พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 823 ไม่ทำให้ผิดหวัง
ตอนที่ 823 ไม่ทำให้ผิดหวัง
จนกระทั่งซ่งโมโม่กลับออกไปแล้ว กู้ชิงก็ส่ายหัวแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดถาม “คุณถง ซ่งโมโม่… เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเล่าเรื่องของซ่งฉิงให้เธอฟัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางวิตกกังวลของกู้ชิงแล้วเผลอหลุดยิ้มออกมา “เธอนี่ปกป้องเขาดีจริง ๆ คิดว่าฉันจะไล่เขาออกเลยรีบมาหาฉันใช่มั้ย”
กู้ชิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินเมื่อถูกจับได้ “ขอโทษค่ะคุณถง ฉันคิดมากไปเอง คุณใจดีจัง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม “คำชมเธอเนี่ยมันดูฝืนใจจังนะ”
กู้ชิงเกาจมูกแล้วพูดว่า “ฉันแค่พูดตามความจริง ไม่ใช่กับแค่ซ่งโมโม่ แต่กับฉันก็ด้วย คุณถง คุณใจดีมากจริง ๆ ค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มแล้วไม่พูดอะไร
ในช่วงบ่ายถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้รับโทรศัพท์จาก อินอวี่โหรว โดยอินอวี่โหรวโทรมาชวนเธอออกไปกินข้าวเย็นด้วยกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรจึงส่งข้อความบอกมู่อวี้เฉิง บอกตำแหน่งร้านอาหาร จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไปตามนัด
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะอยู่ที่นั่นด้วย
ลู่ซีจวี๋ดูแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักลดฮวบลงไปมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขาแล้วโพล่งออกไปด้วยความสงสัย “รุ่นพี่ ทำไมกลายมาเป็นแบบนี้ได้คะ?”
อินอวี่โหรวหันไปมองลู่ซีจวี๋ด้วยสายตาที่เป็นทุกข์ “ก็เธอกำลังจะลาออก ซีจวี๋ต้องเข้ามาจัดการอินกรุ๊ปและดูแลสตีเฟนไปพร้อม ๆ กัน ร่างกายของเขาก็เลยไม่ไหว บางครั้งยุ่งมากจนไม่มีเวลาได้กินข้าวด้วยซ้ำ ทุกวันนี้นอนวันละห้าชั่วโมงเอง”
แม้ว่าเธอจะพูดออกมาแบบนั้น แต่เธอก็ไม่ได้ตั้งใจ จะตำหนิถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ทุกคนมีสิทธิ์เลือก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เช่นกัน อีกฝ่ายไม่ควรถูกคุมขังอยู่ที่นี่ตลอดเวลา
ถึงอย่างนั้นคนที่ต้องทนทุกข์ทรมานกลับกลายเป็นลู่ซีจวี๋
“ฉันขอโทษนะอวี่โหรว ฉันไม่รู้ว่าถ้าลาออกแล้วจะทำให้พวกเธอลำบากขนาดนี้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกผิด
และเหตุการณ์ดังกล่าวก็ทำให้เธอรู้สึกอายที่จะพูดเรื่องนั้นออกไป
ถ้าเธอบอกว่าเธอจะกลับมาทำงาน ก็ไม่รู้ว่าลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวจะคิดยังไงกับเธอ
อาจจะคิดว่าเธอแค่ล้อพวกเขาเล่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลังเลว่าจะพูดดีหรือไม่
