พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 815 จี้จุดเจ็บปวดของเธอ
ตอนที่ 815 จี้จุดเจ็บปวดของเธอ
“แกยังเห็นฉันเป็นแม่อยู่มั้ย? แกทำให้เหมี่ยวเหมี่ยวทุกข์ทรมานมามาก ถ้าไม่ใช่เพราะแก ร่างกายเหมี่ยวเหมี่ยวจะย่ำแย่แบบนี้เหรอ? ลองคิดดูให้ดี เหมี่ยวเหมี่ยวอยากทำอะไรแต่ทำไม่ได้ ก็เพราะว่าเป็นความผิดของแกไง!” น้ำเสียงของ ลิ่นอวี๋เหยียนเกรี้ยวกราดมาก
เมื่อสักครู่นี้เธอโทรศัพท์ไปหาซ่งฉิง อยากจะชวนซ่งฉิง ออกมาจิบกาแฟสักหน่อย
แต่ซ่งฉิงกลับบอกเธอว่าตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล
เธอคิดว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับซ่งฉิง
นึกไม่ถึงว่าคนที่เข้าโรงพยาบาลจะเป็นถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ซ่งฉิงก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เธอฟัง
เธอรู้แค่ว่ามู่อวี้เฉิงดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ไม่ดีพอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคลอดเสี่ยวเป่าให้มู่อวี้เฉิงและเลี้ยงดูเสี่ยวเป่าจนเติบใหญ่ ไม่ว่ามู่อวี้เฉิงจะทำอะไรก็ไม่สามารถชดเชยเรื่องที่เกิดขึ้นได้เลย
“ผมคิดว่าผมทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว” มู่อวี้เฉิงตอบกลับอย่างใจเย็น
มู่อวี้เฉิงคิดว่าเขาสามารถจัดการเรื่องระหว่างพวกเขาได้ และไม่จำเป็นต้องให้ลิ่นอวี๋เหยียนเข้ามายุ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นคำพูดของลิ่นอวี๋เหยียนยังฟังดูไม่ค่อยน่าพึงพอใจนัก
“ใช่ แกพูดถูก แต่เหมี่ยวเหมี่ยวเป็นแบบนี้เพราะใครล่ะ?” น้ำเสียงของลิ่นอวี๋เหยียนคมชัดเป็นพิเศษ
“แม่ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของผมหรอก” มู่อวี้เฉิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกดวางสายทันที
เขายุ่งกับงานที่บริษัทตลอดทั้งวันและยังต้องมาดูแล ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต่อ เพราะฉะนั้นเขาไม่อยากพูดอะไรกับ ลิ่นอวี๋เหยียนจริง ๆ
นอกจากนี้คำพูดคำจาของลิ่นอวี๋เหยียนยังทำให้เขาเจ็บปวด เขาจึงไม่ต้องการสนใจอีกต่อไป
ลิ่นอวี๋เหยียนวางโทรศัพท์ลงด้วยสายตาเหลือเชื่อ
เธอตะโกนเสียงดังลั่นบ้านว่า “มู่หงจวิ้น ลงมานี่!”
มู่หงจวิ้นกำลังจัดการของสะสมเก่า ๆ อยู่ในห้องสมุด
หลังจากลงจากตำแหน่งแล้ว เขาก็ชอบเข้ามาคลุกตัวอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดตลอดทั้งวัน รวมถึงสะสมของเก่าแก่จากทุกที่
แน่นอนว่าเขาจะเข้าไปช่วยงานในบริษัทยามเมื่อจำเป็นเท่านั้น
หลังจากได้ยินเสียงของลิ่นอวี๋เหยียน มู่หงจวิ้นก็วางแจกันในมือลงอย่างระมัดระวังและเดินลงไปที่ชั้นล่าง “มีอะไร?”
