พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 862 เจตนาไม่ดี
ตอนที่ 862
เจตนาไม่ดี
ฉินคั่วรู้สึกว่าถ้าเขาให้ความสำคัญกับบริษัทมากเกินไป เขาจะต้องเสียใจในอนาคตอย่างแน่นอน
“ฉันว่าฉันทำถูกแล้วนะ ให้ไล่จ้าวเทียนออกไม่ได้หรอก” คราวนี้มู่อวี้เฉิงดูมุ่งมั่นมากเป็นพิเศษ
เขาจะยอมถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ ไม่อย่างนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่มีวันเข้าใจ
“งั้นก็ตามใจ ถ้าเกิดไม่ไหวขึ้นมาอย่ามาชวนฉันไปดื่มแล้วกัน ตอนนี้ชิงชิงห้ามไม่ให้ฉันออกไปกินเหล้าแล้ว” คราวเมื่อฉินคั่วพูดถึงกู้ชิง ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความอ่อนโยน มุมปากอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้น
“แกกับกู้ชิงเข้ากันดีจังวะ บางทีฉันก็อิจฉาที่แกไม่ต้องมานั่งกังวลอะไร” มู่อวี้เฉิงยิ้มขมขื่น
“แกอิจฉาฉันเหรอ? มู่อวี้เฉิง พูดกันตามตรง แกตกต่ำขนาดนี้แล้วหรือไง? แกอยากทำยังไงล่ะ? มันก็ขึ้นอยู่กับตัวแกแล้ว” ฉินคั่วยักไหล่และไม่เห็นด้วยกับคำพูดของมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงไม่ได้พูดอะไรอีกและนั่งเงียบ ๆ ฉินคั่วก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน ดังนั้นทั้งสองจึงนั่งเงียบอยู่ที่ทางเดิน
ภายในห้องผู้ป่วย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเล่าเรื่องระหว่างพวกเขาให้กู้ชิงฟัง
กู้ชิงรู้สึกซับซ้อนเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องดังกล่าว อันที่จริงแล้วเมื่อต้องพูดถึงคนรักคงจะไม่มีใครสามารถทำตัวใจกว้างได้นักหรอก
แม้แต่กู้ชิงเองก็คงจะรู้สึกไม่สบายใจหากต้องทนเห็นเลขาสาวสวยนั่งอยู่เคียงข้างฉินคั่ว
“คุณถง คุณมู่ไม่ได้บอกว่าไม่มีอะไรเหรอคะ? จ้าวเทียนเป็นผู้บริสุทธิ์…”
“ฉันเห็นว่าแม่นั่นมีเจตนาแอบแฝง หล่อนมาบ้านฉันตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง แถมวันถัดมายังเข้ามานั่งกินข้าวเช้าที่มู่อวี้เฉิงทำให้ หล่อนพยายามยั่วโมโหฉัน ฉันยอมรับว่าถ้าจ้าวเทียนแค่ยังเด็กและสวย ฉันคงไม่กังวลอะไร แต่มันไม่ใช่แบบนั้น หล่อนมีความคิดแย่ ๆ มากมายแอบแฝงอยู่ในใจ” กู้ชิงยังไม่ทันพูดจบก็ถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขัดจังหวะเสียก่อน
ดูเหมือนว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะรู้สึกแตกสลายมาก
อันที่จริงในสายตาของกู้ชิงนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนที่รักสงบมาก
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็สามารถรับมือได้เสมอ
แต่ตอนนี้เหตุการณ์ดังกล่าวกลับทำให้เธอตื่นตระหนก
เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นกังวลกับเรื่องนี้มากจริง ๆ
ไม่รู้ว่ามู่อวี้เฉิงกำลังคิดอะไรอยู่ เขาปล่อยให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทุกข์ใจได้ยังไง?
จากอีกแง่หนึ่งคืออารมณ์ทั้งหมดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเกิดจากการรักเขา
ใครจะทนมองสามีอยู่เคียงข้างหญิงสาวที่มีเจตนาแอบแฝงได้?
