พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 811 ความรักที่ไม่จำเป็น
ตอนที่ 811 ความรักที่ไม่จำเป็น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกอยู่ในช่วงอารมณ์หดหู่สุดขีด เธอเห็นว่ายังพอมีเวลาก่อนไปทำงาน เธอจึงเก็บข้าวของและเตรียม จะออกไปบริษัท
ก่อนหน้านี้เธอยังไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้พอมาหยุดนึกคิดดูแล้ว เธอรู้สึกว่าเธอเหนื่อยมากจริง ๆ และหัวใจก็อ่อนล้า
อาจเป็นเพราะคำพูดของมู่อวี้เฉิงที่ทำให้เธอหมดแรง
เธอดูสับสนมาก หลังจากไปล้างจานกลับออกมาก็ยังดูสับสนอยู่
ซ่งฉิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างวิตกกังวล “เหมี่ยวเหมี่ยว ไปพักผ่อนเถอะ วันนี้ก็ลางานซะ”
“ไม่ได้ค่ะ ตอนนี้หนูอยู่ในช่วงระหว่างส่งมอบงาน ลาไม่ได้หรอก เดี๋ยวมันจะล่าช้าไปกันใหญ่ อ๋อ หนูลืมไปว่าตอนนี้หนูไม่ต้องออกแบบแล้วใช่มั้ยคะ? หนูเพิ่งจะบอกพวกเขาไปเองว่าจะไม่ไปที่บริษัทแล้ว น่าตลกจริง ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเยาะ
ใครจะรู้ว่าหลังจากเธอเตรียมการไว้อย่างระมัดระวัง จนแม้แต่ตัวเธอเองก็คาดหวังกับมันมาก
สุดท้ายทุกคนจะกลับมาบอกว่าเธอทำไม่ได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าจะพูดว่าอะไรเลย
เธอพูดทุกอย่างออกไปหมดแล้ว และกู้ชิงก็เตรียมพร้อมขึ้นมาประจำตำแหน่งแทนเธอแล้ว
ต่อให้เธอจะสนิทสนมกับลู่ซีจวี๋เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจแบบนี้ได้ใช่ไหม?
แบบนั้นมันจะน่ารังเกียจเกินไป
“เหมี่ยวเหมี่ยว เรื่องทุกอย่างมันไม่ได้แย่อย่างที่หนูคิด พวกเราแค่คิดว่าหนูควรจะดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก หนูคุ้นเคยกับงานปัจจุบันอยู่แล้วและหนูก็ทำมันได้ดี ไม่จำเป็นต้องมาเรียนรู้เรื่องใหม่อย่างพวกการออกแบบเลย ตอนมาหาหนูแม่คิดแล้วคิดอีก และอาจเป็นเพราะแม่ไม่แน่ใจเอง ถ้าหนูชอบการออกแบบจริง ๆ ก็ลองใช้เวลาว่างออกแบบงาน เล็ก ๆ ดูก่อน จะต้องมีคนชอบมันแน่นอนจ๊ะ” ซ่งฉิงพูดปลอบใจถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เพราะสีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูแย่มาก
ซ่งฉิงถือว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นลูกสาวของเธออย่างแท้จริง
พอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นแบบนี้ เธอก็ทุกข์ใจ
