พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 832 จิตใจสับสนวุ่นวาย
ตอนที่ 832
จิตใจสับสนวุ่นวาย
“ได้ มีเตียงอยู่ในห้องรับรองผม คุณเข้าไปพักสิ” ฉินคั่วคิดว่ากู้ชิงกำลังตั้งครรภ์อยู่ เธอจึงชอบนอนมากกว่าปกติ
และถึงแม้ว่าเขาจะงานยุ่งอยู่ แต่การแบ่งเวลาไปนอนพักกับภรรยาสักพักก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร
ในความเป็นจริงกู้ชิงพูดเสนอเพราะเห็นแก่ฉินคั่วต่างหาก
เธอพบว่าช่วงนี้ฉินคั่วงานยุ่งมาก ต้องทำงานจนดึกดื่นทุกคืน
เธอลุกขึ้นมาดื่มน้ำกลางดึกอยู่หลายครั้ง และพบว่า ฉินคั่วยังคงทำงานอยู่
พอวันพรุ่งนี้ใต้ตาของเขาก็มีรอยคล้ำบาง ๆ
กู้ชิงรู้สึกทุกข์ใจมาก แต่เธอก็เข้าใจดีว่าเธอไม่สามารถหยุดฉินคั่วได้
ดังนั้นในเมื่อฉินคั่วอยากจะอยู่กับเธอต่อ
เธอก็เลยพูดชักชวนให้ฉินคั่วเข้ามาพักผ่อน
แสงสลัวในห้องรองรับเหมาะกับการนอนหลับมาก
ฉินคั่วรู้สึกเหนื่อยมากเช่นกัน
เขาล้มตัวลงนอนทันทีและกอดกู้ชิงเอาไว้ในอ้อมแขน
กู้ชิงที่นอนอยู่ด้านข้างมองดูฉินคั่วด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก
ก่อนหน้านี้เธอเคยไม่ชอบเขา แต่หลังจากได้ลองใช้ชีวิตกับฉินคั่ว เธอกลับค้นพบว่าฉินคั่วเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมาก
กู้ชิงรู้สึกว่าเธอไม่เสียดายเลยถ้าจะต้องฝากชีวิตที่เหลืออยู่ไว้กับฉินคั่ว
อย่างน้อยฉินคั่วก็เป็นคนที่เธอใฝ่ฝันอยากจะฝากชีวิตเอาไว้
พอเห็นฉินคั่วหลับสนิท กู้ชิงก็รู้สึกง่วงขึ้นมา เธอจึงหลับตาลงและผล็อยหลับไปทันที
…
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้รับข้อความจากลิ่นอวี๋เหยียนในช่วงบ่าย
โดยบอกว่าต้องการชวนพวกเธอมากินอาหารเย็นที่บ้านเก่าคืนนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูข้อความตรงหน้าด้วยสีหน้า เคร่งขรึม
ดูเหมือนว่าความบาดหมางระหว่างลิ่นอวี๋เหยียนกับ มู่อวี้เฉิงจะยังไม่คลี่คลายลง
โดยปกติแล้วลิ่นอวี๋เหยียนจะส่งข้อความไปบอกมู่อวี้เฉิง แล้วมู่อวี้เฉิงจะมาบอกเธออีกที
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่เคยส่งข้อความมาบอกเธอแบบนี้โดยตรงมาก่อน
หากถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธมันคงจะไม่ดีแน่ เธอจึงตอบกลับไปว่าขอดูก่อนว่างานยุ่งหรือไม่
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่ได้ตอบกลับ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงตัดสินใจไปขอคำแนะนำจากมู่อวี้เฉิง เพื่อดูว่าเขาจะคิดอย่างไร
ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกแย่ลงมากจนเธอไม่กล้าตอบตกลงง่าย ๆ
ไม่อย่างนั้นการทำสู่รู้อาจจะทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นได้
หลังจากตอบข้อความลิ่นอวี๋เหยียนแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็โทรศัพท์หามู่อวี้เฉิง
พูดอธิบายเรื่องราวทั้งหมด
มู่อวี้เฉิงตอบกลับว่า “งั้นก็ไปสิ คุณอยากไปมั้ย?”
