พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 858 รู้และยอมถอย
ตอนที่ 858
รู้และยอมถอย
ในตอนแรกมู่อวี้เฉิงยังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่
เขาเพียงหลับตาลงเพื่อพักผ่อนแต่ไม่ได้นอนหลับไปเลย
ยังคอยหรี่ตาเพื่อดูปฏิกิริยาของจ้าวเทียน
เขาคอยสังเกตการณ์อยู่พักหนึ่งและเห็นว่าจ้าวเทียนไม่ได้ทำอย่างอื่น
เขาจึงหลับตาลงด้วยความโล่งอก
กว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะตื่นขึ้นมา อาการไข้ของเธอก็จางหายไปแล้ว ทว่าร่างกายของเธอเหนียวเหนอะมากและลำคอก็แห้งผากจนกระหายน้ำ
เธอส่งเสียงออกมาว่า “น้ำ น้ำ”
ขณะเดียวกัน น้ำอุ่นแก้วหนึ่งถูกยกขึ้นมาจ่อปาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโดยตรง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดื่มไปครึ่งแก้วจนรู้สึกตื่นเต็มที่
เธอคิดว่าเป็นมู่อวี้เฉิง แต่หลังจากลืมตาขึ้นมาเธอกลับเห็นคนที่ไม่คาดคิด
นั่นคือจ้าวเทียน
พอเห็นผ้าห่มในมือของจ้าวเทียน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ขมวดคิ้วและคิดว่าจ้าวเทียนได้วางยาพิษเธอหรือเปล่า?
เธอรู้ว่าเธอไม่ควรตั้งคำถามกับความใจดีของคนอื่น แต่เธอรู้สึกว่าจ้าวเทียนไม่ใช่คนดีอะไร
ลางสังหรณ์ในใจของเธอแข็งแกร่งมาก
บางทีสายตาของเธออาจจะแสดงออกชัดเจนเกินไป จ้าวเทียนจึงพูดว่า “คุณหนูสะใภ้ช่วยบอกฉันทีได้มั้ยว่าทำไมคุณถึงเกลียดฉันมากเหรอคะ?”
ตอนที่หล่อนไปบ้านถงเหมี่ยวเหมี่ยว คาดเดาว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวน่าจะมองเจตนาของหล่อนออกตั้งแต่วันแรกแล้ว
แต่แล้วยังไงล่ะ?
มู่อวี้เฉิงไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย
อย่างมากถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ทำได้แค่คอยสร้างปัญหา
ส่วนมู่อวี้เฉิงก็คอยตามใจเธอเหมือนเช่นเคย
มันน่าโมโหจริง ๆ
“ฉันเกลียดอะไรเธอ เธอก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ? จ้าวเทียน บอกมาเถอะว่าเธอมีจุดประสงค์อะไร” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยและมองเขม็งไปทางจ้าวเทียนรากกับว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ
จ้าวเทียนกะพริบตา “คุณถง ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ฉันแค่ทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองไปวัน ๆ ฉันรู้ว่าพวกคนรวยชอบดูถูกฉันและคิดว่าฉันมีเจตนาแอบแฝง แต่พ่อแม่ฉันให้ฉันเกิดมาหน้าตาแบบนี้เอง ฉันไม่มีสิทธิ์เลือกคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอคะ? ตอนฉันทำงานที่บริษัทอื่น ฉันก็ถูกคนอื่นเหยียดหยามเพราะหน้าตามาแล้ว พอฉันเข้ามาทำงานที่มู่กรุ๊ป ฉันก็เห็นว่าคุณมู่เป็นผู้นำที่ดีและเป็นคนใจดีมาก แต่ถ้าฉันทำอะไรให้คุณเข้าใจผิดฉันก็หวังว่าคุณจะยกโทษให้ฉัน”
จ้าวเทียนกะพริบและดวงตาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดง
หล่อนพูดเพื่อหวังว่าจะได้รับความเห็นอกเห็นใจจาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวละทิ้งอคติที่มีต่อหล่อนก่อน ไม่อย่างนั้นหล่อนจะเข้าหามู่อวี้เฉิงได้ยังไง?
ตอนนี้ดูเหมือนว่ามู่อวี้เฉิงจะเชื่อฟังคำพูดของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก
หล่อนคาดเดาว่าถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดว่าไม่เห็นด้วย มู่อวี้เฉิงก็จะไล่หล่อนออกภายในวันพรุ่งนี้เลย
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นความจริงที่โหดร้ายมาก
กว่าจะได้มาอยู่เคียงข้างมู่อวี้เฉิงนั้นไม่ง่าย จ้าวเทียนจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญเช่นกัน
สายสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาแข็งแกร่งมาก แล้วทำไมหล่อนไม่ใช้ประโยชน์จากมันล่ะ?
