พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 839 ยังรอเธออยู่หรือเปล่า
ตอนที่ 839
ยังรอเธออยู่หรือเปล่า
“ขอโทษนะ แต่วันนี้ฉันมีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำจริง ๆ คงทำให้เธอไม่ได้หรอก เธอไปบอกผู้จัดการแล้วเอากลับไปทำที่บ้านก็ได้” ซ่งโมโม่ชัดเจนกว่าใคร ๆ แต่เนื่องจากเธอค่อนข้างสนิทสนมกับหลี่เสี่ยวผิง ซ่งโมโม่จึงพูดบอกเธออย่างสุภาพ
ไม่ได้พูดอะไรที่ฟังดูรุนแรงเป็นพิเศษ
“เธออยู่ตัวคนเดียวในเมืองเป่ย ถ้ามีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นก็ยังโชคดีที่มีฉันเป็นเพื่อน แต่ทำไมแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้กลับทำแทนฉันไม่ได้?” ซ่งโมโม่ปฏิเสธหล่อนครั้งแล้วครั้งเล่าจน หลี่เสี่ยวผิงชักจะโมโห
“ฉันมีเรื่องสำคัญต้องทำจริง ๆ” ซ่งโมโม่พูดอย่างไม่ใส่อารมณ์
พูดกันตามตรงเธอไม่แปลกใจเลยที่เห็นสีหน้าที่แท้จริงของหลี่เสี่ยวผิง
อันที่จริงซ่งโมโม่พยายามรักษาความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาอย่างระมัดระวังมาโดยตลอด
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอไม่ทำตามความต้องการของ หลี่เสี่ยวผิง เธอก็จะสูญเสียเพื่อนคนนี้ไปในไม่ช้า
หลี่เสี่ยวผิงฉวยโอกาสจากตอนที่ซ่งโมโม่ย้ายมาที่นี่และยังไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมดีพอ
เห็นว่าเธอไม่มีเพื่อนเลยกล้าทำแบบนี้กับเธอ
หล่อนเห็นว่าในสายตาของซ่งโมโม่น่าจะขาดหล่อนไปไม่ได้
“เธอไม่อยากทำให้ฉันก็ไม่น่าพูดแบบนี้ออกมาปะ? ถ้าเธอไม่อยากทำก็พูดออกมาเลยสิ ฉันไม่ไปบังคับเธอหรอก” หลี่เสี่ยวผิงพูดประชดประชัน
พลางคิดในใจว่าอีกนานแค่ไหนว่าซ่งโมโม่จะใจอ่อน
แต่หลี่เสี่ยวผิงกลับไม่รู้เลยว่าตอนนี้ซ่งโมโม่ได้เห็นธรรมชาติที่แท้จริงของหล่อนแล้ว
ปากบอกว่าเป็นเพื่อน แต่แท้จริงแล้วแค่เก็บไว้ใช้งาน
เธอรู้เรื่องนี้มาโดยตลอด
เพื่อนที่แท้จริงจะเข้าใจซึ่งกันและกัน แต่หลังจากเธอบอกว่ามีธุระต้องทำ หลี่เสี่ยวผิงกลับมีปฏิกิริยาเช่นนี้
แน่นอนว่าอีกฝ่ายถือว่าเธอเป็นเพียงเครื่องมือไว้ใช้งาน
ในอดีตซ่งโมโม่เห็นว่าหลี่เสี่ยวผิงไม่ได้ทำอะไรเกินเลย เธอจึงเลือกที่จะปิดตาข้างหนึ่ง
แต่ตอนนี้คำพูดคำจาของหลี่เสี่ยวผิงกลับทำให้เธอรู้สึกขนหัวลุกมากจริง ๆ
“ใช่ ฉันไม่อยากช่วยเธอทำงาน พอใจแล้วหรือยัง?” ซ่งโมโม่พูดจบแล้วเตรียมจะเดินออกไป
แต่ใครจะรู้ว่าหลี่เสี่ยวผิงจะคว้าตัวเธอเอาไว้
หล่อนตวาดเสียงดังขึ้นเล็กน้อย “ซ่งโมโม่ เธอหมายความว่ายังไง บอกฉันมาให้ชัดเจน พูดมา!”