มู่อวี้เฉิงถามความคิดเห็นของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“แม่อยากให้ไป จะไม่ไปก็คงไม่ได้ แต่อวี้เฉิง คุณแน่ใจนะว่าจะไปด้วยกัน?” อันที่จริงเธอสามารถใช้ข้ออ้างว่ายุ่งเพื่อขอเลื่อนเวลาออกไปก่อนได้
ความบาดหมางระหว่างมู่อวี้เฉิงกับลิ่นอวี๋เหยียนทำให้พวกเขาไม่รู้จะแบกหน้าไปที่นั่นอย่างไร
เธอกังวลว่าถ้าไปแล้วจะเกิดพายุนองเลือด
วันที่ลิ่นอวี๋เหยียนมาหาเธอที่คฤหาสน์ตี้หลาน สีหน้าของอีกฝ่ายดูน่ากลัวมาก
“ทำไม? เป็นห่วงผมเหรอ? ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล แม่ไม่ว่าอะไรหรอก” เขาเข้าใจอารมณ์ของลิ่นอวี๋เหยียนดี
การปล่อยผ่านตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากการยอมถอยหนึ่งก้าวหรือปล่อยให้เขาขอโทษลิ่นอวี๋เหยียน
ทว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย
แม่ลูกคู่นี้ดื้อรั้นกันมาก
ถึงอย่างนั้นมันเป็นแค่การกินอาหาร ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น มู่อวี้เฉิงจึงไม่ได้เก็บเอามาคิดใส่ใจ
“ถ้าคุณไม่อยากไปก็บอกฉันมา ฉันไม่สบายใจ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกัดฟันก่อนจะพูดประนีประนอม
ไม่ไปก็ยังดีกว่าไปนั่งทะเลาะกันจริงไหม?
“เหมี่ยวเหมี่ยวผมพูดจริง ผมยินดี อย่าเก็บไปคิดมากเลยนะเหมี่ยวเหมี่ยว ผมบอกว่าไม่เป็นไรก็คือไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงผม” มู่อวี้เฉิงพูดปลอบถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“แต่ว่าไม่เป็นไรจริง ๆ เหรอ?” เธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับลิ่นอวี๋เหยียน
กลับไปคราวนี้มันคงจะไม่เป็นเหมือนงานเลี้ยงหงเหมินใช่ไหม?
ไม่น่าหรอก
พอคิดได้เช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ทุบหัวตัวเองทันที เธอคิดบ้าอะไรอยู่?
มู่อวี้เฉิงกับลิ่นอวี๋เหยียนเป็นแม่ลูกกัน
มันจะต้องไม่กลายมาเป็นอย่างที่เธอคิดแน่นอน
ลิ่นอวี๋เหยียนจะทำแบบนั้นกับลูกชายได้ยังไง?
เธอคิดมากเกินไปแล้ว
ในเมื่อมู่อวี้เฉิงบอกว่าจะไป แล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยว จะกังวลอะไรอีก?