แม้แต่นักบุญยังทำไม่ได้เลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำดีมาโดยตลอด แต่มู่อวี้เฉิงกลับไม่รู้จักพอ
กู้ชิงเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ “คุณถง ฟังฉันก่อนนะคะ ในเมื่อคุณมู่คิดแบบนั้นเราก็มาดูกันเถอะค่ะว่าจ้าวเทียนคิดจะทำอะไร จากนั้นเราค่อยกระชากใบหน้าที่แท้จริงของจ้าวเทียนออกมา จะปล่อยให้จ้าวเทียนทำสำเร็จไม่ได้เข้าใจมั้ยคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังคำพูดของกู้ชิงแล้วตกอยู่ในภวังค์ของความคิด
กู้ชิงพูดถูก
แต่ตอนนี้มู่อวี้เฉิงทำเธอเจ็บปวดหัวใจมากจนเธอรู้สึกทุกข์ทรมาน
เธอกำหมัดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
มาดูกันเถอะ ว่าใบหน้าที่แท้จริงของจ้าวเทียนจะเป็นยังไง
เธอมองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าจ้าวเทียนมีเจตนาไม่ดี มีแค่มู่อวี้เฉิงเท่านั้นที่ไม่เชื่อ
และเขาเอาแต่โทษเธอเพราะจ้าวเทียน
พอคิดได้เช่นนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกเจ็บปวดในหัวใจ
“คุณถง ตอนนี้เราต้องใจเย็นก่อนค่ะ และไม่ว่าจ้าวเทียนจะแสดงเก่งแค่ไหนก็ต้องหลุดช่องโหว่ออกมาอยู่ดี ส่วนคุณมู่ คุณก็รู้ว่าเขารักคุณ เพียงแต่ว่าอยู่ด้วยกันมาจนคุณรู้สึกไม่มั่นคง เดี๋ยวเวลาผ่านไปทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงอยู่ด้วยกันมานานแล้ว แต่จู่ ๆ ก็มีบุคคลภายนอกเข้ามาแทรก
ส่งผลให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกวิกฤติอย่างมาก
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับมู่อวี้เฉิงเสี่ยงจะเกิดความเสียหายที่สุดในตอนนี้
“เข้าใจแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลงแล้วพูดเสียงแผ่ว
เธอไม่ได้จะทำแบบนี้เพื่อประนีประนอมกับมู่อวี้เฉิง
เธอแค่ต้องการพิสูจน์ว่าคำพูดของเธอถูกต้อง
สำหรับจ้าวเทียน มู่อวี้เฉิงไม่ได้สนใจอะไรแน่นอน และถ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิด จ้าวเทียนก็จะไม่มีโอกาสได้ทำอะไร
“ส่วนคุณก็อย่าคิดมากนะคะ นอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่แล้วทุกอย่างจะดีเองค่ะ” กู้ชิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยอมถอยออกมาจากสถานการณ์วิกฤต
มันไม่ง่ายเลย ทุกความสัมพันธ์ย่อมมีขึ้นมีลง เป็นเรื่องปกติ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่ามู่อวี้เฉิงโกหกเธอ แต่บางที มู่อวี้เฉิงอาจจะมีปัญหาจริง ๆ ก็ได้หรือเปล่า?
กู้ชิงไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยวเป็นคนกลางระหว่างเรื่องของพวกเขา มันพูดยากและบางครั้งถ้าจัดการได้ไม่ดี พวกเขาอาจจะรู้สึกไม่พอใจในตัวเธอได้
นั่นคือสิ่งที่เธอคิด จากนี้ก็ขึ้นอยู่กับความคิดของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและพูดคุยกับกู้ชิงอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งดึกแล้วกู้ชิงก็ขอตัวกลับก่อน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเก็บข้าวของแล้วลุกขึ้นจากเตียง
เธอแค่มีไข้ พอไข้ลดลงเธอก็ไม่เป็นอะไรแล้ว อีกอย่างที่นี่คือโรงพยาบาลเอกสารประจำตระกูลมู่
คุณหมอบอกให้เธอนอนสังเกตการณ์ต่ออีกสองวัน แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่ามันไม่จำเป็น
กู้ชิงสับสนมากเมื่อเห็นท่าทางของเธอ “คุณถง จะทำอะไรคะ?”
“ฉันจะกลับบ้าน อยู่โรงพยาบาลมันน่าเบื่อน่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมานอนตั้งแต่เมื่อคืนและไม่มีอะไรทำเลย
เธอจึงเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า
“แต่สีหน้าคุณยังดูไม่ดีเลยค่ะ จะไม่อยู่ต่ออีกสักคืนเหรอคะ?” กู้ชิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างวิตกกังวล
“ไม่ต้องหรอก จะอ่อนแออะไรขนาดนั้น? ไม่เป็นไร” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าตอนนี้ร่างกายของเธอเบาลงมากแล้ว
ออกไปหาอะไรทำดีกว่าจะได้รู้สึกหายป่วยเร็วขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอุดอู้ทุกครั้งที่ต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาล และมันมักจะทำให้เธอคิดฟุ้งซ่านไปไกล
“เถอะน่า” ในเมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนกรานที่จะออกไป กู้ชิงก็ไม่สามารถหยุดเธอได้
กระทั่งพวกเธอทั้งสองเดินออกมา ชายทั้งสองที่นั่งรออยู่ตรงทางเดินก็เงยหน้าขึ้น
พอเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว มู่อวี้เฉิงก็วิตกกังวลทันที “เหมี่ยวเหมี่ยว ออกมาทำไม? หมอบอกให้นอนดูอาการต่ออีกสองวันไม่ใช่เหรอ?”
เนื่องจากสุขภาพร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอ่อนแอเกินไป
คุณหมอจึงกังวลว่าจะเกิดภาวะแทรกซ้อน
จึงสั่งให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่สังเกตอาการก่อน
“ฉันไม่อยากอยู่ในโรงพยาบาล” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างเฉียบขาด
เหมือนกับการบอกว่าจ้าวเทียนไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในบริษัทต่อ
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว
ทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองอยู่ในทางตัน
ฉินคั่วรีบพูดเพื่อคลี่คลายบรรยากาศทันที “พี่สะใภ้ถ้าอยากกลับบ้านก็กลับไปเถอะครับ อยู่โรงพยาบาลไม่เหมาะกับการพักฟื้นหรอก อยู่ที่บ้านสะดวกกว่า”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้หันกลับไปมองมู่อวี้เฉิง เธอเดินจากไปโดยตรงโดยมีกู้ชิงเดินตามหลัง
แม้จะเห็นทั้งสองเดินจากไปแล้ว แต่มู่อวี้เฉิงก็ยังยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน
ฉินคั่วสะกิดแขนมู่อวี้เฉิงแล้วพูดว่า “อวี้เฉิง มัวทำอะไรอยู่? รีบตามไปสิ หรือว่าแกจะปล่อยพี่สะใภ้กลับไปคนเดียว จริง ๆ ?”