พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 860 ไม่ค่อยขอความช่วยเหลือจากใคร
ตอนที่ 860
ไม่ค่อยขอความช่วยเหลือจากใคร
“เหมี่ยวเหมี่ยว คุณหยุดพูดเรื่องนี้สักทีได้มั้ย?” มู่อวี้เฉิงรู้สึกว่าเขาพยายามทำดีที่สุดกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ยอมเข้าใจเขาสักที
“มู่อวี้เฉิง บอกฉันมาว่าทำไมกับอีแค่ไล่จ้าวเทียนออกถึงได้ยากเย็นนัก?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูมู่อวี้เฉิงทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า
“เหมี่ยวเหมี่ยว คุณหยุดสร้างปัญหาสักทีได้มั้ย? ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงทำเรื่องยากให้จ้าวเทียนตลอด? เธอไม่ได้ทำผิดอะไรเลย” มู่อวี้เฉิงไม่สามารถระงับอารมณ์ได้อีกต่อไป
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกลายมาเป็นแบบนี้
“คุณบอกว่าฉันสร้างปัญหาเหรอ? ฉันทำเรื่องยากให้ จ้าวเทียนใช่มั้ย? ได้ งั้นออกไปซะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตะคอกเสียงใส่และชี้นิ้วไปที่บานประตู
“เหมี่ยวเหมี่ยว ใจเย็น ๆ หน่อยได้มั้ย?” มู่อวี้เฉิงทำหน้าเย็นชา
“ถ้าคุณชอบนักก็ไปคุยกับจ้าวเทียนเลยสิ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณเหมือนกัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันหลังกลับ ราวกับไม่อยากพูดคุยอีกต่อไป
“คุณอยากกินอะไรสักหน่อยมั้ย? คุณยังป่วยอยู่ ถ้าไม่กินเดี๋ยวก็ป่วยหนักอีก” มู่อวี้เฉิงถอนหายใจเบา ๆ
“ฉันไม่อยากกิน แล้วคุณก็อย่ามาให้ฉันเห็นด้วย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าท้องของเธอว่างเปล่า
เธอรู้สึกหิว
แต่ตอนนี้เธอรู้สึกเสียใจมากกว่าหิว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่ามู่อวี้เฉิงเปลี่ยนไปจริง ๆ
“เหมี่ยวเหมี่ยว หยุดสร้างปัญหา และไม่ว่าคุณจะเกลียดผมมากแค่ไหนก็อย่าไปลงที่ร่างกายตัวเอง เข้าใจมั้ย?” ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยว แล้วมู่อวี้เฉิงจะกลับออกไปได้ยังไง?
“ก่อนหน้านี้คุณก็บอกว่าจะไล่จ้าวเทียนออกไม่ใช่เหรอ? ที่พูดตอนอยู่บ้านน่ะ? ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนใจล่ะ? หรือว่าคุณแค่โกหกฉัน?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองมู่อวี้เฉิงด้วยความรู้สึกแปลกแยก
เธอจ้องมองราวกับว่ามู่อวี้เฉิงเป็นเพียงคนแปลกหน้าในสายตาของเธอ
ในอดีต มู่อวี้เฉิงมักจะปรับตัวเข้ากับเธอเสมอ
แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าอาจจะไม่ได้รู้จักมู่อวี้เฉิงเลย
เธอเองก็ค่อนข้างสับสนเช่นกัน
“ผม…” ในตอนนั้นมู่อวี้เฉิงหมายความอย่างนั้นจริง ๆ
แต่ตอนนี้จ้าวเทียนคุ้นเคยกับการทำงานในบริษัทแล้ว มู่อวี้เฉิงจึงไล่เธอออกไม่ได้