ใครก็ตามที่สนิทสนมกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะรู้ว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนโยนมาก
แน่นอนว่าหลังจากได้ยินคำพูดของจ้าวเทียน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สั่นคลอนเล็กน้อย
ในความเป็นจริงถ้าลองคิดดูให้ดี จ้าวเทียนยังไม่ได้ทำอะไรผิดจนถึงตอนนี้
และจ้าวเทียนก็ดูค่อนข้างน่าสงสาร
แต่เธอรู้สึกไม่ถูกชะตากับจ้าวเทียนอย่างบอกไม่ถูก และเธอก็ไม่รู้ว่าทำไม
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้เปิดเผยความคิดอะไรออกไปและพูดกับจ้าวเทียนว่า “อวี้เฉิงเป็นเจ้านายที่ดีมาก ถ้าเธอทำงานร่วมกับเขาต่อไป หลังจากนี้จะต้องดีขึ้นแน่”
จ้าวเทียนที่ได้ยินคำตอบไม่ตรงประเด็นของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
ทว่าหล่อนเห็นแล้วว่าทัศนคติของถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มีต่อหล่อนนั้นค่อนข้างหละหลวม
แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว
จ้าวเทียนมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณหนูสะใภ้ ถ้าฉันทำอะไรให้คุณรู้สึกแย่ก็อย่าถือสากันเลยนะคะ ฉันจะแก้ไขมันให้ถูกต้อง และหวังว่าคุณจะวางอคติที่มีต่อฉันลงเหมือนกัน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูจ้าวเทียนอย่างเบื่อหน่าย สายตาที่จับจ้องมาราวกับมองลึกเข้าไปในหัวใจของจ้าวเทียน
จ้าวเทียนมองดูท่าทางของเธอแล้วรู้สึกได้ถึงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นระรัว
หล่อนคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูกลั่นแกล้งได้ยาก
และหลังจากนี้จะต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองหล่อนและหันไปมองทางอื่น “อวี้เฉิงล่ะ?”
จ้าวเทียนตอบรับทันที “ช่วงนี้คุณมู่เหนื่อยมากค่ะ เขาพักอยู่ข้าง ๆ นี้เอง เดี๋ยวฉันดูแลคุณเองค่ะ”
“ใส่ใจดีจังนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบกลับเสียงเรียบ
จ้าวเทียนขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าทุกอย่างที่หล่อนทำก่อนหน้านี้จะไม่สามารถขจัดความสงสัยของถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้เลย
ในทางตรงกันข้าม มันกลับทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสงสัยมากขึ้น
จ้าวเทียนเริ่มไม่มีความสุข
หากรู้ตัวเร็วกว่านี้หล่อนคงจะไม่พูดอะไร
หล่อนรู้สึกเสียความรู้สึกกับฉากตรงหน้าเต็มทน
“คุณถงชมอะไรคะ มันเป็นหน้าที่ของเลขาอย่างฉันต่างหากค่ะ” จ้าวเทียนตอบกลับอย่างสุภาพ
“ตอนนี้ฉันตื่นแล้ว เธอกลับไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะให้หมอมาเอาเข็มออกทีหลัง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวป่วยอยู่และไม่อยากเห็นคนที่น่ารำคาญ
ควรอยู่ให้ห่างจากสายตาดีกว่า อาการป่วยจะได้ไม่แย่ลง
“ให้ฉันอยู่เฝ้าเถอะค่ะ ไม่งั้นคุณมู่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นฉันจะตำหนิฉันเปล่า ๆ” จ้าวเทียนพยายามแสดงให้ตัวเองดูน่าสงสาร
หล่อนจะต้องแสดงต่อให้จบ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูจ้าวเทียนด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจว่าจ้าวเทียนกำลังแสดงอยู่หรือไม่
จ้าวเทียนดูแตกต่างจากที่พบเจอในครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นหล่อนดูเย่อยิ่งมาก
แต่ตอนนี้หล่อนเป็นเพียงดอกไม้ขาวที่พลิ้วไสวตามสายลม ดูน่าสงสารและเปราะบาง
แต่ก่อนกับตอนนี้ดูแตกต่างกันมาก
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีวันสงสารคนแบบนี้หรอก
เธอพูดตอบว่า “เดี๋ยวฉันบอกเขาเอง เธอกลับไปได้เลย”
จ้าวเทียนมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าเศร้าใจ “คุณหนูสะใภ้ยังโกรธฉันอยู่เหรอคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำถามของหล่อน
“เธอไม่ได้ทำผิดอะไรนี่ ทำไมฉันจะต้องโกรธเธอด้วย? หรือว่าเธอไปทำผิดอะไรมา?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วมองไปที่จ้าวเทียน
ดวงตาของเธอเย็นชาและเฉียบคม สายตาที่จ้องมองดูดุดันมากจนจ้าวเทียนเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
หล่อนนึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะแสดงท่าทางข่มขู่ได้น่ากลัวมาก จนหล่อนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกลัว
แต่เมื่อคิดได้ว่านี่คือภรรยาของมู่อวี้เฉิง ผู้ชายที่หล่อนชื่นชอบ หล่อนก็บอกตัวเองว่าหล่อนจะถอยหลังไม่ได้
ถ้าถอยหลังก็เท่ากับยอมแพ้
ดังนั้นจ้าวเทียนจึงสงบสติและมองตรงเข้าไปในดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยว “คุณหนูสะใภ้คะ ดูสิ จนถึงตอนนี้แล้วก็ยังเข้าใจฉันผิดอยู่ไม่ใช่เหรอคะ? ฉันเพิ่งรู้จักคุณแค่ไม่กี่วันเอง จะไปทำอะไรคุณได้คะ? อีกอย่างฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉันขนาดนี้ หรือว่าเป็นเพราะหน้าตาของฉันเหรอคะ?”
หล่อนพูดและเชิดหน้าขึ้นเพื่อให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้เห็นใบหน้าของหล่อนชัดเจน
ทางที่ดีควรจะให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจดจำหล่อนเอาไว้ จะได้รู้แจ้งและยอมถอยออกไปสักที!
หล่อนจะได้ไม่ต้องเสียพลังงานมาจัดการกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
พอได้ยินคำพูดของหล่อน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยิ้ม “ในโลกนี้มีอีกหลายพันคนที่หน้าตาดีกว่าเธอ เลขาจ้าวมั่นใจเกินไปหน่อยนะ”