หล่อนกำมือแน่นจนซ่งโมโม่รู้สึกเจ็บปวด
แต่สุดท้ายซ่งโมโม่ก็ยังอดกลั้นเอาไว้ ก่อนจะพูดอย่างเย็นชาว่า “หมายความว่าไม่อยากทำไง เธอจะให้ฉันพูดอะไรอีกล่ะ?”
หลี่เสี่ยวผิงจ้องมองไปที่ซ่งโมโม่ “เธอทำกับฉันแบบนี้ใช่มั้ย ไม่ต้องห่วง เธอได้เสียเพื่อนเพียงคนเดียวไปแน่” หลี่เสี่ยวผิงพูดจาโหดร้ายออกมาโดยตรง
ในเมื่อซ่งโมโม่มองข้ามความหวังดีของหล่อน มิตรภาพระหว่างพวกเธอก็ต้องจบลง!
ที่หล่อนพูดออกมานั้นเป็นความจริง และหล่อนจะไม่มีทางใจอ่อนให้ซ่งโมโม่เด็ดขาด!
“จะทำอะไรก็ทำ” ซ่งโมโม่รู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที
เธอเกลียดที่ต้องมานั่งรับมือกับความสัมพันธ์ประเภทนี้
ตอนนี้เลยเวลาเลิกงานมานานแล้ว และภายในสำนักงานก็เหลือแค่เธอกับหลี่เสี่ยวผิงสองคน
พอเห็นท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดสนิท ซ่งโมโม่ก็ขมวดคิ้วแน่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอุตส่าห์ให้โอกาสเธอ แต่เธอกลับปล่อยให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรอนาน
เธอไม่อยากจะเสียเวลากับหลี่เสี่ยวผิงอีกต่อไป
หลี่เสี่ยวผิงเบิกตากว้างด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ หล่อนนึกไม่ถึงว่าคำพูดเหล่านี้จะหลุดออกมาจากปากของซ่งโมโม่
“เธอหมายความว่ายังไง?” หลี่เสี่ยวผิงยังคงไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ซ่งโมโม่มองดูหลี่เสี่ยวผิงด้วยความรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว
“หลี่เสี่ยวผิง เธอจะเอาเปรียบคนอื่น ทำไมไม่รู้จักคำนวณเวลาให้มันดี ๆ? ทุกวันพุธกับวันศุกร์จะต้องมีเรื่องเกิดขึ้นกับครอบครัวเธอตลอด และเธอก็ชอบใช้ข้ออ้างแบบเดิม ๆ พอฉันช่วยเธอเธอก็เร่ไปบอกคนอื่นว่าฉันเป็นคนรับใช้เธอ ฉันอุตส่าห์นับเธอเป็นเพื่อนแล้วเธอเห็นฉันเป็นตัวอะไร? เครื่องมือไว้ใช้ทำงานแทนเธอเหรอ? ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้วเพราะงั้นหยุดสักทีเถอะ” ซ่งโมโม่ผลักหลี่เสี่ยวผิงออกไปให้พ้นทาง
หลี่เสี่ยวผิงนึกไม่ถึงว่าซ่งโมโม่จะรู้เรื่องทั้งหมด
เธอรู้เรื่องพวกนี้มานานแค่ไหนแล้ว
หลี่เสี่ยวผิงมีสีหน้าลำบากใจ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือหล่อนกำลังเสียเพื่อนโง่ ๆ ไว้ช่วยทำงานไป
ดังนั้นหลี่เสี่ยวผิงจึงตื่นตระหนกอย่างอธิบายไม่ถูก “ที่บ้านฉันมีเรื่องเกิดขึ้นจริง ๆ จำได้มั้ยที่ฉันเล่าให้เธอฟังว่าขาแม่ฉันไม่ค่อยดี ทุกพุธกับศุกร์ฉันจะต้องพาแม่ไปเปลี่ยนผ้าพันแผล จะไม่ไปก็ไม่ได้”
พอเห็นว่าหลี่เสี่ยวผิงเริ่มเกินเลย มาถึงขั้นนี้แล้วแต่ยังไม่ยอมรับความจริง ซ่งโมโม่ก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกต่อไป
เธอเม้มปากแล้วพูดว่า “ที่บอกว่าพาแม่ไปเปลี่ยนผ้าพันแผลคือไปเปลี่ยนที่ร้านหม้อไฟกับห้างสรรพสินค้าเหรอ? เธอไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันไม่เชื่อเธอหรอก จัดการตัวเองให้ดีล่ะ”
หลังจากพูดจบ ซ่งโมโม่ก็เดินจากไป
หลี่เสี่ยวผิงยืนอยู่ที่เดิมจ้องมองทิศทางที่ซ่งโมโม่เดินจากไป หลี่เสี่ยวผิงไม่พอใจอย่างมาก “อวดเก่งซะไม่มี! ก็แค่นังบ้านนอก กล้ามาลองดีกับฉัน อย่าจองหองนักเลย!”