ลิ่นอวี๋เหยียนยืนท้าวสะโพกแล้วชี้ไปที่โทรศัพท์มือถือ “ดูลูกชายตัวดีของคุณ แหม่ บังอาจนักนะ มาบอกให้ฉันเลิกเข้าไปยุ่งเรื่องระหว่างมันกับเหมี่ยวเหมี่ยว ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว ฉันอุตส่าห์อุ้มท้องมาตั้งเก้าเดือน เพื่อให้มันมาพูดกับฉันแบบนี้เนี่ยนะ คุณดู ไอลูกชายตัวดีของคุณ”
มู่หงจวิ้นถอนหายใจ “อวี๋เหยียน พวกคนหนุ่มสาวน่ะไม่เป็นไรหรอก อวี้เฉิงเป็นยังไง เดี๋ยวเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตัดสินเองแหละ คุณจะเข้าไปสนใจทำไม?”
“แต่นั่นมันลูกฉัน ทำไมฉันจะเข้าไปยุ่งไม่ได้?” ลิ่นอวี๋เหยียนไม่เข้าใจและรู้สึกว่าคำพูดของมู่หงจวิ้นไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
“ใช่ อวี้เฉิงเป็นลูกคุณ แต่ตอนนี้ลูกแต่งงานมีธุรกิจแล้ว แถมยังมีเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าด้วย คุณก็เข้าไปยุ่งให้มัน น้อย ๆ ลงหน่อย เอาเวลาไปดื่มชาชมนกชมไม้เถอะ พวกเขาโตกันแล้ว อยากทำอะไรก็ให้พวกเขาคิดกันเอาเอง” มู่หงจวิ้นพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
“คุณคิดว่าฉันทำแบบนี้มันผิดเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนเบิกตากว้าง ราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดนี้จะหลุดมาจากปากของมู่หงจวิ้น
“แล้วคุณไม่รู้เหรอว่าที่คุณทำมันถูกหรือผิด? ผมว่าอวี้เฉิงดูแลเหมี่ยวเหมี่ยวดีแล้ว คุณไม่ต้องไปคิดอะไรแทนเขาหรอก ก่อนหน้านี้คุณก็ไม่ได้ดูแลเหมี่ยวเหมี่ยวดีเหมือนอวี้เฉิงด้วยซ้ำ อย่าไปโทษอวี้เฉิงเลย ถ้าคุณรู้สึกเสียใจจริง ๆ ก็พยายามแก้ไขมันด้วยตัวเองดีกว่า” มู่หงจวิ้นอยู่กินกับลิ่นอวี๋เหยียนมานานนับสิบกว่าปี
เขารู้ดีว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
ก่อนหน้านี้สามารถพูดได้เต็มปากว่าลิ่นอวี๋เหยียนทำกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากเกินไป
ลิ่นอวี๋เหยียนอยากจะให้มู่อวี้เฉิงดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้ดีขึ้นแทนเธอ
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงอยู่ด้วยกันในฐานะคู่รัก พวกเขามีชีวิตเป็นของตัวเองและย่อมมีการทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นธรรมดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ว่าลิ่นอวี๋เหยียนก็ไม่จำเป็นจะต้องเข้าไปสอนว่าพวกเขาควรจะทำอย่างไร
“คุณ คุณ…” คำพูดของมู่หงจวิ้นจี้จุดเจ็บปวดของ ลิ่นอวี๋เหยียนเป็นอย่างมาก
เธอมองดูมู่หงจวิ้นด้วยสายตาเหม่อลอยอยู่นาน
“ส่วนคุณ ก็ไม่ต้องมานั่งโทษตัวเองหรอก เหมี่ยวเหมี่ยวไม่เคยว่าอะไรคุณ แต่ถ้าคุณพูดแบบนี้ อวี้เฉิงอาจจะกดดันถึงขั้นทะเลาะกับเหมี่ยวเหมี่ยวได้ คุณจะทำให้พวกเขาเป็นแบบนั้นเหรอ?” มู่หงจวิ้นพูดอย่างโกรธเคืองแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องสมุด
ก่อนจะตามมาด้วยเสียงปิดประตูดัง “ปัง”
ลิ่นอวี๋เหยียนตกใจมาก
เธอยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าซีดเซียว
เธอทำผิดจริง ๆ เหรอ? ทำไมสามีกับลูกชายถึงพากันพูดแบบนี้?