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกและเล่าสถานการณ์ภายในบริษัทให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟัง “ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากทำ แต่บริษัทกำลังเปิดตัวโปรเจ็กต์ใหม่ ลู่หมิงต้องเดินทางไปทำงานให้ โปรเจ็กต์นี้เหมือนกัน ทำให้ที่บริษัทยุ่งกันมาก จ้าวเทียนเริ่มต้นได้เร็วสุดและเข้าใจกระบวนการทำงานทุกอย่าง ให้ผมไล่ออกตอนนี้ผมจะไปหาใครมาแทนที่เธอได้? อีกอย่างทั้งบริษัทตั้งใจทำ โปรเจ็กต์นี้กันมานานจนช่วงนี้ต้องทำงานล่วงเวลากันทุกวัน ให้ผมเลื่อนโปรเจ็กต์ที่กำลังจะเปิดตัวออกไปก่อนเพราะเรื่องส่วนตัวมันจะไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ? ผมเป็นสามีคุณ และเป็นผู้บริหารของบริษัทด้วย ผมก็ต้องนึกถึงพวกเขาเหมือนกัน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะออกมาทันทีที่ได้ยินคำพูดของมู่อวี้เฉิง
“แล้วทำไมก่อนหน้านี้คุณไม่บอกฉันล่ะ? หรือแค่รอให้ถึงตอนนี้? พอเห็นฉันเด็ดเดี่ยวจะให้ไล่จ้าวเทียนออกหน่อยก็ลนลานเลยหรือไง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนปากจัด และมักจะมองหาจุดบอดของผู้คนอยู่เสมอ ทำให้กลายเป็นคนไร้เหตุผล
“เหมี่ยวเหมี่ยว คุณช่วย… นึกถึงผมบ้างสิ” มู่อวี้เฉิงปวดหัวมากจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ฟังที่เขาพูดเลย และเขาก็เหนื่อยแล้ว
“ไม่ ถ้าคุณไม่ไล่จ้าวเทียนออกก็อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอนตัวลงบนเตียง และหลับตาลงด้วยใบหน้าซีดเซียว
“ไล่จ้าวเทียนออกตอนนี้ไม่ได้…”
“งั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก ออกไปซะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ปล่อยให้มู่อวี้เฉิงได้พูดจบและพูดแทรกขึ้นมาทันที
เธอไม่อยากได้ยินคำพูดของมู่อวี้เฉิงต่อไป
มู่อวี้เฉิงอยากจะพูดอะไรบางอย่างเพิ่มเติม แต่เมื่อเขาเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวซ่อนตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่ม นอนหันหลังให้เขา
เขาก็คิดว่าถ้าเขายังอยู่ที่นี่ต่อ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะต้องไม่ยอมกินอะไรแน่นอน
มู่อวี้เฉิงจึงตัดสินใจเดินออกไป
จนกระทั่งได้ยินเสียงปิดประตู น้ำตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไหลลงมา
ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังเดิมพันว่ามู่อวี้เฉิงจะไล่ จ้าวเทียนออกหรือไม่
แม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะมีเหตุผลต่าง ๆ นานา แต่สุดท้ายเขาก็มักจะยอมประนีประนอมกับเธอ
เพียงแต่ครั้งนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกผิดหวังกับมู่อวี้เฉิงมาก
หลังจากมู่อวี้เฉิงกลับออกมาแล้ว เขาก็โทรศัพท์หากู้ชิง
กู้ชิงเป็นผู้ช่วยของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาโดยตลอด
มู่อวี้เฉิงป้องกันไม่ให้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาจึงบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ของกู้ชิงเอาไว้
เขาดีใจที่ยังเก็บหมายเลขโทรศัพท์ของอีกฝ่ายเอาไว้ ไม่อย่างนั้นตอนนี้เขาก็คงไม่รู้จะไปหาใคร
มู่อวี้เฉิงกดโทรออกและเล่าเกี่ยวกับอาการของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้กู้ชิงฟังทันที
จากนั้นกู้ชิงก็ตอบรับว่าเธอจะรีบมาหา
กู้ชิงกับฉินคั่วเพิ่งจะกินข้าวเย็นเสร็จ และกำลังนั่งดูหนังอยู่บนโซฟา
พอเห็นภรรยาตัวเองลุกขึ้นยืนหลังจากได้รับสายจากใครบางคน ฉินคั่วก็ขมวดคิ้วทันที
และดูเหมือนว่าเขาจะได้ยินเสียงผู้ชายดังลอดมาจากโทรศัพท์
เขาลุกขึ้นยืนและกอดเธอไว้ในอ้อมแขน “ชิงชิง จะไปไหน?”
