเถอะ ถ้าเราจ่ายให้ ป้าซ่งฉิงคงจะไม่สะดวกใจอยู่ที่นั่น”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วตระหนักได้ว่ามันเป็นความจริง
เธอจึงตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจว่า “ก็ได้”
ซ่งฉิงรีบจ่ายเงินทันที จากนั้นก็ขอให้อดีตเจ้าของบ้านส่งแผนผังชั้นและโครงสร้างของแต่ละห้องมาให้
เธอจะตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ จากนั้นก็น่าจะไม่เป็นไร
ซ่งฉิงตัดสินใจส่งภาพถ่ายพวกนี้ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลองทดสอบก่อน “เหมี่ยวเหมี่ยว ถ้ามีเจ้าของงานมาขอให้หนูช่วยออกแบบบ้านหลังนี้ หนูจะทำยังไง?”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ก้มหน้ามองภาพถ่ายตรงหน้า
“แม่ทูนหัว ให้เวลาหนูหน่อยนะคะ หนูขอดูก่อนแล้วเดี๋ยวส่งร่างแบบให้พรุ่งนี้ได้มั้ยคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดอยู่พักหนึ่งแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะปรับเปลี่ยนมันยังไง
อันที่จริงแล้วสิ่งสำคัญสำหรับงานออกแบบคือแรงบันดาลใจ
หากไม่มีแรงบันดาลใจ การออกแบบขั้นพื้นฐานก็ไร้ประโยชน์
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้เกี่ยวกับสถานการณ์นี้ดี
และทันทีที่เธอเริ่มการออกแบบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกได้ว่าอาชีพการออกแบบของเธอน่าจะล้มเหลว
ตอนที่ซ่งฉิงพูดแบบนั้นออกมา จิตใจของเธอว่างเปล่ามากและเธอก็คิดอะไรไม่ออกเลย
ไม่มีความประทับใจอะไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงไม่แน่ใจว่าเธอควรจะก้าวเข้าสู่วงการออกแบบหรือไม่
แต่เธอไม่กล้าพูดเพราะกลัวว่าซ่งฉิงจะคิดหวังในตัวเธอ
“ไม่ต้องห่วง อีกสองวันค่อยเอามาให้แม่ดู” เรื่องนี้ไม่สามารถเร่งรีบได้ ซ่งฉิงรู้ดีว่ามันต้องทำทีละขั้นตอน และ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งจะก้าวเข้าสู่วงการออกแบบ
จะกดดันเธอมากเกินไปไม่ได้
“หนูจะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพูดบอก
“ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ ใช้เวลา” รอยยิ้มของอาจารย์ซ่งฉิงทำให้จิตใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
หลังจากนั่งคุยกันอยู่ในห้องนั่งเล่นมาสักพักหนึ่ง ซ่งฉิงก็ขอตัวไปพักผ่อน ส่วนถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงก็กลับไปที่ห้อง
เมื่อกลับมาถึงห้อง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ปริปากบอก มู่อวี้เฉิงว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
เธอดูอึดอัดเล็กน้อย “บอกฉันทีว่าจริง ๆ แล้วฉันไม่ได้มีความสามารถทางด้านนี้ใช่มั้ย? ถ้าฉันทำไม่ได้จริง ๆ ฉันจะบอกแม่ทูนหัวว่าอย่ามาเสียเวลาเลย”
ในตอนแรกถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกตื่นเต้นมาก
แต่ต่อมาความรู้สึกตื่นเต้นของเธอค่อย ๆ ถูกลดทอนลงด้วยความสามารถอันน้อยนิด
“นี่ไม่ใช่เหมี่ยวเหมี่ยวที่ผมรู้จักนิ แต่ก่อนคุณจะไม่มีวันยอมแพ้จนกว่าจะทำอะไรสักอย่างสำเร็จ แล้วตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้น?” มู่อวี้เฉิงไม่รู้จะพูดอะไร เขารู้สึกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นกังวลกับเรื่องการออกแบบมาโดยตลอด
เธอมีความมั่นใจในตัวเองน้อยเกินไป
“ฉันไม่รู้สิ บางทีฉันอาจจะไม่มีความสามารถจริง ๆ ก็ได้จริงมั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลง รู้สึกอึดอัดอยู่ในใจอย่างมาก
เธอแค่รู้สึกว่าเธอกำลังทำให้ใครหลายคนผิดหวัง
“ตอนนี้เพิ่งเริ่มต้นก็ยอมแพ้แล้ว แล้วจะทำยังไงต่อล่ะ? เหมี่ยวเหมี่ยว คิดให้รอบคอบนะ ถ้าเข้าสู่วงการนี้แล้วมัน จะย้อนกลับมาไม่ได้ ถ้าคุณไม่พร้อมออกแบบก็บอกป้าซ่งฉิงเลย ผมเชื่อว่าป้าซ่งฉิงจะต้องเข้าใจคุณ” อันที่จริงมู่อวี้เฉิงไม่เห็นด้วยกับการเข้าสู่วงการการออกแบบของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
มันใช้เวลามากเกินไป
มีกำลังใจฮึกเหิมเมื่อควรมี และยอมแพ้ในตอนที่ควรยอมแพ้ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ควรทำ
“งั้นฉันจะลองดูก่อน” แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะลังเล แต่ซ่งฉิงก้าวมาหาเธอแล้ว เธอไม่สามารถก้าวถอยหลังได้ ไม่อย่างนั้นอาจารย์ซ่งฉิงจะไม่รู้สึกแย่เอาเหรอ?
