พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 836 ปล่อยให้เขาฉวยโอกาส
ตอนที่ 836
ปล่อยให้เขาฉวยโอกาส
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินไปมาอย่างไม่สบายใจ
มู่อวี้เฉิงบอกว่าผลการตามสืบสวนลิ่นอวี๋เหยียน จะออกมาในวันนี้และก็ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไงบ้าง
ลิ่นอวี๋เหยียนจะถูกใครหลอกหรือเปล่า
กระทั่งมู่อวี้เฉิงกลับมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รีบเข้าไปถามไถ่ทันที “อวี้เฉิง สืบแล้วเป็นยังไงบ้าง? แม่… เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลอย่างมากและเธอก็อยากรู้ผลการสืบสวนแล้ว ว่าลิ่นอวี๋เหยียนไม่พอใจเธอหรือว่าหลงเชื่อคำใส่ร้ายจริง ๆ
หากเป็นแบบที่สองคงจะดีกว่าเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นแบบแรกถงเหมี่ยวเหมี่ยวคงจะรู้สึกเศร้าใจ
“สืบเจอแล้ว แต่มันซับซ้อนนิดหน่อย ยังไม่ได้ผลการสืบสวนที่แน่นอน เหมี่ยวเหมี่ยว มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ คุณอย่าคิดมากเลย” มู่อวี้เฉิงรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อยเมื่อหวนนึกถึงข้อมูลที่เขาตามสืบค้นเจอ
คนเหล่านี้ล้วนเป็นคนใกล้ตัวเขา และมู่อวี้เฉิงก็ไม่รู้ว่าเขาควรจะบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวดีหรือไม่
เขากังวลว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะรับไม่ไหวกับเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเธอ
“อวี้เฉิง คุณพูดแบบนี้ ฉันว่ามันน่าจะเกี่ยวข้องกับฉันนะ ไม่เป็นไร ถ้ามันเป็นความผิดของฉันจริง ๆ ก็แค่บอกความจริงฉันมา” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความรู้สึกซับซ้อน
“ก่อนอื่นคุณต้องเชื่อก่อนว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคุณจริง ๆ เอาไว้ผมตามสืบผลลัพธ์เจอแล้วมาบอกคุณอีกทีได้มั้ย?” มู่อวี้เฉิงเม้มปาก
ไม่ต้องพูดถึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลย แม้แต่ตัวเขายังไม่อยากจะเชื่อผลการสืบสวน
มู่อวี้เฉิงพูดแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องเกิดขึ้นภายในจริง ๆ
พอรู้ว่าลิ่นอวี๋เหยียนไม่ได้มุ่งเป้าหมายมาที่เธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เธอมองดูมู่อวี้เฉิงแล้วพูดว่า “แต่ถ้ามันเป็นความผิดของฉันจริง ๆ คุณต้องบอกฉันนะ”
“อืม แต่ผมก็บอกไปแล้วไงว่าไม่ใช่ความผิดคุณ ผมไปบังเอิญรู้เรื่องนี้มาเหมือนกัน” การทะเลาะวิวาทระหว่างเขากับลิ่นอวี๋เหยียนเป็นเพียงตัวกระตุ้นเท่านั้น
ทุกอย่างถูกซ่อนเอาไว้
แม้แต่ตัวเขาก็นึกไม่ถึง
“เรากินข้าวกันก่อนเถอะ รออีกสองสามวันให้แม่ใจเย็นลงก่อนค่อยเข้าไปถามว่าแม่คิดยังไง” ลิ่นอวี๋เหยียนใจดีกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากจริง ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่มีอะไรจะพูด
แต่พอเห็นลิ่นอวี๋เหยียนเป็นแบบนี้ เธอก็ทนไม่ไหว
“เหมี่ยวเหมี่ยว ตอนนี้แม่ยังโกรธอยู่ อย่าเพิ่งไปเลย จะดีกว่า รอให้ถึงเวลาก่อนผมจะบอกคุณเอง ไม่ต้องห่วง แม่ไม่เป็นอะไรหรอก” มู่อวี้เฉิงหรี่ตาลงขณะคิดเนื้อหาของการสอบสวน
แม้แต่มู่หงจวิ้นก็คงจะไม่รู้เรื่องนี้
ลิ่นอวี๋เหยียนเก็บเรื่องนี้เอาไว้กับตัวเอง
อาจเป็นเพราะกังวลว่าพวกเขาจะรู้สถานการณ์ของลิ่นอวี๋เหยียน
เพราะฉะนั้นก็เลยใช้วิธีการนี้
ไม่ว่าอย่างไรลิ่นอวี๋เหยียนก็ยังเป็นแม่ของเขา
เขาไม่มีวันนั่งนิ่งเฉยแบบนี้ได้
แต่ก่อนหน้านั้นเขาอยากจะได้ยินว่าลิ่นอวี๋เหยียนกำลังคิดอะไรอยู่
เขาบอกไม่ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปหาเพราะกลัวว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเจ็บปวดมากกว่านี้
ไม่มีเหตุผลอื่นเลย
“ทำไมล่ะอวี้เฉิง คุณสืบเจอเรื่องแย่ ๆ มาเหรอ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะไม่เคยเห็นมู่อวี้เฉิงทำสีหน้าจริงจังแบบนี้มาก่อนเลย
ดังนั้นเธอคิดว่ามันน่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย
“ก็ไม่ค่อยดีหรอก เพราะงั้นขอโทษที่ทำให้คุณรู้สึกแย่นะ แต่ถ้าผมต้องการความช่วยเหลือผมจะบอกคุณทันที โอเคมั้ย?” มู่อวี้เฉิงพูดเจรจากับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หลังจากได้ยินคำพูดของมู่อวี้เฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่พูดอะไร
เธอเชื่อว่ามู่อวี้เฉิงจะจัดการทุกอย่างออกมาดี
“ก็ได้ ไม่ต้องห่วง ฉันจะร่วมมือกับคุณแน่นอน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้คะยั้นคะยอจะช่วยมู่อวี้เฉิงในครั้งนี้
