พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 859 หัวใจของเธอกำลังด้านชา
ตอนที่ 859
หัวใจของเธอกำลังด้านชา
คำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเฉียบคมมากและทุกประโยคที่เธอพูดออกมาก็ทิ่มแทงเข้าไปในส่วนลึกของอีกฝ่าย
จ้าวเทียนไม่ได้ประคับประคองรอยยิ้มไว้ได้ และใบหน้าของหล่อนก็แข็งทื่อ
“คุณถง ถ้าคุณไม่พอใจอะไรฉันคุณบอกฉันได้นะคะ ฉันจะปรับปรุงตัวค่ะ” จ้าวเทียนกัดฟัน
ก่อนที่หล่อนจะมาที่นี่ หล่อนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนรับมือยากขนาดนี้
คำพูดของเธอเฉียบคมมาก เพียงพูดออกมาแค่ไม่กี่คำหล่อนก็ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลย
ทว่าหล่อนไม่สามารถแสดงท่าทางโกรธได้
ในตอนนี้สิ่งที่หล่อนต้องทำคือทำให้คุณถงพึงพอใจเสียก่อน
รอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ทันระวังตัวก่อน หล่อนถึงจะลงมือทำอย่างอื่นได้
“เลขาจ้าว ฉันว่าเธอคิดมากเกินไปนะ ฉันก็แค่ไม่ชอบหน้าเธอ ส่วนเธอก็แค่ทำงานเป็นเลขาต่อไป ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้า ฉันไม่ว่าอะไรหรอก แล้วเธอก็ไม่ต้องถ่อมตัวมาเอาอกเอาใจฉันด้วย ฉันว่ามันไม่จำเป็น หรือเธอคิดว่าไงล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดตรงประเด็น
คำพูดของเธอเฉียบคมและเธอก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรเลย
ขณะเดียวกันมู่อวี้เฉิงเดินออกมาจากข้างหลังพวกเธอแล้วพูดว่า “เลขาจ้าว ขอบใจนะ กลับไปก่อนเถอะ”
มู่อวี้เฉิงได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเธอเช่นกัน
ไม่รู้ว่าทำไมสองคนที่ดี ๆ กันอยู่ถึงกลับมาทะเลาะกันอีกครั้ง
มู่อวี้เฉิงยังไม่เข้าใจว่าทำไมถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงตั้งตัวเป็นศัตรูกับจ้าวเทียนขนาดนี้
จ้าวเทียนมองดูมู่อวี้เฉิง จากนั้นก็เหลือบมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ได้ค่ะคุณมู่ งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”
หลังจากพูดจบ จ้าวเทียนก็ไม่ได้มีท่าทางลังเลอะไรและหันกลับออกไปทันที
มู่อวี้เฉิงมองตรงไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วถอนหายใจ “เหมี่ยวเหมี่ยว คุณทำอะไร?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำหน้าทำตาเหมือนผู้ไร้เดียงสา “ฉันทำอะไร? ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย”
“จ้าวเทียนคอยเฝ้าคุณอยู่ที่นี่ตลอดทั้งคืน เพราะงั้นคุณไม่ควรพูดแบบนั้นกับเธอ” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยความรู้สึกหมดหนทาง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าจ้าวเทียนไม่ใช่คนดีอย่างที่แสดงออก
และไม่รู้ว่าหล่อนมีเจตนาอะไรถึงได้มานั่งเฝ้าเธอตลอดทั้งคืน
คาดเดาว่าอาจจะเป็นเพียงการแสดงเพื่อตบตามู่อวี้เฉิง
แล้วมันก็ได้ผล มู่อวี้เฉิงเดินเข้ามาตำหนิเธอทันที
“มู่อวี้เฉิง คุณกำลังรู้สึกเสียใจอยู่หรือเปล่า?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองตรงไปที่มู่อวี้เฉิง
ดวงตาของเธอเย็นชาและจ้องมองมู่อวี้เฉิงด้วยความรู้สึกไร้อารมณ์
“ผมจะรู้สึกเสียใจกับเธอทำไม? เหมี่ยวเหมี่ยว สองอย่างนี้มันไม่เหมือนกันเข้าใจมั้ย? จ้าวเทียนไม่ได้ทำอะไรผิด แต่การที่คุณปฏิบัติต่อคนอื่นแบบนี้มันไม่ถูกต้องไม่ใช่เหรอ” แต่ก่อน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะเป็นคนอารมณ์ดี จิตใจดีและปฏิบัติต่อผองเพื่อนอย่างดี
แต่ไม่รู้ว่าทำไมพอเป็นเรื่องของจ้าวเทียน เธอกลับไม่ยอมอ่อนข้อให้เลย
มู่อวี้เฉิงก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงแล้ว?