เธอรู้สึกไม่สบายใจมากจริง ๆ
หากเธอไม่มีพรสวรรค์ ฝืนไปก็มีแต่จะฉุดรั้งซ่งฉิงเปล่า ๆ
“อยากลองก็ลอง แต่อย่าพูดอะไรแย่ ๆ แบบนี้อีก แล้วอีกสองวันค่อยเอาร่างแบบไปให้ป้าซ่งฉิงดู ดูสิว่าป้าจะว่ายังไงบ้าง” มู่อวี้เฉิงลูบผมปลอบโยนเธอ
“ฉันแค่กังวลว่าจะทำไม่ได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มบิดเบี้ยว
“เอาล่ะ ลองดูก่อน ถ้าไม่ได้ก็ค่อยยอมแพ้ ไม่ต้องฝืนตัวเอง เข้าใจมั้ย? เดี๋ยวผมรับผิดชอบทุกอย่างเอง คุณจะทำหรือไม่ทำ ผมก็เคารพความคิดเห็นของคุณ” มู่อวี้เฉิงเป็นผู้สนับสนุนสุดแกร่งของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาคือผู้ไม่มีวันยอมแพ้ต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“อวี้เฉิง ขอบคุณนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอบอุ่นหัวใจมากจริง ๆ
ถ้าไม่มีมู่อวี้เฉิงอยู่เคียงข้าง เธอก็คงจะไม่รู้ว่าจะทำยังไง
มู่อวี้เฉิงมักจะดึงเธอขึ้นมาจากหลุมโคลนแบบนี้ทุกครั้ง
“เกรงใจอะไร” มู่อวี้เฉิงจูบหน้าผากเธอ
หลังจากได้รับการยืนยันจากมู่อวี้เฉิงแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มตรวจสอบข้อมูลและดูมีแรงบันดาลใจมากขึ้น
มู่อวี้เฉิงอยากจะเข้ามาช่วย แต่เธอไม่อนุญาต
เธออยากจะทำมันด้วยตัวเอง
หลังจากนี้หากเธอเข้าไปทำงานในสตูดิโอจริง ๆ เธอจะไม่สามารถพึ่งพามู่อวี้เฉิงได้ทุกเรื่อง
ตอนนี้ดึกมากแล้ว มู่อวี้เฉิงเข้าไปจัดการเอกสารในห้องทำงานและเดินกลับออกมา เพียงเพื่อพบว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงทำงานอยู่
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว “เหมี่ยวเหมี่ยว พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน อย่าเพิ่งทำ ไปนอนก่อน พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัวอย่างเด็ดขาด “ไม่ได้ ฉันเพิ่งหาแรงบันดาลใจเจอ ต้องรีบคว้ามันไว้”
“ถ้างั้นเสร็จแล้วต้องรีบไปนอนนะ” มู่อวี้เฉิงไม่รู้จะพูดอะไรต่อ
เขารู้ว่าเขาไม่สามารถหยุดถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้
แต่พอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำงานหนัก เขาก็รู้สึกทุกข์ใจมากจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ควรทำงานหนักแบบนี้เลย
“อืม รู้แล้ว คุณไปพักผ่อนเถอะ ฉันจะไปห้องสมุดหน่อย เสร็จแล้วจะรีบกลับไปนอน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบไหล่บอกมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงเป็นกังวลแต่ก็คงยังเดินกลับเข้าไปพักผ่อนในห้อง
บางครั้งการทำงานหนักก็ทำให้เราหลงลืมการกินและการนอนไป
โดยเฉพาะถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่คิดแรงบันดาลใจออกกลางดึกมากเป็นพิเศษ
เธอไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ไป
เธอก้มหน้ามองดูภาพร่างการออกแบบตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
ราวกับบางสิ่งบางอย่างปรากฏขึ้นต่อหน้าเธอ และตอนนี้มันกำลังถูกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว
เธอหยิบปากกาขึ้นมาขีดร่างทีละอัน
กระทั่งมู่อวี้เฉิงตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เขาก็พบว่าไฟในห้องสมุดยังถูกเปิดอยู่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงนั่งมองภาพร่างตรงหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำ
มู่อวี้เฉิงรีบเดินก้าวเข้ามา เขาขมวดคิ้วแน่นและน้ำเสียงก็ฟังดูเย็นชาเล็กน้อย “เหมี่ยวเหมี่ยว ไม่ได้กลับเข้าไปนอนเหรอ? ยังออกแบบอยู่หรือไง?”