พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 845 รุกรานคนเบื้องบน
ตอนที่ 845
รุกรานคนเบื้องบน
หลี่เสี่ยวผิงเดินทางมาถึงบริษัทและได้รับแจ้งว่าถูกไล่ออก
เธอเดินเข้าไปในสำนักงานด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ “ผู้จัดการ เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“ไล่ออกก็คือไล่ออก ไม่ต้องมาพูดไร้สาระให้มากความ” เห็นได้ชัดว่าผู้จัดการไม่ต้องการเสวนากับเธออีกต่อไปและท่าทางของเขาก็ดูส่งเดชมาก
ในตอนแรกครอบครัวของหลี่เสี่ยวผิงต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเพื่อยัดเธอเข้ามาทำงานในสตีเฟนกรุ๊ป
เธอมาจากพื้นที่ชนบทและครอบครัวก็ฝากความฝังไว้ที่เธอ หากเธอต้องตกงานจริง ๆ เธอจะทำยังไง?
หลี่เสี่ยวผิงทั้งสับสนมึนงงและอารมณ์เสียมาก แต่เธอยังคงอดกลั้นและพยายามถามหาสาเหตุกับผู้จัดการ “ผู้จัดการ ฉันทำงานเสร็จแล้ว คุณจะมาไล่ฉันออกแบบนี้ไม่ได้ มันไม่สมเหตุสมผลเลย”
ผู้จัดการคิดว่าเหตุผลดังกล่าวเป็นเรื่องยากที่จะโน้มน้าวใจอีกฝ่ายได้
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังพูดว่า “นี่คือคำสั่งจากเบื้องบน ถ้าคุณอยากจะโต้แย้งอะไรก็ไปคุยกับคนเบื้องบนเอาเองล่ะกัน”
เมื่อเช้านี้มีคนมาสั่งการว่าไล่หลี่เสี่ยวผิงออก
ผู้จัดการก็แค่ตอบสนองคำสั่งการ
เขาไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเหมือนกัน
แต่หลังจากได้ยินผู้จัดการพูดแบบนั้น หลี่เสี่ยวผิงก็ตกตะลึง “คนเบื้องบน… ผู้จัดการ เข้าใจผิดหรือเปล่าคะ?”
เธอไม่มีทางติดต่อกับสิ่งที่เรียกว่าคนเบื้องบนได้เลยในชีวิตนี้
แล้วเธอจะถูกไล่ออกได้ยังไง?
เธอไม่เข้าใจ
พอเห็นทำสีหน้าสับสน ผู้จัดการก็ตะคอกว่า “ถ้าว่างนักก็ไม่ไปนั่งคิดซะล่ะว่าช่วงนี้เผลอไปทำให้ใครขุ่นเคืองเอาไว้บ้าง ผมช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอก”
ผู้จัดการยังไม่สามารถปกป้องตัวเองต่อหน้าคนเบื้องบนได้เลย แล้วเขาจะช่วยหลี่เสี่ยวผิงได้ยังไง?
นอกจากนี้ให้ผู้จัดการไปรุกรานใครเพื่อหลี่เสี่ยวผิงคนเดียวมันคงจะไม่คุ้ม
คนอย่างหลี่เสี่ยวผิงไม่ได้โดดเด่นอะไร ก็แค่นั่งทำงานในบริษัทไปวัน ๆ
อีกไม่นานก็คงจะมีคนอื่นเข้ามาแทนที่
ผู้จัดการจึงไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจอีกฝ่ายมากนัก
“ผู้จัดการ งั้นช่วยบอกฉันหน่อยได้มั้ยคะว่าใคร?” ดวงตาของหลี่เสี่ยวผิงดูไม่เต็มใจอย่างมาก
พวกคนรวยก็เป็นกันแบบนี้
แค่พูดอะไรพล่อย ๆ ก็ตัดสินชีวิตคนอื่นได้แล้วว่าควรอยู่หรือไป
เธอเกลียดคนรวยพวกนี้
คนพวกนี้มีสิทธิ์อะไร?
