พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 844 ไม่สบายใจ
ตอนที่ 844
ไม่สบายใจ
แม้ว่าฉินคั่วจะดื่มแอลกอฮอล์มาแต่เขาก็ยังมีสติอยู่บ้าง
หลังจากได้ยินน้ำเสียงสะอึกสะอื้นของกู้ชิง เขาก็โอบกอดปลอบประโลมเธอ “ชิงชิง ผมทำให้คุณโกรธอีกแล้วใช่มั้ย? ขอโทษนะ”
พอเห็นฉินคั่วขอโทษขอโพยเธออย่างรวดเร็ว กู้ชิง ก็ค่อย ๆ สูดลมหายใจ
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ ฉินคั่วทำให้เธอเข้าใจความจริงหนึ่งอย่าง
นั่นคือเขารักเธอมาก
เมื่อเทียบกับการกระทำที่ฉินคั่วทำให้เธอ กู้ชิงก็รู้สึกว่าเธอไม่คู่ควรเลย
กู้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก ประคองฉินคั่วไปนั่งลงบนโซฟา แล้วนำถ้วยซุปจากในห้องครัวออกมา “ดื่มซุปแก้เมาค้างก่อนสิ ไม่งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ปวดหัวอีก”
ฉินคั่วตะลึงทันทีเมื่อเห็นซุปแก้เมาค้างในมือกู้ชิง
ทว่าเขายังคงรับซุปแก้เมาค้างจากมือของกู้ชิงมาอย่างเชื่อฟัง และดื่มซุปที่อยู่ในถ้วยจนหมด
ขอแค่กู้ชิงมอบให้ แม้ว่าจะเป็นยาพิษ ฉินคั่วก็เต็มใจจะดื่มมัน
แม้ว่ากู้ชิงจะดูโกรธเคืองเล็กน้อยทุกครั้งที่เขากลับมาจากงานเลี้ยงเข้าสังคม แต่เธอก็มักจะเตรียมซุปแก้เมาค้างเอาไว้ให้เขาเสมอ
ฉินคั่วรู้ว่ากู้ชิงรู้สึกทุกข์ใจแทนเขามาก
และมีเพียงเธอเท่านั้นที่ซื่อสัตย์กับเขาจริง ๆ
เขากอดกู้ชิงเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างระมัดระวัง “ชิงชิงที่รัก คุณโกรธที่ผมไปงานเลี้ยงแล้วดื่มหนักใช่มั้ย?”
กู้ชิงโอบกอดรอบคอเขาแล้วพูดเสียงอู้อี้ว่า “ถ้านายกังวลจริง ๆ ก็หัดดื่มให้มันน้อย ๆ ลงหน่อย ไม่งั้นนายจะเสียสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อย และต้องทนทุกข์ทรมาน”
กู้ชิงรู้ว่าฉินคั่วทำทุกอย่างเพื่อเธอกับลูก
เพราะฉะนั้นเธอจะไปตำหนิฉินคั่วได้ยังไง? เธอจะทนไหวได้ยังไง?
เธอเป็นคนจิตใจอ่อนโยนเสมอ
ก่อนหน้านี้เธอทนจากลาไม่ได้จนทำให้ฉินคั่วได้คืบจะเอาศอก
แต่ตอนนี้เธอจะยอมปล่อยเขาไปได้ยังไง?
เธอมีความสำคัญในสายตาของฉินคั่ว
และฉินคั่วก็มีความสำคัญในสายตาของเธอไม่แพ้กัน
เธอจะไม่ยอมให้ฉินคั่วพยายามฝ่ายเดียว
“ก็ได้ ผมจะลดงานเลี้ยงสังคมให้น้อยลง” ฉินคั่วรู้ว่ากู้ชิงเป็นห่วงเขา แต่เขาไม่สามารถจัดการอะไรกับงานเลี้ยงทางสังคมได้เลย
เขาบีบบังคับตัวเองไม่ได้
เพราะว่าบริษัทกำลังขยับขยายไปอีกขั้น ดังนั้นจึงต้องทำตัวใจกว้างเมื่อพูดถึงการร่วมมือ
หากมีใครมาดื่มอวยพรแล้วเขาไม่หันหน้าไปชนแก้วด้วย
ก็เกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้เจรจาเรื่องธุรกิจเลย
ในอดีต ฉินคั่วไม่เคยรู้จักวิธีการพลิกแพลงมาก่อน
ก็ในฐานะคุณชายแห่งตระกูลฉิน ใครจะกล้าเมินใส่เขาล่ะ?
