พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 852 ไม่มีเหตุผล
ตอนที่ 852
ไม่มีเหตุผล
เมื่อจ้าวเทียนมาถึง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตื่นขึ้นมาแล้ว และเธอก็เห็นบุคคลที่สามเข้ามานั่งอยู่ในบ้าน ซึ่งปกติที่นี่จะมีกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
และมองดูมู่อวี้เฉิงด้วยสายตาที่เป็นคำถาม
ทว่าจ้าวเทียนกลับไม่ได้ทำตัวงุ่มง่ามเลยและยังทักทายถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีค่ะคุณหนูสะใภ้ ฉันชื่อจ้าวเทียนเป็นเลขาของคุณมู่ค่ะ”
ทัศนคติของหล่อนทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูกลายเป็นคน ขี้หึง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คิดสงสัยเช่นกันว่าเธอคิดมากเกินไปหรือเปล่า คนที่อยู่ใกล้ตัวมู่อวี้เฉิงจะต้องเป็นคนไม่ดีเหมือนกันหมดเลยหรือไง?
จ้าวเทียนดูดีและทำงานเก่ง สามารถตอบสนองการทำงานของมู่อวี้เฉิงได้ดี แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
บางทีเธออาจจะคิดมากเกินไป
เธอเป็นคนอ่อนไหว เธอก็เลยพยายามจับตาดูมู่อวี้เฉิง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ควรดึงผู้บริสุทธิ์เข้ามาเกี่ยวข้อง
“สวัสดีค่ะ” ความเป็นมืออาชีพในการทำงานของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่แค่ลมปาก
เธอตอบสนองโดยการกล่าวทักทายจ้าวเทียนทันที และระงับความเป็นศัตรูเอาไว้ภายใน
พอจ้าวเทียนเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของเธอ หล่อนก็เม้มปาก ดวงตามืดมนลงเล็กน้อย แต่มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่ได้สังเกตเห็น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวล้างหน้าล้างตาแล้ว
และเธอมักจะแต่งหน้าหลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ
แม้ว่าผิวพรรณของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะอยู่ในสภาพดี แต่จ้าวเทียนที่แต่งหน้าเต็มยศกลับดูสวยสะพรั่งมากกว่า ปรากฏให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวระงับความรู้สึกไม่สบายใจ จากนั้นก็ดึงเก้าอี้ออกมานั่งลง
มู่อวี้เฉิงนำโจ๊กที่พักไว้จนหายร้อนแล้วออกมาเสิร์ฟให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
กว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะลุกออกจากเตียง โจ๊กก็ได้ที่พอดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าจ้าวเทียนมาที่นี่ได้คงจะกินอาหารเช้ามาแล้ว เลยถามลวก ๆ ว่า “เลขาจ้าว กินข้าวเช้ามาหรือยังล่ะ?”
เธอยอมรับว่าเธอไม่ได้ใจกว้างขนาดนั้น
แค่คิดว่าหลังจากนี้มู่อวี้เฉิงกับจ้าวเทียนจะต้องตัวติดกันอยู่ในห้องทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
หนำซ้ำยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
เธอเชื่อว่าสัญชาตญาณของเธอถูกต้อง และจ้าวเทียนก็ดูไม่ใช่คนดีตั้งแต่แรกเห็น
แน่นอนว่าถ้าได้ลิ้มลองฝีมือการทำอาหารของมู่อวี้เฉิง จ้าวเทียนก็ไม่ปฏิเสธ
จ้าวเทียนแสร้งทำเป็นลำบากใจแล้วพูดว่า “ขอโทษ จริง ๆ ค่ะ พอดีฉันรีบมาเพราะกลัวว่าจะมาไม่ทันเวลาไปทำงานของคุณมู่ ก็เลยยังไม่ได้กินอะไรมาเลยค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว รู้สึกว่าลางสังหรณ์บางอย่างได้รับการยืนยันแล้ว
เธอไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยว
จ้าวเทียนไม่ได้ทำอะไรผิด และการปล่อยให้ใครสักคนยืนมองก็น่าอึดอัด นอกจากนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนเอ่ยปากถามหล่อนเอง
มู่อวี้เฉิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า “ถ้ายังไม่ได้กินข้าวมาก็มานั่งกินด้วยกันสิ”
“ได้เหรอคะ?” จ้าวเทียนเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่พูดอะไรก็นึกว่าหล่อนจะพลาดอาหารเช้ามื้อนี้เสียแล้ว
ดูเหมือนว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะมองออกว่าหล่อนกำลังคิดอะไรอยู่
แต่นั่นจะสำคัญอะไรล่ะ แต่งงานแล้วยังไง?
ทุกคนต้องพึ่งพาความสามารถของตัวเอง และอยู่ที่ว่าใครจะคว้ามาได้
แต่มองดูจากท่าทางของมู่อวี้เฉิงแล้ว เขาใส่ใจ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากจริง ๆ
นึกไม่ถึงว่ามู่อวี้เฉิงจะชวนหล่อนกินข้าวด้วยเป็นการส่วนตัว
เขาคงจะมีความประทับใจในตัวหล่อนบ้างใช่ไหม?
