พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 861 เกลี้ยกล่อม
ตอนที่ 861
เกลี้ยกล่อม
กระทั่งกู้ชิงกับฉินคั่วมาถึงโรงพยาบาล พวกเขาก็เห็นมู่อวี้เฉิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงทางเดิน
ฉินคั่วไม่เข้าใจ “เฮ้ย มานั่งทำอะไรตรงนี้? แล้วเรียกพวกเรามาทำไม?”
มู่อวี้เฉิงมีสีหน้าเศร้าหมองและน้ำเสียงของเขาก็แหบแห้ง “ทะเลาะกับเหมี่ยวเหมี่ยวนิดหน่อยน่ะ มันก็… พูดยากอยู่”
มู่อวี้เฉิงไม่รู้จะเล่าเรื่องนี้ให้พวกฉินคั่วฟังอย่างไรดี
ครอบครัวไหนบ้างที่ไม่มีปัญหา
ทุกคู่รักย่อมมีการทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นธรรมดา
ฉินคั่วเหลือบมองกู้ชิงแล้วพูดว่า “ชิงชิง เข้าไปหาพี่สะใภ้เถอะ เดี๋ยวผมอยู่ดูอวี้เฉิงอยู่นี่ก่อน”
กู้ชิงพยักหน้าและผลักประตูเข้าไปข้างใน
เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินเสียง เธอนึกว่าเป็นมู่อวี้เฉิงจึงลุกขึ้นมามองดู
แต่พอเห็นว่าเป็นกู้ชิง ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ จากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าสภาพเธอในตอนนี้ไม่น่าดูเลยและถ้าใครมาเห็นเขามันคงจะน่าอาย
แต่จะกลับไปนอนคลุมโปรงมันก็ไม่ดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงแสร้งทำเป็นว่าเธอสบายดี เธอสูดลมหายใจแล้วพูดว่า “กู้ชิง มาทำไม?”
เธอไม่รู้ว่าตอนนี้เธอดูน่าเวทนามากแค่ไหน ดวงตาแดงก่ำ ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงอยู่ในชุดของทางโรงพยาบาล สีหน้าซีดเซียว
ดูน่าสงสารยิ่งกว่าอะไร
กู้ชิงถามด้วยความเป็นห่วง “คุณถง เกิดอะไรขึ้นคะ? ไม่สบายตรงไหน?”
“ฉันไม่เป็นอะไร แค่มีไข้นิดหน่อย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคาดการณ์ว่ามู่อวี้เฉิงคงจะไปขอร้องให้กู้ชิงมาที่นี่
มู่อวี้เฉิงคงจะคิดว่าให้เธอคุยกับเพื่อนน่าจะง่ายกว่า ดังนั้นเขาจึงไปเรียกกู้ชิงมา
ต้องบอกว่ามู่อวี้เฉิงเข้าใจดูแลเธอในด้านนี้เป็นอย่างดี
“จะไม่เป็นไรได้ยังไงคะ? สีหน้าคุณดูแย่มาก ไหนจะคุณกับคุณมู่…” กู้ชิงเหลือบมองไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความลังเล กลัวว่าถ้าพูดมากกว่านี้จะเผลอทำให้เธอเสียใจ
พอเห็นว่าทั้งสองคนตกอยู่ในสภาวะกระอักกระอ่วนใจแบบนี้ ก็คิดว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องง่าย
“อย่าพูดถึงเขาต่อหน้าฉัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
ใครจะรู้ว่ามู่อวี้เฉิงจะกำลังคิดอะไรอยู่
“ค่ะ ไม่พูดถึงเขาแล้วค่ะ คุณอยากกินอะไรคะเดี๋ยวฉันไปซื้อให้” กู้ชิงถอนหายใจเบา ๆ
เธอเห็นว่าคู่ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก ก็ไม่นึกว่าจะขัดแย้งกันถึงขนาดนี้
“ฉันไม่อยากกินอะไร” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้เสแสร้ง
เธอรู้สึกหิวนิดหน่อยแต่หลังจากนั้นก็สูญเสียความอยากอาหาร
ไม่รู้สึกอยากอาหารอีกเลย
