พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 847 เอาตาย
ตอนที่ 847
เอาตาย
หลี่เสี่ยวผิงตาแดงก่ำเมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งใจจะไล่เธอออกจริง ๆ “คุณถง ฉันขอโอกาสอีกครั้งไม่ได้เหรอคะ?”
กู้ชิงมองดูหลี่เสี่ยวผิงด้วยความรู้สึกไม่ปลาบปลื้มอย่างยิ่ง
พวกเธอได้ยินสิ่งที่หลี่เสี่ยวผิงพูดกับผู้จัดการในสำนักและได้ยินสิ่งที่เธอพูดกับซ่งโมโม่
ทีตอนนี้เพิ่งจะมาทำท่าทางน่าสงสาร
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอพูดและการกระทำก่อนหน้านี้ทำให้ท่าทางที่แสร้งทำเป็นน่าสงสารดูน่าขบขันสิ้นดี
“เก็บข้าวของแล้วออกไปซะ ฉันไม่อยากพูดมากไปกว่านี้แล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจกับ หลี่เสี่ยวผิงแม้แต่น้อย
ไม่ใช่ว่าเธอไม่ได้มอบโอกาสให้อีกฝ่าย แต่อีกฝ่ายไม่รู้จักหวงแหนโอกาสนั้นไว้เองต่างหาก
คนแบบนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีอะไรจะพูดด้วยหรอก
“คุณถง ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกครั้งเถอะนะคะ ฉันมาจากชนบท ลำบากมาก ถ้าเกิดเสียงานนี้ไป ฉันต้องตายแน่ ๆ” หลี่เสี่ยวผิงน้ำตาไหลทันที
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงนิ่งไม่ไหวติง
“ฉันไม่เคยคิดว่าการมาจากชนบทเป็นสิ่งที่น่าอาย แต่ในกรณีนี้เป็นคุณต่างหากที่ย้ายออกมาจากชนบทแล้วนำสิ่งที่น่าละอายกลับไปหาครอบครัว ครอบครัวคุณกำลังยากลำบาก ทำไมคุณไม่ตั้งใจทำงานล่ะ? ดูสิ ดูว่าการทำงานของคุณมันเป็นยังไงบ้าง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูหลี่เสี่ยวผิงด้วยสีหน้าเย็นชา
“ฉัน ฉัน…” คราวเมื่อหลี่เสี่ยวผิงแสดงท่าทางเกียจคร้านในครั้งแรก เธอก็กังวลเช่นกันเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้
แต่ต่อมาเธอก็ค่อย ๆ ปล่อยปละละเลยมากขึ้นเรื่อย ๆ และผู้จัดการไม่ได้ว่าอะไรหลี่เสี่ยวผิง เธอจึงได้ใจมากขึ้นไปใหญ่
หลี่เสี่ยวผิงมีความสุขมากที่เธอได้รับเงินเดือนด้วยภาระงานอันน้อยนิด
เธอเชื่อว่าหน้าที่การงานที่ทำอยู่มั่นคงพอแล้ว และไม่มีใครสามารถพรากมันจากเธอไปได้
ดังนั้นเธอจึงขี้เกียจจนติดเป็นนิสัย
นิสัยขี้เกียจก็เหมือนกับยาเสพติด ใคร ๆ ก็อยากมีชีวิตที่สบาย
แต่เธอกลับนึกไม่ถึงว่าพฤติกรรมในอดีตจะกลายมาเป็นเส้นฟางที่ทำลายชีวิตของเธอในตอนนี้
“เก็บของของคุณแล้วออกไปซะ ถ้าคุณไม่ไปฉันจะโทรแจ้งตำรวจข้อหาบุกเข้ามาในบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคุณไม่ใช่พนักงานของสตีเฟนอีกต่อไป” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขัดจังหวะความคิดของหลี่เสี่ยวผิงอย่างโหดเหี้ยม
คำพูดดังกล่าวตอกหลี่เสี่ยวผิงติดเข้ากับกำแพง จนเธอไม่มีอะไรจะพูด
“เข้าใจแล้วค่ะคุณถง” หลี่เสี่ยวผิงเม้มปาก หันหลังกลับและเดินออกมาจากห้องทำงานโดยไม่พูดอะไรสักคำ
กู้ชิงไม่ได้แสดงออกใด ๆ ทั้งนั้น
ทั้งหมดเป็นความผิดของหลี่เสี่ยวผิงที่ทำให้ตนเองมาถึงจุดนี้ จะไปตำหนิใครก็ไม่ได้
หลังจากได้ยินการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างซ่งโมโม่กับ หลี่เสี่ยวผิงในวันนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไปตรวจสอบสภาพการทำงานของหลี่เสี่ยวผิง
แต่ยิ่งเธอมองดูมากเท่าไหร่ก็ยิ่งโมโหมากเท่านั้น
ทุกคนในบริษัทต่างทำงานหนักจนล่วงเวลา
แล้วพนักงานตัวเล็ก ๆ ผู้ต่ำต้อยกล้าดียังไงมาใช้ชีวิตเกียจคร้านกว่าผู้บริหารระดับสูง?