“อาจจะค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเหยเก “หนูควรไปทำงานดีกว่า จะได้ไม่ต้องนั่งคิดเรื่องที่บ้าน ไม่สิ ตอนนี้ต่อให้ไปบริษัท หนูก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี”
“จู่ ๆ หนูจะไปบอกว่าเปลี่ยนใจก็ไม่ได้ใช่มั้ย? แผนการยิ่งใหญ่ที่เตรียมเอาไว้กลายมาเป็นแค่เรื่องตลก” โชคดีที่มีเพียง กู้ชิงและพวกลู่ซีจวี๋เท่านั้นที่รู้เรื่องการออกแบบของเธอ
นอกจากนั้นยังไม่มีใครรู้อีก
ถ้าทุกคนในบริษัทรู้เรื่องนี้ขึ้นมา เธอก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเลยจริง ๆ
ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย
“เหมี่ยวเหมี่ยว ฟังคำแนะนำของแม่ทูนหัวนะ ตอนนี้สงบสติอยู่ที่บ้านก่อน แล้วค่อยให้คำตอบที่แท้จริงในใจของหนูกับแม่ พักผ่อนให้เพียงพอและคิดให้รอบคอบ ถ้าหนูตัดสินใจ จะออกแบบจริง ๆ แม่ก็จะส่งหนูไปเรียนที่อังกฤษสองปี แบบนี้คิดว่าจะโอเคมั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสามารถแต่ยังขาดความรู้ทางด้านวิชาชีพ
ถ้าเธอไปเรียนแล้วอยากกลับมาเปิดสตูดิโอจริง ๆ ก็คง จะได้ และไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเหมือนตอนนี้
“ต้องไปเรียนที่อังกฤษด้วยเหรอคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถามด้วยน้ำเสียงตกใจ
ถูกต้อง เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องง่าย ๆ เกินไป
“แต่แม่ทูนหัว ไหนบอกว่าหนูมีความสามารถแล้วทำงานที่นี่ได้ไงคะ ทำไมหนูจะต้องไปต่างประเทศด้วย?” น้ำเสียงของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความสงสัย
การไปอังกฤษหมายความว่าเธอจะต้องอยู่ห่างจาก เสี่ยวเป่าและมู่อวี้เฉิง
แค่นี้มู่อวี้เฉิงก็โกรธมากแล้ว ถ้าเกิดเขารู้ว่าเธอจะไปอังกฤษ มันจะเป็นยังไง?
เธอไม่สามารถปล่อยให้มู่อวี้เฉิงเสียสละเพื่อเธอตลอดเวลาได้ เธอเองก็ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของมู่อวี้เฉิงด้วย
“แม่ทูนหัวอวดเก่งเกินไป คิดว่ามีแค่ความสามารถก็พอ แต่พอได้พลิกดูร่างการออกแบบของเมื่อคืนนี้แล้วแม่ก็คิดว่าหนูยังออกแบบได้ไม่เก่งพอ อีกอย่างหนูมีร่างกายไม่แข็งแรง ต้องพักฟื้น ขืนดื้อดึงทำงานใหญ่ ๆ แบบนี้ต่อไปก็คงจะไม่ไหว หนูควรคิดเรื่องนี้ให้ดี ๆ นะ” ซ่งฉิงรู้สึกผิดเช่นกัน
การมาเยือนของเธอมาขัดขวางชีวิตอันเงียบสงบของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปตั้งเท่าไหร่แล้ว?