“คุณถง ถึงคุณจะโมโหแต่คุณก็ควรจะดูแลร่างกายตัวเองให้ดีด้วยไม่ใช่เหรอคะ? โกรธคนอื่นแล้วมาลงที่ร่างกายตัวเองมันไม่คุ้มหรอกค่ะ” กู้ชิงพูดเกลี้ยกล่อมอยู่ด้านข้าง
สุขภาพร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูอ่อนแอมาก
ถ้าไม่ยอมกินข้าวก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกไหม
“ก็ได้ ไปซื้อข้าวต้มให้ฉันหน่อย” เพื่อเห็นแก่การเดินทางมาของกู้ชิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงจะกินข้าวสักหน่อย
“ค่ะ เดี๋ยวฉันรีบไปซื้อให้นะคะ” กู้ชิงพูดแล้วเดินออกไป
จนกระทั่งเดินออกมา กู้ชิงก็เห็นว่ามู่อวี้เฉิงกับฉินคั่วยังนั่งอยู่ที่เดิม
พอได้ยินเสียง มู่อวี้เฉิงก็เงยหน้าถามทันที “เหมี่ยวเหมี่ยวหิวข้าวแล้วหรือยัง?”
กู้ชิงพยักหน้า “คุณถงบอกว่าอยากกินข้าวต้มค่ะ”
“ตอนนี้ร่างกายเธอไม่แข็งแรง กินได้แต่อาหารรสชาติ เบา ๆ คุณรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวผมไปซื้อให้เธอเอง” มู่อวี้เฉิงรู้จักรสนิยมการกินของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดีกว่าใคร ๆ
ดังนั้นเขาจึงอยากจะออกไปซื้อมันเอง
ฉินคั่วมองดูแผ่นหลังของมู่อวี้เฉิงแล้วกวักมือไล่ “ชิงชิง คุณไปถามมาหรือยัง? สรุปว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา?”
กู้ชิงส่ายหัว “คุณถงไม่ยอมพูดอะไรเลย”
“อวี้เฉิงก็นั่งเงียบตลอด เดี๋ยวกลับมาผมจะถามใหม่” นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินคั่วเห็นว่ามู่อวี้เฉิงดูหลงทางขนาดนี้
“ฉันว่าสภาพคุณถงดูแย่มากเลย” กู้ชิงอยากจะพูดปลอบแต่ไม่รู้จะพูดอะไร
เรื่องระหว่างคนสองคนควรจะได้รับการแก้ไขด้วยตัวของพวกเขา
คนนอกไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้
เนื่องจากกังวลว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะหิว มู่อวี้เฉิงจึงกลับมาในไม่ช้า
เขาไม่ได้เดินเข้าไป เพียงแต่ยื่นข้าวต้มให้กู้ชิงแทน “คุณเข้าไปเถอะ ถ้าผมถือเข้าไปให้เธอคงจะไม่กิน”
มู่อวี้เฉิงพยายามอย่างหนักมากเพื่อให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยอมกินข้าวมื้อนี้
แต่ขอแค่เธอยอมกินก็พอ
“ค่ะ” กู้ชิงไม่ถามอะไรและถือข้าวต้มเดินเข้าไปข้างใน
หลังจากเดินเข้าข้างใน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สังเกตเห็นข้าวต้มในมือของกู้ชิงและพอจะเดาได้ว่ามู่อวี้เฉิงเป็นคนไปซื้อมา
เนื่องจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบกิน มู่อวี้เฉิงจึงสั่งข้าวต้มแบบนี้มาให้เธอกินสองสามคำทุกครั้งที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวป่วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกในใจตอนนี้อย่างไร
รายละเอียดต่าง ๆ ในอดีตกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าในตอนนี้ไปแล้ว
กู้ชิงเทข้าวต้มให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ววางลงบนโต๊ะ “คุณถง รีบกินตอนร้อน ๆ เถอะค่ะ”
ไม่รู้ว่าเรื่องอะไรที่ทำให้คนสองคนที่รักใคร่กันดีกลายมาเป็นแบบนี้
