พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 814 แสนดีกับเธอมากจริง ๆ
ตอนที่ 814 แสนดีกับเธอมากจริง ๆ
“แม่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เด็กคนนี้น่ะแค่ขาดแคลนเงินและชอบคิดลบกับตัวเอง แต่ว่าเธอเป็นเด็กดี กล้าพูดแต่ไม่ค่อยกล้าทำ หนูเชื่อว่าถ้าได้รับการฝึกฝนจากแม่ทูนหัว เด็กคนนี้จะต้องดีขึ้นแน่ ๆ ค่ะ” เด็กคนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังพูดถึงคือซ่งโมโม่
เธอพบว่าซ่งโมโม่รู้สึกผิดมากหลังจากทำเรื่องที่ผิดมหันต์กับกู้ชิง
อีกฝ่ายพยายามหาเวลาเข้ามาขอโทษ แต่ก็กังวลว่าเรื่องจะร้ายแรงกว่านี้
จึงไม่ได้เข้าไปพบกู้ชิงเลย
เธอยังเห็นว่าวันนั้นซ่งโมโม่เป็นฝ่ายเริ่มชงกาแฟไปให้ กู้ชิง โดยเอามันไปวางเสิร์ฟไว้บนโต๊ะของกู้ชิง
แม้ว่าตอนนี้ร่างกายของกู้ชิงจะไม่สามารถดื่มกาแฟได้และนำมันไปมอบให้คนอื่นแทน แต่สุดท้ายซ่งโมโม่ก็ยังมีน้ำใจไม่ใช่เหรอ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคยเห็นอะไรแบบนี้มามากมาย
เธอมองออกว่าเด็กอย่างซ่งโมโม่ไม่ได้มีนิสัยเลวร้ายมาตั้งแต่แรก
เพียงแค่อาจจะหลงทางไปชั่วขณะ
เธอบังเอิญผ่านไปเห็นภาพร่างของซ่งโมโม่โดยบังเอิญสมัยตอนที่ซ่งโมโม่ยังอยู่ในสาขาย่อย
แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่การลากลายเส้นง่าย ๆ แต่อีกฝ่ายก็วาดมันจนดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
ถึงอย่างนั้นซ่งโมโม่กลับเก็บรูปภาพนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าซ่งโมโม่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอวาดภาพได้ เธอจึงไม่ได้ถามอะไร
พอตอนนี้มาลองคิดดูแล้ว บางทีเธออาจจะให้โอกาส ซ่งโมโม่ได้
ทุกคนจะต้องกลายเป็นคนที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากได้คำถ้อยคำชมเชย ซ่งฉิงก็รู้สึกสนใจเด็กที่เธอกำลังพูดถึงเป็นอย่างมาก “นานทีปีหนจะได้ยินหนูพูดชมใครสักคน ก็ได้ พาเด็กคนนั้นมาให้แม่ดูก่อน แม่ดูแล้วจะลองพิจารณาดูว่าจะได้มั้ย?”