เธอรู้ว่าบางครั้งเธอก็แค่เข้าไปก่อความวุ่นวายและไม่สามารถช่วยเหลืออะไรมู่อวี้เฉิงได้เลย
“เก่งมาก” มู่อวี้เฉิงโล่งใจที่สามารถพูดโน้มน้าว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้
เขาต้องดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรก่อนจะตัดสินใจว่าควรบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวดีหรือไม่
เนื่องจากมู่อวี้เฉิงกลับมาถึงบ้านดึก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงกินข้าวไปแล้ว
เธอจึงทำบะหมี่ให้มู่อวี้เฉิง
ช่วงนี้ทุกคนงานยุ่งมากและยังมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับลิ่นอวี๋เหยียนอีก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่มีเวลาออกไปซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารเลย
มีเพียงแค่วัตถุดิบง่าย ๆ สำหรับทำบะหมี่เท่านั้น
หลังจากทำบะหมี่เสร็จแล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยกมาวางบนโต๊ะ พอเห็นมู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว เธอก็รู้สึกผิดในใจ “ขอโทษนะ ฉันไม่ได้เตรียมอะไรไว้เลย ถ้าคุณไม่โอเคเราออกไปกินข้าวข้างนอกกันเถอะ”
“แค่นี้ก็โอเคแล้ว” มู่อวี้เฉิงก้มหน้าลงและเริ่มกินบะหมี่
หากเขาอยากจะกินข้าวนอกบ้านจริง ๆ มู่อวี้เฉิงก็คง จะแวะกินข้าวข้างนอกก่อนกลับเข้ามาในบ้านแล้ว
สิ่งที่เขาชอบเกี่ยวกับการกินข้าวในบ้านคือบรรยากาศความเป็นครอบครัวและบ้านที่มีถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ตอนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากไป เขามักจะนึกถึงสิ่งนี้อยู่เสมอ
เขาคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวคือคนที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
อาหารอุ่น ๆ และซุปแก้เมาค้างเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม
จนกระทั่งทุกอย่างหายไป เขาก็ตระหนักได้ว่าหลังจากผ่านวันวุ่นวายมาและมีใครสักคนเปิดไฟรอคุณอยู่ที่บ้าน มันเป็นเหมือนฝันมากจริง ๆ
ดังนั้นหลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมา เขาก็หวงแหนชีวิตปัจจุบันของเขามาก
ที่ที่มีถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าบ้าน
เขาอยากกินบะหมี่ร้อน ๆ สักชามที่บ้านมากกว่าออกไปกินข้าวที่ร้านอาหาร และทั้งหมดก็เป็นเพราะว่ามีถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ที่นี่
มู่อวี้เฉิงรู้ตัวดีว่าใจของเขาต้องการอะไร
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมา ความคิดของเขาก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
สิ่งที่เขาต้องการนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาอยากให้ครอบครัวอยู่ด้วยกันตลอดไป
นั่นคือทั้งหมดที่เขาต้องการ
เมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงกินอย่างเอร็ดอร่อย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็โล่งใจ
ทว่าภายในใจยังคงกังวลเกี่ยวกับลิ่นอวี๋เหยียนอยู่
แต่ในเมื่อมู่อวี้เฉิงบอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่น่ามีอะไรผิดปกติ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลังจากมู่อวี้เฉิงกินบะหมี่เสร็จ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เก็บชามของเขาไปล้าง “ไปอาบน้ำสิ ฉันเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”
มู่อวี้เฉิงตกตะลึง
เนื่องจากพวกเขายุ่งมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ค่อยเตรียมอะไรแบบนี้ไว้ให้เขา
นานครั้งจะทำสักที
แต่เขาก็รู้สึกว่าแค่ครั้งสองครั้งก็เพียงพอแล้ว
ส่วนเวลาที่เหลือ เขาควรจะดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยวและตอบแทนความมีน้ำใจของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าเธอเปล่งประกายมากแค่ไหน
กระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวล้างจานเสร็จ เธอก็เห็นมู่อวี้เฉิงที่นั่งอยู่บนโซฟาจ้องมองมาทางเธอ
เธอจึงเดินเข้าไปโบกมือต่อหน้ามู่อวี้เฉิง “นั่งทำอะไรอยู่? ไปอาบน้ำสิ”
ทว่ามู่อวี้เฉิงกลับใช้โอกาสนี้คว้ามือถงเหมี่ยวเหมี่ยว ดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามา พลิกตัวเธอลงไปใต้ล่าง ไม่รีรอให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้พูดอะไร และจูบเธออย่างดุเดือด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นอนอยู่ใต้ร่างค่อย ๆ ผ่อนคลายความแข็งแกร่งลงจนเหลือแต่ความปวกเปียก ปล่อยให้เขาฉวยโอกาสจากเธอ