หลี่เสี่ยวผิงพูดออกมาโดยไม่ได้ตระหนักเลยว่าตนเองก็มาจากพื้นที่ชนบทเช่นกัน
ก่อนหน้านี้หล่อนพยายามเข้าหาซ่งโมโม่เพราะเห็นว่า ซ่งโมโม่ดูโง่เขลา
อยู่คนละระดับกับใครหลายคนในบริษัทจึงไม่มีใครมาเที่ยวเล่นกับเธอ
ดังนั้นหล่อนจึงตั้งเป้าหมายมาที่ซ่งโมโม่
ต่อมาซ่งโมโม่ก็เป็นอย่างที่หล่อนคิด อีกฝ่ายทำตัวเชื่อฟังมาก
รู้พฤติกรรมที่แท้จริงของหล่อนแต่กลับไม่เคยพูดเปิดโปง ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าซ่งโมโม่ต้องการเป็นเพื่อนกับหล่อนจริง ๆ
วันนี้หล่อนจะให้ซ่งโมโม่ได้อวดเก่งไปก่อน
อย่างไรเสียพรุ่งนี้ซ่งโมโม่จะต้องเข้ามาขอร้องหล่อนอย่างแน่นอน
พอคิดได้เช่นนี้ หลี่เสี่ยวผิงก็รู้สึกดีขึ้นมาก
ก็แค่จัดระเบียบเอกสารไม่ใช่เหรอ? คิดว่าไม่มีอีกฝ่ายแล้วหล่อนจะทำไมไม่ได้หรือไง?
ซ่งโมโม่อวดเก่งเกินไปแล้ว!
ซ่งโมโม่รีบวิ่งออกมาข้างนอก
ตอนนี้ค่อนข้างมืดมากแล้ว ไม่รู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะยังรอเธออยู่หรือเปล่า
พอเธอมาถึงหน้าประตูและเห็นว่าประตูว่างเปล่า ใบหน้าของซ่งโมโม่ก็มืดมนลงทันที
แน่นอนว่าเธอทำให้ทุกอย่างพังพินาศลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่จำเป็นจะต้องรอเธอ
ซ่งโมโม่มองดูถนนด้วยความรู้สึกสูญเสีย
เธอเกิดมาล้มเหลวอย่างที่พ่อแม่พูดเอาไว้ไม่มีผิด
เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ซ่งโมโม่ยืนหดหู่อยู่ที่หน้าประตูบริษัท สายตาเต็มไปด้วยความว่างเปล่า
เธอไม่รู้ว่าจะไปไหนและไม่รู้ว่ามีที่ไหนให้พึ่งพิง
เธอไม่มีอะไรเลยและอยู่ตัวคนเดียว
น่าอนาถใจมาก
“ปี๊นนน ๆ ๆ” ขณะที่ซ่งโมโม่กำลังคิดฟุ้งซ่านไปไกล เสียงแตรรถก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
ซ่งโมโม่หันกลับมาและเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งอยู่ในรถยนต์
ซ่งโมโม่รีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหา “คุณถง คุณ… ยังไม่ไปอีกเหรอคะ?”
“ฉันจะไปไหนล่ะ โทษทีนะ พอดีติดเอกสารนิดหน่อยก็เลยมาช้าน่ะ เพิ่งขับรถออกมาจากโรงรถเอง ขึ้นมาสิ ไม่ได้ปล่อยให้รอนานใช่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามด้วยความกังวล
“ไม่ค่ะ ไม่เลย” ซ่งโมโม่ขึ้นรถและกลั้นน้ำตาที่กำลัง จะเอ่อล้นออกมา
สุดท้ายแล้วพระเจ้าก็ยังเห็นใจเธอสินะ