เพื่อที่จะได้อยู่เคียงข้างมู่อวี้เฉิงได้นานขึ้นอีกหน่อย จ้าวเทียนจะไม่เปิดเผยความตั้งใจของตนเองจนกว่าหล่อนจะประสบความสำเร็จ
“อืม” มู่อวี้เฉิงตอบรับเบา ๆ
เขาคิดว่าการชวนจ้าวเทียนให้มากินข้าวเช้าด้วยกันเป็นเพียงเรื่องของมารยาท
เขาไม่ได้คิดตีความหมายอื่นกับจ้าวเทียน
มู่อวี้เฉิงถือชามกับตะเกียบหนึ่งคู่หันกลับมามอบให้ จ้าวเทียน
จ้าวเทียนใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้พูดคุยกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ส่งยิ้มหวานจนดวงตาของหล่อนบิดเบี้ยว “คุณหนูสะใภ้ คุณมู่ใจดีกับคุณจังค่ะ ไม่เหมือนฉันเลยที่ยังเด็กแต่กลับเป็นโสดซะได้”
กลิ่นความแรดร่านฟุ้งซ่านออกมาทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสามารถบอกได้ว่าจ้าวเทียนไม่ใช่คนดี
เธอนั่งกินโจ๊กด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “อ๊ะ ใช่ เธออยากจะต้องพยายามกว่านี้หน่อยนะ เพราะยังไงก็หาสามีดีเท่าฉันไม่ได้หรอก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเสียดสีจ้าวเทียนโดยไม่ไว้หน้าหล่อนเลย
หล่อนแสดงเจตนาไม่ดีตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามา เพราะฉะนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่จำเป็นต้องสุภาพกับคนพรรค์นี้
“คุณหนูสะใภ้จะบอกว่าฉันหาผู้ชายที่ดีกว่าคุณมู่ไม่ได้ใช่มั้ยคะ” จ้าวเทียนแอบบอกตัวเองในใจว่าต่อให้หล่อนจะหาผู้ชายดี ๆ แบบนี้ไม่ได้ แต่หล่อนก็สามารถขโมยผู้ชายของเธอได้ไม่ใช่เหรอ?
ผู้ชายทุกคนก็ชอบคนสาว ๆ กันทั้งนั้นแหละ ขอแค่หล่อนพยายามอีกนิด มู่อวี้เฉิงก็จะตกอยู่ภายใต้กระโปรงของหล่อน
จ้าวเทียนรู้ตัวว่าหล่อนหน้าตาดี ดังนั้นหล่อนจึงกล้าลองเสี่ยง
อีกอย่างพิจารณาจากภูมิหลังทางครอบครัวของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหมี่ยว เธอจะมาสู้หล่อนได้ยังไง?
หล่อนแอบชอบมู่อวี้เฉิงมานานแล้ว
ดูเหมือนว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเข้าใจความหมายของหล่อน จึงจ้องมองจ้าวเทียนด้วยดวงตาเฉียบคม
“เคร๊ง” ตามมาด้วยเสียงช้อนตกลงไปในชาม
มู่อวี้เฉิงเดินเข้ามาและกำลังจะถามถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขากลับเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นจากเก้าอี้
หลังจากวางชามลงบนโต๊ะ มู่อวี้เฉิงก็ถามว่า “เป็นอะไรไป เหมี่ยวเหมี่ยว”
“ฉันไม่อยากกินแล้วน่ะ ก็เลยหยุดกิน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองจ้าวเทียนด้วยสายตารังเกียจ จากนั้นก็หันหลังเดินขึ้นห้องไป
เธอสวมเสื้อผ้าและแต่งหน้า เตรียมจะออกไปทำงานที่บริษัท
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองจ้าวเทียนแล้วพูดว่า “กินไปก่อนนะ”
จากนั้นเขาก็เดินขึ้นไปบนห้องและเห็นว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังแต่งหน้าอยู่ มู่อวี้เฉิงถอนหายใจและเดินเข้าไปถามว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว เกิดอะไรขึ้น?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าสบตากับมู่อวี้เฉิงที่เป็นกังวล และพูดขึ้นโดยตรงว่า “ฉันไม่ชอบจ้าวเทียน ฉันรู้ว่าคุณมีเหตุผลเรื่องงาน แต่ฉันไม่อยากเห็นจ้าวเทียนเข้ามาในบ้านหลังนี้อีก”
“ได้” มู่อวี้เฉิงตอบตกลงโดยไม่ถามหาเหตุผล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่งหน้าเสร็จแล้วเดินออกไปทันที
มู่อวี้เฉิงเดินไปข้างหน้าและคว้าข้อมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ “จะไม่กินอะไรหน่อยเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกินโจ๊กไปนิดเดียวเอง หากเข้าไปนั่งทำงานในบริษัทเลย เธอคงจะต้องหิวแน่ ๆ
นอกจากนี้เธอยังท้องไส้ไม่ดีอยู่ มู่อวี้เฉิงจึงลองวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกินมากกว่าเดิม
“ฉันจะไปหาอะไรกินที่บริษัททีหลัง ฉันไม่อยากนั่งกินที่นี่ แค่นั้นแหละ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากเสวนาอีกต่อไปและจากไปในทันที
มู่อวี้เฉิงปล่อยมือเธอ
ขณะเดินผ่านห้องนั่งเล่น จ้าวเทียนยังคงนั่งกินโจ๊กอย่างไม่มีความเกรงใจใด ๆ และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เดินผ่านไปโดยไม่ได้หันไปมองด้านข้าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าพนักงานที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งกล้าเข้ามานั่งกินข้าวเช้าที่บ้านของประธานบริษัทได้ยังไง?
การกระทำโจ่งแจ้งมาก และจุดประสงค์ก็เพื่อบุกรุกเข้ามาในบ้าน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองเห็นความคิดหล่อนได้อย่างชัดเจน
ส่วนจะเกิดอะไรขึ้นกับจ้าวเทียนหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของมู่อวี้เฉิง
บางทีในสายตาของมู่อวี้เฉิง เธออาจจะดูไร้เหตุผลเล็กน้อย
แม้ว่าจ้าวเทียนจะเพิ่งมาที่นี่ครั้งแรก แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงทนไม่ไหว
ถ้ามู่อวี้เฉิงจะไม่เข้าใจเธอก็ไม่เป็นไร เธอก็จะไม่พูดมาก