“มันไม่เกี่ยวกับเธอหรอก ไม่ต้องกังวล” อินอวี่โหรวรู้สึกว่าถ้าเธอถูกสอบสวนจริง ๆ เธอเองจะกลายเป็นผู้กระทำผิด
เธอจงใจยืนกรานจะให้ลู่ซีจวี๋เข้ามาบริหารอินกรุ๊ป ถ้าอินกรุ๊ปไม่มีเรื่องวุ่นวายมากความ ลู่ซีจวี๋ก็จะไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้
ลู่ซีจวี๋โบกมือปฏิเสธ “มันไม่ได้หนักหนาอย่างที่พวกคุณพูดหรอก แค่ช่วงแรกจะเหนื่อยหน่อยเท่านั้น เดี๋ยวหลังจากนี้ก็ดีขึ้น”
แน่นอนว่าเขาไม่ได้มาจากตระกูลอิน ตอนที่เขาเข้าไปในอินกรุ๊ปครั้งแรก ทุกคนจึงไม่พอใจในตัวเขามาก
เขาต้องยอมรับข้อเท็จจริงและทำให้ทุกคนเชื่อใจเขา
ไม่อย่างนั้นคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่มานานจะไม่ยอมพ่ายแพ้
ก่อนหน้านั้นเขาเคยเจอประสบการณ์ที่เหน็ดเหนื่อยกว่านี้อีก แต่ลู่ซีจวี๋ก็จัดการจนผ่านมันมาได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงครั้งนี้เลย
“ถ้าฉันช่วยคุณแบ่งเบาภาระได้บ้างก็คงจะดี” อินอวี่โหรวกัดปากแล้วก้มหน้าลง
แม้ว่าจะผ่านการฝึกฝนมาแล้ว แต่เธอก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เธอเรียนรู้มาก่อนหน้านั้นไร้ประโยชน์แค่ไหน
คาดว่าที่พ่อแม่ของเธอยกตำแหน่งในบริษัทต่างประเทศให้ก็เพื่อทำให้เธอมีความสุข และมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถของเธอเลย
นี่เป็นครั้งแรกที่อินอวี่โหรวได้เรียนรู้จักการไร้ความสามารถ
ตอนนี้เธอไม่มีคุณสมบัติจะเป็นผู้ช่วยของลู่ซีจวี๋ด้วยซ้ำ
เธอทำได้แค่จัดเรียงข้อมูลและชงชาเท่านั้น และมันก็ล้วนเป็นงานที่นักศึกษาฝึกงานเขาทำกัน
ยังดีที่ลู่ซีจวี๋คอยพูดปลอบเธอตลอดเวลา
เมื่อเห็นว่าพวกเขาต้องมาลำบากเพราะเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี
เธอเม้มปากแล้วตัดสินใจพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป “รุ่นพี่ ฉันจะไม่ไปทำงานออกแบบแล้วค่ะ อยากกลับไปทำงานที่บริษัท ฉันร่างกายไม่แข็งแรง ให้ทำงานออกแบบคงไม่ไหว ไหนจะต้องไปเรียนต่อต่างประเทศอีก ฉันเลยตัดสินใจเลิกออกแบบแล้วกลับมาทำงานแทน”
หลังจากพูดจบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
อันที่จริงเรื่องบางอย่างก็ไม่ได้ยากเย็นอย่างที่เธอคิด
ก่อนที่ลู่ซีจวี๋จะพูดอะไร อินอวี่โหรวก็เป็นคนแรกที่พูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ “จริงเหรอเหมี่ยวเหมี่ยว ถ้าเธอกลับมาทำงานเธอจะช่วยซีจวี๋แบ่งเบางานได้เยอะเลย ซีจวี๋จะไม่ต้องเหนื่อยแล้วใช่มั้ย?”
ปฏิกิริยาของเธอดูจริงใจอย่างมาก
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะพูดตอบ ลู่ซีจวี๋ก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เหมี่ยวเหมี่ยว คิดให้รอบคอบนะ งานออกแบบคืองานที่เธอชอบไม่ใช่เหรอ เธอจะยอมแพ้จริง ๆ หรือไง?”