ด้วยสถานะของซ่งฉิง เธอไม่สามารถคัดเลือกคนแบบส่งเดชได้
เธอชอบถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก นั่นคงเป็นเหตุผลที่เธอมีข้อยกเว้นให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาตลอด
แต่นั่นสำหรับถงเหมี่ยวเหมี่ยวคนเดียวเท่านั้น สำหรับคนอื่น ๆ เธอไม่สามารถรับประกันได้ว่าเธอจะปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนกับที่ปฏิบัติต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรือไม่
หากแต่มีพรสวรรค์ เธอก็จะสอนอย่างพิถีพิถันแน่นอน
“แม่ทูนหัว ขอบคุณนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม
“จะมาขอบคุณอะไรล่ะ?” ในที่สุดบทสนทนาก็จบลงด้วยความสบายใจ
บรรยากาศระหว่างซ่งฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวผ่อนคลายลงมาก
ทั้งสองพูดคุยกันต่ออีกสักพักก่อนที่มู่อวี้เฉิงจะกลับมาถึง
เมื่อเห็นร่องรอยยับยู่ยี่บนเสื้อสูทของมู่อวี้เฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คาดเดาได้ว่ามู่อวี้เฉิงคงจะเดินทางกลับมาจากบริษัทโดยตรง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกโกรธและทุกข์ใจมาก
“ทำไมคุณไม่รู้จักดูแลตัวเองบ้างเลย?” เขาคอยดูแลเธอทุกอย่างอย่างดี แต่ตัวมู่อวี้เฉิงเองล่ะ? เขาไม่แม้แต่จะสนใจตัวเองเลย
“ผมแข็งแรงดี คุณไม่ต้องมากังวลกับผมหรอก ดูแลตัวเองเถอะ” มู่อวี้เฉิงจับแก้มเธอ
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับหลบมือเขา
มือของมู่อวี้เฉิงแข็งค้างอยู่ครู่หนึ่งและสีหน้าของเขาก็ดูหนักใจมาก
พอเห็นสีหน้าเจ็บปวดของเขา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดขึ้นว่า “แม่ทูนหัวคอยเฝ้าฉันอยู่ที่นี่แล้ว คุณกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วค่อยมาใหม่เถอะ ไม่งั้นถ้ามีคนมาเห็นเข้าคุณจะเสียภาพลักษณ์เอา กลับไปแล้วก็พักผ่อนเอาแรงด้วยล่ะ ร่างกายฉันดีขึ้นแล้ว”
อันที่จริงประโยคสุดท้ายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวต่างหากที่เป็นใจความสำคัญ
หลังจากได้ยินว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นห่วงเขา มู่อวี้เฉิงก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมา
ดูเหมือนว่าความรักที่เขามีต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่ไร้ผล
ดังนั้นเขาจึงตอบรับเสียงแผ่วว่า “ผมนั่งอ่านเอกสารในบริษัทถึงดึกทุกวันจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แค่นี้อยู่ได้สบาย”
แต่ใครจะคิดว่าเมื่อได้ยินคำพูดของมู่อวี้เฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะขมวดคิ้วแน่น “คุณเอาแต่บอกให้ฉันดูแลร่างกายตัวเองให้ดี คุณก็ควรดูแลร่างกายตัวเองด้วยสิ!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปาก น้ำเสียงของเธอฟังดูแข็งทื่อเล็กน้อย
เธอเพิ่งขัดแย้งกับมู่อวี้เฉิงไป ถึงแม้ว่าเธอจะตัดสินใจแล้วแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้น้ำเสียงไหนกับมู่อวี้เฉิง
“ก็ได้ ผมรู้แล้ว รอคุณหลับก่อนเดี๋ยวผมค่อยกลับไป” มู่อวี้เฉิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดเกลี้ยกล่อม
อีกฝ่ายเป็นถึงภรรยา ไม่ให้ตามใจเธอแล้วจะให้ไปตามใจใคร?