แน่นอนว่าเธอไม่น่ากลับมาที่เมืองเป่ยเลย
ทุกครั้งที่เธอดำรงอยู่ คนรอบข้างเธอจะต้องประสบกับความโชคร้ายเสมอ
แม้แต่ลิ่นอวี๋เหยียนก็เหมือนกัน
“หนูจะคิดให้ดีค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อโทรศัพท์ขอลางานกับลู่ซีจวี๋
จากนั้นเธอก็โน้มตัวลงบนเตียง แต่กลับนอนไม่หลับ
เธอเฝ้านึกถึงใบหน้าของมู่อวี้เฉิง คิดว่าตนเองทำให้เขาผิดหวังขนาดไหน
เธอเศร้าใจขนาดนี้แล้วจะนอนหลับได้ยังไง?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกดโทรศัพท์มือถือแล้วส่งข้อความหามู่อวี้เฉิงโดยใช้คำพูดออดอ้อนเป็นประโยคเริ่มต้น
ทว่ามู่อวี้เฉิงกลับไม่ได้ตอบกลับข้อความของเธอเลย
หากเป็นปกติ มู่อวี้เฉิงจะต้องตอบข้อความกลับมาหาเธอทันที
ตอนนี้เขาไม่ตอบกลับเลย ซึ่งหมายความได้ว่าเขากำลังโกรธมาก
เธอจะทำยังไงดี?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสน แต่หลังจากคิดเรื่องนี้แล้วเธอก็เอนหลังลงบนเตียงและหลับตาลง
อาจเป็นเพราะอาการง่วงนอนสะสมจากเมื่อคืนนี้และความตึงเครียดที่ผ่อนคลายลง ทำให้เธอผล็อยหลับไป
มู่อวี้เฉิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้ตอบข้อความกลับหรือพูดคุยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาต้องการให้เธอตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเอง
เขาเป็นห่วงถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาโดยตลอด แต่ในสายตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมองเห็นว่าความรักของเขาเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น
เขาไม่รู้ว่าภายในใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอะไรคือสิ่งสำคัญกันแน่
เขายังบอกตัวเองว่าอย่าไปสนใจถงเหมี่ยวเหมี่ยว
แต่เขากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก และเธอก็ยังต้องตระหนักถึงความจริงของเรื่องนี้ให้ได้
ลู่หมิงเดินเข้ามาและเห็นว่ามู่อวี้เฉิงกำลังจ้องมองเอกสารด้วยสายตาว่างเปล่า
ดูเหม่อลอยไปเล็กน้อย
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนักกับมู่อวี้เฉิง
โดยปกติถ้าตกอยู่ในอาการนี้ เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ล้วนเกี่ยวข้องกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ลู่หมิงจึงถามว่า “คุณมู่ ทะเลาะกับคุณหนูสะใภ้มาเหรอครับ?”
มู่อวี้เฉิงเงยหน้าแล้วมองดูเขา “นายรู้ได้ยังไง?”
“ก็คุณชอบเป็นแบบนี้เวลาทะเลาะกับคุณหนูสะใภ้” ลู่หมิงยิ้ม
แม้ว่าเขาจะมีสถานะเป็นลูกน้องของมู่อวี้เฉิง แต่เขาก็มักจะแสดงความคิดเห็นต่อหน้ามู่อวี้เฉิง
ไม่ได้ทำตัวเคร่งครัดจนเกินไป
นอกจากนี้เขายังรู้เรื่องเกี่ยวกับมู่อวี้เฉิงมากที่สุด และทั้งสองก็ไว้วางใจซึ่งกันและกันมาก
ลู่หมิงรู้ว่าเขาไม่ควรพูดมากจนเกินไป แต่บางครั้งเขาก็พูดคุยกับมู่อวี้เฉิงเพื่อแก้ปัญหา
“ยังไงซะนายก็ไม่มีแฟน ไม่จำเป็นต้องเล่าหรอก” มู่อวี้เฉิงพูดเบา ๆ
หากลู่หมิงมีแฟน ตอนนี้เขาก็คงจะให้อีกฝ่ายช่วยวิเคราะห์สถานการณ์
แต่น่าเสียดายที่ลู่หมิงไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักที
ลู่หมิงที่ได้ยินเช่นนั้นอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก ก็แค่เล่าออกมา จำเป็นต้องซ้ำเติมเขาด้วยเหรอ?
ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่กล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป
ช่างเถอะ พวกมู่อวี้เฉิงเป็นคู่รักหนุ่มสาวย่อมสามารถแก้ปัญหาได้เองอยู่แล้ว ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องพูดมาก
มู่อวี้เฉิงมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาไม่รู้ว่าถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวดึงดันจะเลือกการออกแบบขึ้นมาจริง ๆ เขาจะทำยังไงดี?
เขารักถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากกว่าสิ่งอื่นใด และเดาว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเป็นคนเดียวที่ยอมถอยใช่ไหม?