“ผมบอกคุณไม่ได้ เพราะผมเองก็ไม่รู้” ผู้จัดการโบกมือไล่ แสดงท่าทางว่าเขาไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทว่าหลี่เสี่ยวผิงกลับไม่คิดจะยอมแพ้ง่าย ๆ
งานนี้สำคัญกับเธอมาก
ถ้าเธอถูกไล่ออกโดยไม่รู้สาเหตุ เธอก็จะไม่มีทางปล่อยมันไป
“ผู้จัดการ แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย ถ้าคุณไม่บอกเหตุผลฉัน ฉันก็จะไม่ออกไป!” ในเมื่อเรื่องมันมาถึงจุดนี้แล้ว หลี่เสี่ยวผิงก็จะเอาให้ถึงที่สุด
เธอจะต่อสู้กับผู้จัดการจนตัวตาย
ถ้าเธอไม่รู้เหตุผล ใครหน้าไหนก็ห้ามมีความสุขทั้งนั้น
ทัศนคติของเธอแทบจะทำให้ผู้จัดการระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “ในเมื่อคนเบื้องบนเขาไล่ออกแล้วก็คือไล่ออก เขาเป็นเจ้านาย ทำไมเขาจะต้องมาให้เหตุผลคุณด้วย? ถ้าคุณอยากอยู่ต่อก็อยู่ไป จะทำงานให้บริษัทฟรี ๆ ก็ได้นะ ผมเชื่อว่าพวกเขายินดีอยู่แล้ว”
คำพูดของผู้จัดการทำให้สีหน้าของหลี่เสี่ยวผิงซีดเผือดลง
อย่างไรก็ตามเธอเข้าใจคำพูดของผู้จัดการชัดเจน
“คุณจะบอกว่าเจ้านายไล่ฉันออกเหรอ?” หลี่เสี่ยวผิงแทบจะไม่เคยเห็นหน้าท่านประธานลู่ด้วยซ้ำ แล้วเธอจะถูกเขาไล่ออกได้ยังไง?
นอกจากนี้ช่วงนี้ท่านประธานลู่ยังไม่ค่อยเข้ามาที่บริษัท
จู่ ๆ แสงเย็นวาบก็ปรากฏขึ้นมาในดวงตาของหลี่เสี่ยวผิง “คุณโกหก ไม่มีใครไล่ฉันออกทั้งนั้น คุณนั่นแหละ คุณเป็นคนไล่ฉันออก!”
ผู้จัดการจ้องมองหลี่เสี่ยวผิงด้วยสายตาเยาะเย้ย “ถ้าเป็นผมแล้วไงล่ะ? คุณคิดว่าผู้จัดการอย่างผมจะไล่พนักงานตัวเล็ก ๆ อย่างคุณออกไม่ได้เหรอ มันไม่ตลกไปหน่อยมั้ย? อีกอย่างคุณได้ดูผลงานตัวเองบ้างหรือยัง? อยู่ต่อจะไม่ขายขี้หน้าเอาเหรอ? ไม่ละอายใจบ้างหรือไง ขี้เกียจตัวเป็นขน ไม่รู้จักรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง แล้วยังไม่กระตือรือร้นอีก คนอย่างคุณ ผมจะเก็บเอาไว้ทำไม? คุณมีคุณสมบัติอะไรให้ผมต้องจ้างต่อเหรอ?”
หลี่เสี่ยวผิงเปิดปากพะงาบ ๆ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดปฏิเสธอะไรออกไป
เพราะว่าสิ่งที่ผู้จัดการพูดนั้นเป็นความจริง
ถึงอย่างนั้นเธอกลับคิดว่าเธอไม่ผิด แม้ว่าเธอจะขี้เกียจแต่เธอก็ทำงานเสร็จตลอด
ผู้จัดการมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้กับเธอ
พอเห็นว่าเธอยังยืนนิ่งเฉย ผู้จัดการก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจ
“มัวยืนนิ่งทำอะไรอยู่ จัดการตัวเอง ไปเก็บของแล้วออกไปซะ เงินเดือนเดือนนี้จะยังจ่ายเข้าบัญชีคุณอยู่ แต่ถ้าคุณยังดื้อดึง ผมจะเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยให้มาลากตัวคุณออกไป เพราะงั้นจะเอาแบบไหนก็เลือกเอา”
เดิมทีเขาคิดจะไว้หน้าหลี่เสี่ยวผิง
แต่ในเมื่อหลี่เสี่ยวผิงไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องไว้หน้าหลี่เสี่ยวผิง
ในเมื่อคุยกันดี ๆ ไม่ได้ก็ต้องบีบบังคับ
หลี่เสี่ยวผิงมองดูผู้จัดการด้วยสีหน้าซีดเซียว ก่อนจะจำใจเดินออกไป
บริษัทไล่เธอออกแล้ว เธอจะทำอะไรได้อีกล่ะ?