“ก็ได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ
หลังจากกินโจ๊กเข้าไปเล็กน้อย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตกอยู่ภายใต้ฤทธิ์ของยา
เธอนอนพิงหมอนแล้วหาวฟอด ๆ หลังจากพูดคุยกับ ซ่งฉิงได้สองสามคำ เธอก็ง่วงนอนแล้วผล็อยหลับไป
พอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวผล็อยหลับไป มู่อวี้เฉิงก็หันมาคุยกับซ่งฉิงแทน “ป้าซ่งฉิง เมื่อคืนอยู่ดูแลเธอทั้งคืนเลย กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมอยู่เฝ้าต่อเอง”
“เธอแน่ใจเหรอ? เกิดเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นขึ้นมาเห็นเธอยังอยู่ที่นี่ เธอจะมีพลังต่อกรหรือไง? เธอกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดี ๆ แล้วค่อยกลับมา พอเธอกลับมาแล้วป้าจะได้เปลี่ยนกะกับเธอ” ซ่งฉิงจ้องมองมู่อวี้เฉิงแกมหยอกล้อ
ตอนนี้มู่อวี้เฉิงแสนดีกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากจริง ๆ
แม้แต่เธอยังมองออก
ไม่ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะทำให้เขาอารมณ์เสียมากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยโมโหใส่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลย
ซ่งฉิงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสีหน้าวิตกกังวลของเขาเมื่อเขารู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีไข้เมื่อวานนี้
ต้องรักขนาดไหนนะถึงจะมีปฏิกิริยาขนาดนี้
“ป้าซ่งฉิง รบกวนด้วยนะครับ” มู่อวี้เฉิงคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วพบว่ามันเป็นความจริง
ถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นขึ้นมาเห็นเขาอยู่ที่นี่ เธอจะต้องต่อว่าเขาอย่างแน่นอน
เขาคิดว่ามันไม่เป็นอะไร
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังป่วยอยู่ และเขาก็กังวลว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะป่วยจนทรุดหนักอีก
ที่นี่ยังมีซ่งฉิงคอยเกลี้ยกล่อมถงเหมี่ยวเหมี่ยว ส่วนเขาไม่มีทางเลือกอื่นเลยนอกจากประนีประนอมกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ไม่มีทางเลือกเลย สถานะของเขาไม่ได้มั่นคงขนาดนั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะฟังแค่ซ่งฉิงเท่านั้น
“เอาล่ะ รีบกลับไปพักผ่อนเร็ว ๆ” ซ่งฉิงยังไม่ได้บอก มู่อวี้เฉิงว่าเธอตัดสินใจจะไม่ทำงานออกแบบแล้ว
เธอคิดว่าเธอจะรอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาบอกมู่อวี้เฉิงด้วยตัวเอง จะได้ปล่อยให้คนหนุ่มสาวมีความสุขร่วมกัน
เธอจะไม่พูดอะไร
ฟังจากปากของถงเหมี่ยวเหมี่ยวย่อมดีกว่าฟังผ่านเธออย่างแน่นอน
“ป้าซ่งฉิง ฝากคุยกับเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยนะครับ” มู่อวี้เฉิงไม่ได้พูดมันออกมาอย่างกระจ่าง
แต่ว่าซ่งฉิงกลับเข้าใจความหมายของรูปประโยคดี แม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะไม่พูดออกมาก็ตาม
ซ่งฉิงพยักหน้า “ได้ ป้าจะช่วยพูดให้”
มู่อวี้เฉิงกลับมาบ้านและนอนหลับอยู่พักหนึ่ง จากนั้นเขาก็คิดได้ว่าอีกไม่นานถงเหมี่ยวเหมี่ยวคงจะตื่นขึ้นมา เขาจึงเปลี่ยนเสื้อผ้า นำซุปที่ต้มเอาไว้ออกมาแล้วออกเดินทางทันที
เขาเตรียมพร้อมสำหรับการไปโรงพยาบาลแล้ว โดยตั้งใจจะไปเปลี่ยนกะกับซ่งฉิงเพื่อให้ซ่งฉิงได้พักผ่อน
กระทั่งไปถึงโรงพยาบาลและกำลังจะเตรียมเสิร์ฟซุป เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
คนที่โทรมาไม่ใช่ใครอื่น นอกจากลิ่นอวี๋เหยียน
มู่อวี้เฉิงเช็ดมือแล้วกดรับสาย
น้ำเสียงโกรธเคืองของลิ่นอวี๋เหยียนดังมาจากปลายสายทันที “เหมี่ยวเหมี่ยวเข้าโรงพยาบาล แกไม่บอกแม่สักคำ เกิดเรื่องอะไรขึ้น? เหมี่ยวเหมี่ยวโกรธแกด้วยใช่มั้ย?”
มู่อวี้เฉิงนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะรู้เรื่องเร็วขนาดนี้ มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วด้วยอาการปวดหัวทันที “แม่”