“ฉันมีเรื่องต้องทำน่ะ จะออกไปข้างนอก นายรออยู่บ้านนี่แหละ” กู้ชิงลูบผมเกลี้ยกล่อมฉินคั่ว
“ดึกแล้วคุณจะไปไหนอีก? ลืมหรือไงว่าตัวเองกำลังท้องอยู่?” ฉินคั่วไม่อยากให้กู้ชิงออกไปข้างนอกเลย
และไม่รู้ว่าปลายสายคือใครถึงทำให้กู้ชิงวิตกกังวลขนาดนี้
“ฉันรู้ จะรีบไปรีบกลับ” กู้ชิงยืนกรานที่จะออกไป
ฉินคั่วไม่อยากโกรธเคืองกู้ชิง แต่เขายังคงพูดถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์ “ ไอบ้าที่ไหนมันโทรมาหา”
“คุณมู่” กู้ชิงตอบตามจริง โดยไม่ปิดบังอะไร
“คุณมู่… อวี้เฉิงเหรอ? โทรมาหาคุณทำไม?” ฉินคั่วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
หรือว่ามู่อวี้เฉิงจะมาพูดเปิดโปงประวัติศาสตร์อันมืดมนของเขา?
แต่นั่นมันจะเกินไปหรือเปล่า?
กู้ชิงเห็นว่าสีหน้าของฉินคั่วเปลี่ยนไปและไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
เธอจึงเล่าเกี่ยวกับสถานการณ์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้เขาฟัง
ฉินคั่วเข้าใจได้ในทันทีและพูดว่า “งั้นสองคนก็แค่ทะเลาะกันเหรอ? ก็ได้ คุณไปเถอะ ให้ผมไปส่งมั้ย”
แม้ว่าฉินคั่วจะไม่เต็มใจ แต่ในยามคับขันเขาก็ควรจะไปดูสักหน่อย
นอกจากนี้มู่อวี้เฉิงไม่ค่อยขอความช่วยเหลือจากใคร
ถ้าเขาเป็นฝ่ายโทรศัพท์มาหาเองก็หมายความว่าเขาคงจะวิตกกังวลมาก
“นายว่างเหรอ? ต้องอ่านเอกสารหรือเปล่า?” กู้ชิงคิดว่ามันดึกมากแล้วและไม่ปลอดภัยที่จะนั่งแท็กซี่
แต่เธอก็กังวลว่ามันจะส่งผลกระทบต่องานของฉินคั่ว
ช่วงนี้ฉินคั่วงานยุ่งมากจนต้องทำงานจนดึกดื่นทุกวัน และแทบจะไม่มีเวลาได้พักผ่อนเลย
“ไม่เป็นไรหรอก ผมไปส่งคุณแป๊บเดียว ไม่กระทบอะไร ผมอยากไปดูด้วยว่าเกิดอะไรขึ้น” ฉินคั่วพูดก่อนจะเดินเข้าไปสวมเสื้อและจัดเตรียมเสื้อผ้าให้กู้ชิง
หลังจากกู้ชิงได้ยินเช่นนั้น เธอก็นึกขึ้นได้ว่าฉินคั่วกับ มู่อวี้เฉิงเป็นเพื่อนกัน
กู้ชิงไม่เห็นพวกเขาติดต่อกันมากนัก เธอจึงหลงลืมเรื่องนี้ไป
ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างมู่อวี้เฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว และมู่อวี้เฉิงเองก็ไม่ได้พูดอธิบายโดยละเอียด
หลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้ว กู้ชิงกับฉินคั่วก็ไปโรงพยาบาลด้วยกัน