“กู้ชิง เขาซื้อมาเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ขยับ เพียงแต่เงยหน้าขึ้นถาม
“คุณถง ฉันรู้สึกว่าถ้าเป็นสามีภรรยากันแล้วก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องทำให้มันดูน่าลำบากใจขนาดนี้เลยค่ะ คุณคิดเหมือนกันมั้ยคะ?” สงครามเย็นมีแต่จะทำให้เสียความรู้สึกกันเปล่า ๆ
การเอาอกเอาใจของมู่อวี้เฉิงที่มีให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั้นสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ที่เธอพูดก็มีเหตุผล ฉันเข้าใจ แต่ฉันแกล้งทำเป็นไม่เห็นไม่ได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจเบา ๆ จากนั้นก็หยิบข้าวต้มขึ้นมากิน
พอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวกินข้าวต้ม กู้ชิงก็หยุดพูดและยืนอยู่ข้างเธอเงียบ ๆ
ที่ทางเดินในโรงพยาบาล
ฉินคั่วมองดูมู่อวี้เฉิงที่มีสีหน้าเหนื่อยล้าเต็มทนและใช้ศอกสะกิดแขนเขา “อวี้เฉิง เกิดอะไรขึ้น? ไปทำอะไรให้พี่สะใภ้โกรธล่ะ?”
“จริง ๆ แล้วไม่มีอะไร แค่…” จากนั้นมู่อวี้เฉิงก็เล่าเรื่องระหว่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับจ้าวเทียน
“ฉันว่าเหมี่ยวเหมี่ยวทำเกินไป จ้าวเทียนไม่ได้ทำอะไรเลย เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ฉันรู้สึกว่าเธอดูเปลี่ยนไปมาก” มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว และบอกได้เลยว่าเขารู้สึกปวดหัวกับเรื่องนี้มาก
“อวี้เฉิง ไม่ว่ายังไงภรรยาก็คือคนที่สำคัญที่สุด อีกคนเป็นแค่เลขาก็แค่ไล่เธอออก แกมัวทะเลาะกับพี่สะใภ้เพราะเรื่องแบบนี้ได้ไงวะ?” ถ้ากู้ชิงมาบอกเขาว่าเธอรู้สึกตงิดใจกับคนที่อยู่รอบข้างเขา ฉินคั่วก็จะไล่คนคนนั้นออกโดยไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว
เขาพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้กู้ชิงมาครอบครอง แล้วเขาจะปล่อยให้กู้ชิงต้องทนโมโหคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ยังไง?
“ตอนนี้ที่บริษัทกำลังหาจ้างคนอยู่ ลู่หมิงต้องเทียววิ่งออกไปทำงานข้างนอกทุกวัน แกคิดว่าไงล่ะ? กว่าจะหาคนที่เหมาะสมได้มันยากมาก จะมาให้เขาออกเฉย ๆ ไม่ได้หรอก และฉันสัญญากับเหมี่ยวเหมี่ยวไปแล้วว่าถ้าโปรเจ็กต์นี้จบลง ฉันจะย้ายจ้าวเทียนไปทำตำแหน่งอื่น แต่เหมี่ยวเหมี่ยวไม่ฟังอะไรเลย” มู่อวี้เฉิงรู้สึกเหนื่อยล้ากับเรื่องที่บริษัทเต็มทนแล้ว
ทุกวันนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจตลอด
“ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างแกกับพี่สะใภ้ แต่อวี้เฉิง กว่าแกสองคนจะได้อยู่ด้วยกันมันไม่ง่ายเลยนะ อย่างน้อยก็ไปพูดเกลี้ยกล่อมเธอดี ๆ หน่อยเถอะ ส่วนจ้าวเทียน ในเมื่อพี่สะใภ้บอกว่าเธอไม่ถูกโฉลก แกก็ควรหาวิธีการจัดการมันซะ เพราะนี่จะแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของแกด้วย ถูกต้องมั้ยล่ะ?” ฉินคั่วตบไหล่มู่อวี้เฉิงเบา ๆ