นี่ไม่ใช่เพราะซ่งโมโม่ เธอแค่ทำความสะอาดจุดด่างพร้อยในบริษัทเท่านั้น
เธอไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจคนประเภทนี้เลยจริง ๆ
หลังจากหลี่เสี่ยวผิงกลับมา เธอไม่ได้ดื้อดึงและนั่งลงเก็บข้าวของเงียบ ๆ
ซ่งโมโม่ไม่แม้แต่จะมองเธอเลย
ก็แค่คนที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ไม่เห็นค่าความมีน้ำใจของคนอื่น
เธอมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหลี่เสี่ยวผิงมานานแล้ว และคิดว่าหล่อนจะปรับปรุงตัว แต่หล่อนก็ยังทำตัวเหมือนเดิม
ส่วนเธอแค่แสร้งทำเป็นตาบอดเท่านั้น
พอเห็นว่าซ่งโมโม่ทำเป็นมองไม่เห็น หลี่เสี่ยวผิงก็รู้สึกไม่พอใจซ่งโมโม่มากขึ้น
หล่อนเชื่อว่าที่หล่อนถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวไล่ออกนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับซ่งโมโม่
ซ่งโมโม่หันกลับมาหยิบเติมน้ำพอดี และบังเอิญสังเกตเห็นท่าทางของหลี่เสี่ยวผิง
เธอเกือบจะหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “เฮอะ หลี่เสี่ยวผิง จนถึงตอนนี้แล้วเธอยังคิดว่าเป็นความผิดของฉันอยู่อีกเหรอ? ฉันไม่ได้มีความสามารถที่จะพูดกลอกหูคุณถงได้สักหน่อย ไม่คิดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นความผิดของตัวเองบ้างหรือไง? ถ้าเธอตั้งใจทำงานเธอก็คงจะไม่ถูกไล่ออกหรอก”
ซ่งโมโม่พูดบอกหลี่เสี่ยวผิงด้วยท่าทางหยิ่งผยอง ไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย
ทว่าตอนนี้หลี่เสี่ยวผิงกลับดูสงบมาก
เธอไม่ได้พูดอะไร แค่ก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของ จนกระทั่งซ่งโมโม่เดินผ่านเธอไปโดยตั้งใจจะไปเติมน้ำ
หลี่เสี่ยวผิงที่กำลังโกรธจัดก็พุ่งเข้าหาและผลักซ่งโมโม่อย่างแรง
ซ่งโมโม่ล้มลงกับพื้นทันที
แต่ก่อนที่เธอจะลุกขึ้น หลี่เสี่ยวผิงก็พุ่งเข้าไปกระชากผมของเธอ “แกจะภาคภูมิใจอะไรนักหนา? ก็คนบ้านนอกเหมือนกัน กล้าดียังไงมาทำตัวหยิ่งผยอง?”