เธอแค่ทำเพื่อพวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวเท่านั้น…
หลังจากได้ยินเสียงทะเลาะกัน แม่บ้านก็เดินเข้ามาจากสวนหลังบ้าน
พอเห็นว่าลิ่นอวี๋เหยียนมีสีหน้าไม่ดี แม่บ้านก็ถามด้วยความเป็นห่วงว่า “คุณผู้หญิงค่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า”
ลิ่นอวี๋เหยียนกลับมาได้สติอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงของแม่บ้าน
จากนั้นเธอโบกมือปฏิเสธแล้วฝืนยิ้ม “ไม่มีอะไร ไม่เป็นไรหรอก”
แม่บ้านมองดูลิ่นอวี๋เหยียนอย่างเป็นกังวลแล้วพูดว่า “คุณผู้หญิง เดี๋ยวฉันพาไปนั่งบนโซฟานะคะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่ปฏิเสธ
เธอนั่งจ๋องอยู่บนโซฟา ขมวดคิ้วด้วยสีหน้างุนงง “แม่บ้าน ฉันทำผิดจริง ๆ เหรอ?”
“อะไรนะคะ?” แม่บ้านได้ยินพวกเขาทั้งสองคนทะเลาะกัน แต่ไม่ได้ยินเนื้อหาที่พวกเขาทะเลาะกัน
เธอจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ไม่มีอะไร ไปทำงานต่อเถอะ ฉันจะสงบอารมณ์สักหน่อย” ลิ่นอวี๋เหยียนไล่แม่บ้านออกไป ตอนนี้เธออยากอยู่คนเดียว
“ค่ะ” แม่บ้านมองดูสีหน้าลิ่นอวี๋เหยียนด้วยความรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามเธอเป็นเพียงคนรับใช้ และเรื่องระหว่างเจ้านายไม่ใช่สิ่งที่เธอจะมาคาดเดาได้
แม่บ้านเหลือบมองลิ่นอวี๋เหยียนแล้วเดินออกไป
เมื่อมู่อวี้เฉิงมาถึงโรงพยาบาล ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังไม่ตื่นขึ้นมาแล้ว
ซ่งฉิงเหนื่อยมากจนผล็อยหลับไปข้างเตียง
มู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปเขย่าไหล่ซ่งฉิงเบา ๆ “ป้าซ่งฉิง กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ เดี๋ยวเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นขึ้นมา ผมอยู่ดูแลต่อเอง”
เธอเห็นว่าเขากลับเข้ามาด้วยสภาพสดชื่นมากและเสื้อผ้าก็ถูกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว
ซ่งฉิงจึงคาดเดาได้ว่ามู่อวี้เฉิงน่าจะเปลี่ยนเสื้อผ้าและพักผ่อนมาบ้างแล้ว
ซ่งฉิงพยักหน้าและนวดคลึงแขนที่ปวดตึงของเธอ
“ป้าแก่แล้ว ร่างกายก็ไม่ค่อยจะไหว ฝากเหมี่ยวเหมี่ยวไว้กับเธอก่อนนะ ป้าจะกลับไปพักผ่อนสักหน่อย” ซ่งฉิงพูด จากนั้นมู่อวี้เฉิงก็ส่งกุญแจคฤหาสน์ตี้หลานให้ซ่งฉิงและซ่งฉิงก็จากไป
หลังจากซ่งฉิงจากไปได้ครึ่งชั่วโมง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตื่นขึ้นมา
เธอตื่นขึ้นมาด้วยสภาพมึนหัวเล็กน้อย
แต่พอเห็นมู่อวี้เฉิงนั่งอยู่ข้างเตียง เธอก็กลับมามีสติอีกครั้ง
ถึงจะเห็นมู่อวี้เฉิงเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่แล้ว แต่คิดว่าเธอจะพอใจเหรอ?
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเจ้ากี้เจ้าการว่า “ทำไมคุณรีบกลับมานักล่ะ? ไม่รู้เหรอว่าต้องพักผ่อนให้เต็มที่?”
“เจ้าหมูจอมขี้เกียจ ไม่รู้หรือไงว่าตัวเองนอนมาทั้งบ่ายแล้ว?” มู่อวี้เฉิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความรัก
ผู้หญิงคนนี้จริง ๆ เลย เป็นห่วงเขาแต่ก็ยังวางตัวไม่ถูก
แต่อย่างน้อยคำพูดที่เป็นห่วงเป็นใยก็ทำให้มู่อวี้เฉิงรู้สึกดีขึ้น