จะให้ดื้อดึงอยู่ต่อก็ไม่ได้เพราะมันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
หากเธอยังรบกวนเขาต่อไปก็เกรงว่าผู้จัดการจะไม่จ่ายเงินเดือนเดือนนี้ให้เธอ
ผู้จัดการแผนกเป็นคนเย่อหยิ่งมาก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ข้างต้น เขาก็จะอ่อนข้อลงทันที
และไม่เคยพูดล้อเลียนพนักงานในบริษัท
ทว่าคราวนี้เขาพูดจารุนแรงมากจนหลี่เสี่ยวผิงเชื่อว่าคนเบื้องบนเป็นคนไล่เธอออกจริง ๆ
แต่ว่าคนคนนั้นคือใคร?
ตอนเธอเข้ามาทำงานในบริษัท เธอทำตัวเรียบร้อยมากและไม่ได้ทำให้ใครขุ่นเคืองเลย
กระทั่งกลับมาที่โต๊ะทำงาน หลี่เสี่ยวผิงค่อย ๆ เก็บข้าวของของตน
บางคนเห็นว่าเป็นเรื่องสนุกจึงจงใจพูดเสียงดังลั่นว่า “ไอหยา หลี่เสี่ยวผิง เธอถูกไล่ออกเหรอ? ทำไมล่ะ? ไหนว่าเธอตั้งใจทำงานสุดเลยไม่ใช่เหรอ?”
คำพูดเต็มไปด้วยถ้อยคำเสียดสี
หลี่เสี่ยวผิงไม่ได้เป็นที่รักใคร่ในบริษัทเลย
เธอชอบเอาเปรียบ ขี้เหนียวและสร้างความรำคาญให้กับทุกคน
ทันทีที่เสียงของคนคนนั้นดังขึ้น ทุกคนก็หันหน้าไปมอง หลี่เสี่ยวผิง
รวมถึงซ่งโมโม่ด้วย
หลี่เสี่ยวผิงรู้สึกว่าใบหน้าของเธอกำลังร้อนผ่าว
มันเป็นเรื่องที่น่าละอายอย่างมาก
แต่สุดท้ายเธอเลือกระบายความโกรธกับซ่งโมโม่ที่ดูอ่อนแอมากที่สุด
เธอพูดจาถากถางทันที “ทำไม? ดีใจที่ฉันถูกไล่ออกเหรอ? พอใจมั้ยล่ะ? เมื่อสองวันก่อนหักหน้าฉันไป วันนี้ฉันก็โดนไล่ออกแล้วไง?”
ซ่งโมโม่มองดูหลี่เสี่ยวผิงด้วยสีหน้าบึ้งตึง
เธอรู้สึกว่าหลี่เสี่ยวผิงไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
สายตาที่มองดูอีกฝ่ายราวกับคนบ้ามันแทงลึกเข้าไปในใจของหลี่เสี่ยวผิง “บอกฉันมา ดีใจใช่มั้ยล่ะ?”
ซ่งโมโม่ไม่ได้พูดอะไรมาตั้งแต่แรก และคำพูดทั้งหมดทั้งมวลก็ล้วนมาจากจินตนาการของหลี่เสี่ยวผิง
เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าหลี่เสี่ยวผิงจะคิดจินตนาการขนาดนี้
ทว่ายิ่งหลี่เสี่ยวผิงคิดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ทุกคนที่อยู่รอบข้างบอกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนพา ซ่งโมโม่มาที่นี่ แต่เธอกลับไม่เคยเห็นซ่งโมโม่ได้รับสิทธิ์พิเศษอะไรเลย
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้เก็บเอามาคิดใส่ใจ
แต่เธอเพิ่งจะทะเลาะกับซ่งโมโม่ไปและจู่ ๆ ก็ถูกไล่ออก
โดยมีคำพูดที่ว่ารุกรานคนเบื้องบน
เธอมองดูซ่งโมโม่ หรือว่า…
หลังจากคาดเดาสิ่งที่เลวร้าย น้ำเสียงของหลี่เสี่ยวผิงก็คมชัดขึ้น “บอกฉันหน่อยสิว่าใช่เธอหรือเปล่า?”