แต่สำหรับกู้ชิง เขาอยากจะปิดบังตัวตนของเขาเอาไว้และหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้เงียบ ๆ
เขาไม่ได้รู้สึกว่ามันหนักหนาเลยและไม่ได้รู้สึกเหนื่อยด้วย
สำหรับกู้ชิงแล้ว ฉินคั่วรู้สึกว่าเขาสามารถทำอะไรก็ได้
“โครกคราก” หลังจากดื่มซุปแก้เมาค้างหมดแล้ว เสียงคมชัดก็ดึงขึ้นกลางอากาศ
กู้ชิงเหลือบมองท้องของฉินคั่วแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
เธอพอจะคาดเดาได้ว่าตอนที่ฉินคั่วไปเข้าร่วมงานเลี้ยงทางสังคม เขาเอาแต่ดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้น และไม่มีเวลาได้กินอาหารเลย
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินคั่วรู้สึกเสียหน้าต่อหน้ากู้ชิง และใบหน้าก็ดูอับอายมาก
เขาคิดจะทำบะหมี่กินอีกสักชามในภายหลัง
ตอนนี้กู้ชิงกำลังตั้งครรภ์อยู่และต้องพักผ่อนให้เต็มที่ ฉินคั่วจึงไม่เคยคิดขอร้องให้กู้ชิงทำอาหารให้เขา
เขาอยากจะทำมันด้วยตัวเองมากกว่าปล่อยให้กู้ชิงต้องเหน็ดเหนื่อย
กู้ชิงเห็นว่าเขาหิวมากจนท้องร้องครวญคราง แต่เขากลับไม่อยากรบกวนเธอ มันจึงทำให้เธอรู้สึกเศร้าใจมาก
สมัยก่อนฉินคั่วทำอะไรเองไม่เป็นด้วยซ้ำ มีคนคอยหามาให้เขาหมด ตอนนี้เขากลายมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง?
แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวเธอเอง
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ กู้ชิงก็ดึงฉินคั่วขึ้นมา
ฉินคั่วกังวลว่ากู้ชิงจะเหนื่อย ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นยืนและวางคางไว้บนหัวไหล่ของกู้ชิง “มีอะไรเหรอชิงชิง?”
“ฉันทำอาหารเอาไว้ แต่มันน่าจะเย็นชืดแล้ว ฉันจะไปอุ่นอาหารมาให้นายกิน” กู้ชิงพูดแล้วเดินเข้าไปอุ่นอาหารในห้องครัว
ฉินคั่วเดินตามหลังกู้ชิงเข้าไปแล้วขมวดคิ้ว “ชิงชิงที่รัก ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าทำอะไรที่มันเหนื่อยเกินไป? ทำไมคุณไม่ฟังผมเลย?”
“ฉันก็แค่ทำแบบสบาย ๆ ไม่ได้เหนื่อยสักหน่อย” กู้ชิงไม่อยากโต้เถียงปัญหาเหล่านี้กับฉินคั่วเพราะว่ามันไม่มีประโยชน์
ตอนนี้การเติมเต็มท้องของฉินคั่วคือสิ่งสำคัญที่สุด
หลังจากอุ่นอาหารและเสิร์ฟข้าวสวยแล้ว กู้ชิงก็นั่งลงตรงข้ามฉินคั่ว
กู้ชิงกินอาหารไปแล้วและอาหารบนโต๊ะก็ดูจะพร่องลงไปเล็กน้อย ทำให้ฉินคั่วถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ถ้ากู้ชิงรอให้เขากลับมากินข้าวด้วย ฉินคั่วก็คิดว่าเขาจะต้องโกรธมากแน่ ๆ
ดูเหมือนว่าฉินคั่วจะหิวมาก เขายัดอาหารใส่ปากอย่างมูมมาม
กู้ชิงยกถ้วยซุปมาวางไว้ตรงหน้าเขา “ค่อย ๆ กิน ไม่มีใครแย่งนายกินหรอก”
ฉินคั่วก้มหน้ากินและอมยิ้มอย่างเซ่อซ่า “กับข้าวฝีมือ ชิงชิงที่รักอร่อยจัง”
กู้ชิงไม่พูดอะไรและไม่ได้พูดขัดคำชมเชยของเขา
เวลาคนหิว กินอะไรก็อร่อยไปหมดแหละ
ฉินคั่วดื่มแอลกอฮอล์ตอนท้องว่างแบบนี้ ท้องของเขาจะทนไหวได้ยังไง
ในอีกด้านหนึ่งกู้ชิงอยากจะอยู่กับฉินคั่ว
เธอไม่อยากเห็นฉินคั่วทำร้ายร่างกายตัวเองแบบนี้
กู้ชิงคิดว่าในไม่ช้าร่างกายของฉินคั่วจะต้องทนไม่ไหว
แต่ว่าไม่มีวิธีการที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ?