“ฉันทำดีกับคนที่คิดจะขโมยสามีฉันไม่ได้หรอก คุณเข้าใจที่ฉันพูดมั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนตรงไปตรงมา
เธอไม่จำเป็นต้องปิดซ่อนความลับกับมู่อวี้เฉิง
พูดมันออกมาให้ชัดเจน มู่อวี้เฉิงจะได้เข้าใจแจ่มแจ้ง สักที
“เหมี่ยวเหมี่ยว คุณอ่อนไหวเกินไปหรือเปล่า จ้าวเทียนแค่มาทำงานตามปกติ เธอไม่ได้มีเจตนาอื่นเลย แล้วยังคอยดูแลคุณด้วยไม่ใช่เหรอ?” มู่อวี้เฉิงไม่เข้าใจว่าทำไมถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงดื้อดึงเอาแต่นึกถึงเรื่องพรรค์นี้
“คุณจะไปรู้อะไร? มู่อวี้เฉิง ทำไมถึงเอาแต่พูดแทน จ้าวเทียนล่ะ? หรือว่าในสายตาคุณ เลขาคนใหม่มีความสำคัญมากกว่าฉัน?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวป่วยอยู่และจิตใจก็อยู่ในสภาพปั่นป่วน ทำให้ต้องแยกแยะระหว่างชั่วดี
ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงโดยที่ไม่รู้ตัว
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร เธอก็รู้สึกเสียใจอย่างมากที่มู่อวี้เฉิงพูดตำหนิเธอเพราะคนอื่น
“เหมี่ยวเหมี่ยว เราคุยเรื่องนี้กันไปแล้ว คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าคุณสำคัญสำหรับผมมากแค่ไหน?” มู่อวี้เฉิงรู้สึกว่าถ้าเขายังพูดคุยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวต่อไป เขาจะไม่มีวันเข้าใจเหตุผลได้อย่างแน่นอน
“ฉันไม่รู้หรอก ฉันก็แค่รู้สึกว่าได้อยู่ในใจคุณ แต่นอกนั้นมันไม่มีอะไรเลย!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองตรงไปที่มู่อวี้เฉิงอย่างดื้อรั้น
มู่อวี้เฉิงยังคงเกลี้ยกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เหมี่ยวเหมี่ยว ช่างเถอะ อย่าไปพูดถึงเธอเลย ตกลงมั้ย คุณหิวหรือเปล่า เดี๋ยวผมไปหาอะไรมาให้กิน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำหมัดแน่น รู้ว่ามู่อวี้เฉิงพยายามจะหาทางออกและเปลี่ยนประเด็น
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากให้มู่อวี้เฉิงปัดเรื่องนี้ออกไป
เธอรู้สึกว่าจ้าวเทียนมีเจตนาชั่วร้าย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงหลับตาลงและเปิดปากพูดว่า “คุณไปไล่จ้าวเทียนออกซะตอนนี้”
มู่อวี้เฉิงเบิกตากว้าง มองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ “คุณว่าอะไรนะ?”
“ฉันบอกว่าให้ไล่จ้าวเทียนออก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างหนักแน่น
มู่อวี้เฉิงนึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะมีอคติต่อ จ้าวเทียนขนาดนี้
เขารู้สึกตั้งแต่เริ่มแรกว่าจ้าวเทียนไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่กลับเป็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่พยายามสร้างความลำบากให้ จ้าวเทียน
มู่อวี้เฉิงคอยยืนหยัดข้างถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาโดยตลอด
แต่ตอนนี้มู่อวี้เฉิงกลับรู้สึกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังทำเกินไปมาก
เขาจะต้องคุยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้รู้เรื่อง
“เหมี่ยวเหมี่ยว คุณก็รู้ว่าจ้าวเทียนไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ให้ผมไล่เธอออกโดยไม่มีเหตุผลมันคงไม่ดีมั้ง? คุณว่าจริงมั้ยล่ะ?”
“ไม่ คุณต้องไล่จ้าวเทียนออกซะเดี๋ยวนี้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัว
“เหมี่ยวเหมี่ยว ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอว่าถ้าคุณไม่อยากทนเห็นจ้าวเทียน ก็รอให้โปรเจ็กต์ใหม่จบลงก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะย้ายเธอไปทำตำแหน่งอื่นที่คุณไม่ต้องเห็นหน้าเธออีก และคุณก็สัญญากับผมแล้วด้วย” ตอนนี้โครงการใหม่ทำให้มู่อวี้เฉิงวิตกกังวลอย่างมาก
เขาเองก็เหนื่อยกับมันมากเช่นกัน
ลู่หมิงไม่อยู่ที่นี่และมีเพียงจ้าวเทียนเท่านั้นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ให้ไล่ออกตอนนี้เขาจะไปหาคนที่ไหนมาแทน?
นอกจากนี้มันยังเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ
“แต่ตอนนี้ฉันเสียใจ ฉันไม่อยากเห็นจ้าวเทียน มู่อวี้เฉิง คุณบอกฉันมาตรง ๆ ว่าคุณไล่จ้าวเทียนออกได้มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าทัศนคติของมู่อวี้เฉิงดูแปลกไปจริง ๆ
เธอไม่เชื่อว่าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างมู่กรุ๊ปจะหาคนมาแทนไม่ได้
ทำไมมู่อวี้เฉิงถึงเก็บจ้าวเทียนเอาไว้ และปล่อยให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสงสัยอยู่เสมอ
เธออยากรู้ว่ามู่อวี้เฉิงจะพูดว่าอะไร
มู่อวี้เฉิงหลับตาลงแล้วพูดว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว ผมจะบอกคุณให้ว่าตอนนี้ผมไล่จ้าวเทียนออกไม่ได้จริง ๆ บริษัทกำลังรับสมัครพนักงานอยู่ ผมสัญญาว่าถ้าเสร็จงานแล้วผมจะย้ายเธอไปทำตำแหน่งอื่น”
“แล้วทำไมถึงไล่ออกไม่ได้?” ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนเป็นเย็นชา
หัวใจของเธอกำลังด้านชาขึ้น
มู่อวี้เฉิงไม่เคยปฏิเสธคำขอของเธอเลย
แต่ตอนนี้มู่อวี้เฉิงกลับตำหนิเธอครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อคนคนเดียว
“เพราะว่าจ้าวเทียนทำงานเก่ง” มู่อวี้เฉิงอธิบาย
“มู่อวี้เฉิง ถ้าคุณเบื่อฉันก็บอกมาตามตรง ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่รั้งคุณไว้เลยแม้แต่วินาทีเดียว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจงใจพูดให้สถานการณ์แย่ลงและไม่อยากจะสนใจอะไรอีก