หลังจากพูดคุยกับมู่อวี้เฉิงต่ออีกสองสามคำ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กดวางสาย
เธอคิดว่ากลับไปทั้งทีก็ควรจะเตรียมของขวัญไปให้ลิ่นอวี๋เหยียนด้วย
จะได้ป้องกันไม่ให้ลิ่นอวี๋เหยียนโกรธมากกว่าเดิม
จากนั้นไม่นานก็ถึงเวลา มู่อวี้เฉิงมารับเธอ
มู่อวี้เฉิงนั่งอยู่ภายในรถยนต์แล้วถามอย่างสบาย ๆ ว่า “ทำไมช่วงนี้ผมไม่ค่อยเห็นลู่ซีจวี๋ที่บริษัทคุณเลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินเขาถามถึง ลู่ซีจวี๋
แต่เธอก็รีบตอบกลับว่า “รุ่นพี่เข้าไปบริษัทอินกรุ๊ปอยู่น่ะ ตอนนี้ฉันก็เลยเป็นคนจัดการเรื่องทุกอย่างของสตีเฟนกรุ๊ปแทน”
ช่วงนี้ทั้งลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวต่างยุ่งกันมาก
เมื่อก่อนอินอวี่โหรวจะชอบทำขนมและโพสต์ภาพลงบนวีแชต
แต่ตอนนี้ไทม์ไลน์ของอินอวี่โหรวว่างเปล่า
บ่งบอกว่าเธอกำลังยุ่งมาก
มันน่าจะยากสำหรับพวกเขาสองคนพอสมควร
แต่พอเห็นความสัมพันธ์ของพวกเขาไปได้ด้วยดี ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็โล่งใจ
“เหนื่อยมั้ย?” มู่อวี้เฉิงหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ไม่เหนื่อยมากหรอก เพราะรุ่นพี่ไม่อยู่ ปีนี้ที่บริษัทก็เลยยังไม่ได้ขยายตลาด ส่วนฉันก็แค่คอยดูงานที่ต้องทำส่งของแต่ละวัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอธิบาย
เนื้องานในตอนนี้ของเธอง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
ลู่ซีจวี๋ไม่ได้กำหนดเป้าหมายอะไร ขอแค่สตีเฟนกรุ๊ปพัฒนาไปอย่างมั่นคงก็พอ
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน พวกเขาก็มาถึงบ้านเก่า
มู่อวี้เฉิงลงจากรถยนต์แล้วเดินไปเปิดประตูให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลงจากรถยนต์และเห็นว่าเขากำลังจะเดินเข้าไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รั้งเขาเอาไว้
เธอหยิบกล่องสองกล่องออกมาจากท้ายรถ
“นี่คือของขวัญที่ฉันซื้อมาให้แม่น่ะ ถ้าแม่พูดอะไรคุณอย่าเก็บมาคิดมากนะ อย่าไปเถียงแม่ด้วยเข้าใจมั้ย?” หลังจากมาถึงที่นี่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จิตใจสับสนวุ่นวาย
ดังนั้นเธอจะต้องพูดเตรียมการมู่อวี้เฉิงก่อน
มู่อวี้เฉิงยิ้มเมื่อเห็นว่าเธอกังวลเกี่ยวกับเรื่องของเขามาก “นั่นแม่ผมนะ ไม่ใช่อสูรกายสักหน่อย คุณกังวลว่าพวกเขาจะทำอะไรผมเหรอ?”
“นั่นแหละ ยังไงซะก็เอาของขวัญไปด้วย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยัดกล่องของขวัญเข้าไปในมือมู่อวี้เฉิง
อย่างน้อยมู่อวี้เฉิงที่กลับมาหาพร้อมกับกล่องของขวัญก็ยังดูจริงใจมากกว่าปกติ
มู่อวี้เฉิงไม่ปฏิเสธและเดินถือกล่องของขวัญเข้าไปอย่างเชื่อฟัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตามหลังเขาเข้าไป
มู่หงจวิ้นกับลิ่นอวี๋เหยียนกำลังนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น
พอเห็นพวกเขาเดินเข้ามา มู่หงจวิ้นก็ทักทายพวกเขา “เหมี่ยวเหมี่ยว อวี้เฉิง มาแล้วเหรอ?”
โดยปกติลิ่นอวี๋เหยียนจะเป็นคนกระตือรือร้นมากที่สุด แต่ตอนนี้เธอกลับทำราวกับไม่เห็นพวกเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสะกิดมู่อวี้เฉิงและชี้ไปที่กล่องของขวัญที่อยู่ในมือเขา
มู่อวี้เฉิงวางกล่องของขวัญลงบนโต๊ะแล้วพูดไม่อะไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าบรรยากาศดูตึงเครียดเล็กน้อยจึงหันไปมองมู่อวี้เฉิง
จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดขึ้นว่า “พ่อคะ แม่คะ นี่คือของขวัญที่อวี้เฉิงเลือกมาให้ค่ะ แม่คะ ลองดูสิคะว่าชอบมั้ย”
ลิ่นอวี๋เหยียนเหลือบมองแล้วลดสายตาออก เห็นได้ชัดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนเลือกของขวัญพวกนี้
เธอจึงพูดถากถางว่า “อย่างเขาน่ะเหรอจะเลือกของขวัญให้แม่? รอชาติหน้าสิไม่ว่า”