กู้ชิงคิดอยู่นาน
ทว่าความเป็นจริงกลับบอกเธอว่าไม่มีหนทางที่ดีกว่านี้เลย
ทำได้เพียงปล่อยให้ฉินคั่วทุกข์ทรมาน
เธอไม่สามารถช่วยเหลืออะไรฉินคั่วได้
ทำได้แค่คอยดูแลฉินคั่วให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
ยิ่งเข้ากับฉินคั่วได้มากเท่าไหร่ กู้ชิงก็ยิ่งเข้าใจการทำงานหนักของฉินคั่วมากเท่านั้น
ขณะเดียวกันเธอก็ตระหนักได้ว่าแต่ก่อนเธอเพิกเฉยขนาดไหน
ฉินคั่วต้องทำงานยุ่งอยู่ในบริษัทตลอดทั้งวัน พอกลับมาบ้านก็ยังต้องคอยมาตามง้อนิสัยขี้งอนที่ไม่มีเหตุผลของเธอ
โชคดีที่คนคนนี้คือฉินคั่ว
เพราะถ้าเป็นคนอื่นจะต้องทนไม่ไหวอย่างแน่นอน
เธอค่อย ๆ เข้าใจได้ว่าเธออยากจะเป็นคนที่ทำให้ฉินคั่วรู้สึกสบายใจ
ฉินคั่วดื่มซุปเสร็จและเงยหน้าขึ้น เห็นกู้ชิงยืนทำสีหน้าจริงจังอยู่ที่เดิม
ฉินคั่วจึงรีบถามขึ้นว่า “ชิงชิงที่รัก เป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
กู้ชิงหันกลับมาและเห็นสีหน้าวิตกกังวลของฉินคั่ว
กู้ชิงยิ้มและพูดว่า “ไม่มีอะไร ฉันแค่นึกถึงเรื่องบริษัทของนาย แค่รู้สึกว่าเป้าหมายยังอีกไกลเลย ถ้านายต้องดื่มแบบนี้อีกต่อไปจะทำไงดี?”
“ไม่เป็นไรหรอก แค่ผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ก็พอ ตอนนี้บริษัทของเรามีออเดอร์เข้ามาเยอะแล้ว ทุกบริษัทช่วงแรก ๆ ก็ยากเหมือนกันหมดนั่นแหละ กว่าจะขยายบริษัทได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย ผมกำลังสร้างแบรนด์กับชื่อเสียงให้บริษัทอยู่ อีกไม่นานก็คงสำเร็จ” ฉินคั่วกอดและหอมแก้มกู้ชิง
แต่ก่อนฉินคั่วไม่ชอบการบริหารบริษัท
แต่ตอนนี้ฉินคั่วกำลังขยับขยายบริษัทให้ใหญ่ขึ้น และเหตุผลหลักในการทำแบบนี้ก็คือกู้ชิง
ถึงอย่างนั้นฉินคั่วก็สนุกสนานกับการทำงาน
เขาเข้าใจแล้วว่าชายชราสองคนในบ้านลำบากมามากแค่ไหน
ตอนนี้ฉินคั่วจึงรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเมื่อต้องใช้เงินจำนวนมาก
เขาเข้าใจแล้วว่าการหาเงินไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่างไรก็ตามเขาจะตั้งใจทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้กู้ชิงกับลูกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น