“รุ่นพี่ ฉันตัดสินใจดีแล้วค่ะว่าฉันจะกลับมาทำงาน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลง
เธอรู้ว่าการออกแบบมีความหมายอย่างไรกับตัวเธอ
แต่เธอต้องนึกถึงมู่อวี้เฉิงกับเสี่ยวเป่าด้วย
ถ้าเธอเลือกการออกแบบแล้วต้องแยกจากมู่อวี้เฉิงกับเสี่ยวเป่าจริง ๆ เธอจะไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ?
เธอไม่ต้องการแบบนั้น
บางครั้งถ้าลองคิดสลับมุมมองกัน เธออาจจะไม่สามารถสงบนิ่งได้เท่ามู่อวี้เฉิงด้วยซ้ำ
“ก็ได้ ในเมื่อเธอตัดสินใจดีแล้วพี่ก็จะไม่พูดอะไร จากนี้พี่จะปล่อยให้เธอดูแลสตีเฟนสักพัก แค่สั้น ๆ เท่านั้น พี่ยังปล่อยมือจากกิจการของสตีเฟนไม่ได้ เธอก็อย่ากดดันตัวเองล่ะ แค่ปล่อยให้สตีเฟนเป็นแบบนี้ต่อไปก็พอ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบอกว่าเธอมีสุขภาพไม่แข็งแรง ลู่ซีจวี๋จึงไม่อยากบีบบังคับเธอ
ถึงอย่างนั้นลู่ซีจวี๋ก็รู้สึกโล่งอกที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง
ด้วยวิธีการนี้ เขาจะสามารถมุ่งเป้าหมายไปที่กิจการของอินกรุ๊ปได้ ส่วนกิจการของสตีเฟนกรุ๊ปก็ปล่อยให้เธอเป็นคนรับผิดชอบแทน
เธอรู้ดีว่าความสามารถของเธออยู่ในระดับไหน
“ค่ะรุ่นพี่ เรื่องที่บริษัทปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันได้เลย ฉันจะไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วกำหมัด
เมื่อทั้งสองคนพูดคุยกันด้วยท่าทางเช่นนี้ อินอวี่โหรวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม
“ทั้งสองเป็นอะไรไป? ทำยังกับส่งมอบพลังลึกลับให้กันอยู่นั่นแหละ”
“รุ่นพี่ อวี่โหรว ขอบคุณที่เข้าใจฉันนะ ขอบคุณ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขอบคุณด้วยความจริงใจ
อันที่จริงต่อให้พวกเขาเป็นเพื่อนกัน แต่มันก็ไม่ง่ายเลยที่จะพูดถึงเรื่องนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเธอกำลังใช้ประโยชน์จากความเมตตาที่พวกเขามีให้เธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการแบบนั้น โชคดีที่ตอนนี้ลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวกำลังต้องการกำลังคน ไม่อย่างนั้นเธอจะปริปากพูดมันได้เหรอ?
“เหมี่ยวเหมี่ยว เธอว่าอะไรนะ? ยังดีที่เธอตัดสินใจทันเวลา มาช่วยซีจวี๋แบ่งเบางานบ้าง เห็นมั้ยว่าเขาน้ำหนักลดฮวบเลย ตอนนี้เขาจะไม่ต้องเหนื่อยแล้ว” หลังจากแก้ปัญหาอันใหญ่หลวงได้ อินอวี่โหรวก็อารมณ์ดีขึ้นมาก
เธอกังวลเกี่ยวกับลู่ซีจวี๋มากจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ
เธอพยายามตั้งใจเรียนแต่ก็ยังเชื่องช้าอยู่
นอกจากเรื่องพื้นฐานแล้ว เธอไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้เลย
ในช่วงเวลาวิกฤตยังมีถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้เชื่อถืออยู่ เธอก็รู้สึกประทับใจ
“มา มาดื่มเพื่ออนาคตเรากันเถอะ ชนแก้ว” อินอวี่โหรวยกแก้วขึ้นมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับลู่ซีจวี๋ก็ยกแก้วตามเช่นกัน “ชนแก้ว สู้ ๆ”