ซ่งโมโม่รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดบริเวณศีรษะ
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชา
หลี่เสี่ยวผิงเสียสติไปแล้ว
เธอไม่เคยเห็นใครหน้าด้านไร้ยางอายแบบนี้มาก่อน
ต่อสู้อย่างกับหมาจนตรอก
เพื่อนร่วมงานที่กำลังนั่งอยู่ในสำนักงานต่างตกใจกับการกระทำของหลี่เสี่ยวผิง หลายคนมีปฏิกิริยาตอบสนองและพยายามเข้ามาหยุด
ทว่าหลี่เสี่ยวผิงกลับกำผมของซ่งโมโม่เอาไว้แน่น พวกเขาจึงไม่กล้าออกแรงมากเกินไป ทำได้แค่ยับยั้งหลี่เสี่ยวผิงเอาไว้เท่านั้น
“หลี่เสี่ยวผิง เธอทำอะไร? ซ่งโมโม่เป็นเพื่อนเธอไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงลงไม้ลงมือแบบนี้?” เพื่อนร่วมงานหญิงคนหนึ่งพูดถาม
หลังจากได้ยินคำว่าเพื่อน การเคลื่อนไหวของหลี่เสี่ยวผิงก็ดุร้ายมากขึ้น “เพื่อน? เพื่อนประสาอะไร? ฉันไม่มีเพื่อนที่น่ารังเกียจอย่างมันหรอก!”
ขณะที่หลี่เสี่ยวผิงพูดปัดความผิดให้คนอื่น ซ่งโมโม่ก็เอื้อมมือออกมาคว้าผมของหล่อน “ใครน่ารังเกียจ หลี่เสี่ยวผิง เธอก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ? กล้าพูดมั้ยล่ะ?”
“เธอน่ารังเกียจ เธอนั่นแหละน่ารังเกียจ” ตอนนี้ หลี่เสี่ยวผิงไม่มีเหตุผลเลย
ความคิดมืดมนภายในใจได้แผ่ขยายออกมา
เธออยากให้ซ่งโมโม่หายไปจากโลกนี้ให้เร็วที่สุด
“หยุดเดี๋ยวนี้ นี่มันออฟฟิศนะ” ใครบางคนเข้ามาหยุด
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เพียงแค่เห็นหลี่เสี่ยวผิงเก็บข้าวของและพบว่าเธอคง จะถูกไล่ออกแล้ว
แต่ซ่งโมโม่กับหลี่เสี่ยวผิงมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาโดยตลอด
มาทะเลาะกันได้ยังไง?
นอกจากนี้การถูกไล่ออกของหลี่เสี่ยวผิงเกี่ยวข้องอะไรกับซ่งโมโม่
ทั้งหมดนี้ทำให้ทุกคนเหลือเชื่อ
แต่ช่วงนี้หลี่เสี่ยวผิงพูดคุยกับซ่งโมโม่ด้วยท่าทางที่ก้าวร้าวมาก ๆ จนใครก็สังเกตเห็น
โดยปกติแล้วซ่งโมโม่จะเก็บตัวเงียบเฉียบอยู่ในสำนักงาน
บางครั้งเธอก็ออกมาพูดคุยบ้าง แต่อย่างน้อยความประทับใจที่ทุกคนมีต่อซ่งโมโม่ก็ดีกว่าหลี่เสี่ยวผิงมาก
น้ำเสียงห้ามปรามของทุกคนทำให้หลี่เสี่ยวผิงโกรธจัดยิ่งขึ้น และการกระทำของเธอก็รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ซ่งโมโม่ถูกหลี่เสี่ยวผิงตึงไว้จนไม่สามารถใช้แรงกำลัง ใด ๆ ได้
เธออยากจะผลักหลี่เสี่ยวผิงออกไป แต่ความเจ็บซ่านบนหนังศีรษะทำให้ซ่งโมโม่ต้องหยุดลง
ซ่งโมโม่เริ่มรู้สึกหายใจไม่ค่อยออกและภาพตรงหน้าก็พร่ามัวทีละน้อย
ทว่าหลี่เสี่ยวผิงกลับไม่ได้สังเกตเห็นและยังคงลงไม้ลงมือต่อไป
ซ่งโมโม่พยายามยื้ออยู่สักพัก แต่สุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป การมองเห็นพร่ามัวลงและหมดสติไป
เพื่อนร่วมงานสังเกตเห็นและกรีดร้องทันที “หลี่เสี่ยวผิง ยังไม่หยุดอีก ซ่งโมโม่เป็นลมแล้ว จะเอาให้ตายเลยหรือไง?