พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 868 จำคนผิด
ตอนที่ 868
จำคนผิด
ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ แม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะลางานมาที่นี่ แต่บริษัทก็ยังขาดเขาไม่ได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย “ครั้งหน้าถ้ามีโอกาส ฉันก็อยากจะมาที่นี่อีก”
“อืม” มู่อวี้เฉิงพยักหน้า ก่อนจะจับมือเธอเดินออกไป
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะเจอพวกสวี่เฉิงถิงระหว่างทางกลับ
สวี่หลันหลันโบกมือทักทายถงเหมี่ยวเหมี่ยว “พี่คนสวย ไม่นึกเลยว่าพวกพี่จะกำลังกลับเหมือนกัน นี่เป็นโชคชะตาหรือเปล่าเนี่ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบีบแก้มเธอแล้วรู้สึกว่ามันนุ่มละมุนมาก จากนั้นก็ส่งยิ้มตอบรับและพยักหน้า
“ไว้มีเวลาค่อยไปเจอกันที่จีนนะ”
สวี่หลันหลันพยักหน้า
สวี่เฉิงถิงจ้องมองไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่สักพักหนึ่ง
จากนั้นพวกเขาก็เดินทางกลับพร้อมกัน โดยเริ่มจากนั่งเรือยอร์ชและเปลี่ยนไปขึ้นเครื่องบินบินกลับประเทศ
“คุณถง หลังจากนี้ถ้ามีโอกาสคงจะได้พบกันอีกนะครับ” สวี่เฉิงถิงฝากฝังคำพูดดังกล่าวไว้กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวและเดินพาสวี่หลันหลันออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขาอย่างสงสัย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามเขาก็เดินออกไปก่อน
“เหมี่ยวเหมี่ยว” มู่อวี้เฉิงมองดูสวี่เฉิงถิงเดินจากไปด้วยดวงตามืดมน จากนั้นเขาก็เห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองตามหลัง สวี่เฉิงถิง เขาจึงพูดขึ้นเสียง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมามีสติอีกครั้ง “ฉันรู้สึกว่าเขาแปลกมาก”
ราวกับว่าพวกเขาเคยรู้จักกันมาก่อน
“ไม่มีอะไรน่าแปลกหรอก เขาบอกว่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีกก็คือมีโอกาส” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงดูเฉยชาแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเห็นด้วยกับเขา
กระทั่งผ่านไปหนึ่งเดือน เธอก็ยังไม่ได้เจอสวี่เฉิงถิงอีกเลย เธอจึงปล่อยเรื่องนี้ทิ้งไว้ในความทรงจำ
ในช่วงเวลาที่เธอไม่ได้เข้ามาบริษัท ที่บริษัทมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องจัดการ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งอยู่ในห้องทำงาน พลิกเอกสารไปมา
“เหมี่ยวเหมี่ยว” ซ่งฉิงเดินเข้ามาเห็นภาพนี้พอดีรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา “ไหนบอกว่าจะพักผ่อนไม่ใช่เหรอ?”
“ตอนนี้หนูต้องดูแลร่างกายตัวเองดี ๆ ที่บริษัทไม่มีหนูก็ไม่เป็นไรหรอก”
ซ่งฉิงสังเกตเห็นว่าเธอบ้างานมากจึงถอนหายใจ
“แม่ทูนหัว หนูทิ้งงานไม่ได้หรอกค่ะ ที่บริษัทอวี้เฉิงก็ยุ่งมาก เขายังไม่มีเวลาพักผ่อนเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางเอกสารในมือลงแล้วกอดซ่งฉิง “เอาล่ะค่ะแม่ทูนหัว หนูรู้จักร่างกายของตัวเองดี”
“มันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ”
“หนูนี่นะเจ้าเด็กดื้อ” ซ่งฉิงจิ้มหน้าผากเธอ
“วันนี้อวี๋เหยียนต้องไปตรวจสุขภาพ หนูมาด้วยกันนะ”
พอได้ยินว่าวันนี้แม่จะไปตรวจสุขภาพ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ก็ไม่ปฏิเสธเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขับรถออกไปทันที
“วันนี้อวี๋เหยียนเปลี่ยนหมอใหม่” ซ่งฉิงพูดเล่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ในช่วงนี้ไปเรื่อย ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังทุกอย่างและเก็บรายละเอียดไว้ในใจ
จนกระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวเจอหน้าลิ่นอวี๋เหยียน เธอก็ส่งยิ้มเบา ๆ “แม่คะ หนูมาหาแล้ว”
“ฮึ่ม รู้จักมาหากับเขาด้วยเรอะ” ลิ่นอวี๋เหยียนตอบกลับด้วยสีหน้าเย็นชา เธอยังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้วได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเหยเกและไม่ได้ตอบอะไร
“อวี๋เหยียน วันนี้เหมี่ยวเหมี่ยวมาหาเธอเพราะเป็นห่วงหรอกนะ” ซ่งฉิงเดินเข้ามาข้างหน้าเพื่อบรรเทาความอึดอัด
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอยู่ ใครบางคนก็เดินออกมาจากบานประตู
ทันทีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นเขา ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความตกใจ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเขา
“คุณนายลิ่น” สวี่เฉิงถิงยิ้มและพยักหน้าทักทายคนอื่น ๆ
จากนั้นการตรวจร่างกายก็เริ่มขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเข้าไปยืนข้าง ๆ
นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะมาบังเอิญเจอกันที่นี่ กลับกลายเป็นว่าคนตรงหน้าคือคนที่เธอพบบนเกาะ
ไม่แปลกใจเลยที่เขาบอกว่าถ้ามีโอกาสจะได้พบกันอีก
“คุณนายลิ่น สุขภาพร่างกายไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่จะต้องดูแลตัวเองให้ดี หลีกเลี่ยงการถูกกระตุ้น และพยายามกินอาหารอ่อน ๆ เข้าไว้” สวี่เฉิงถิงพูดบอก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่ามันไม่น่าจะเรียบง่ายขนาดนั้น เธอจึงขมวดคิ้วแน่น
“ฉันบอกแล้วไงว่าร่างกายฉันไม่เป็นอะไรหรอก ผ่าตัดมาตั้งนานแล้ว ถ้ามันจะมีปัญหาจริง ๆ มันไม่มาเกิดเอาป่านนี้หรอก”
“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันก็แค่เป็นห่วงเธอมั้ย? ตรวจร่างกายทุกเดือนก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่” ซ่งฉิงพูดเกลี้ยกล่อมลิ่นอวี๋เหยียน
จนสีหน้าของเธอเริ่มผ่อนคลายลง
“คุณนายลิ่น ถึงจะเป็นแบบนี้แต่ก็ต้องระมัดระวังนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าอารมณ์เสีย” สวี่เฉิงถิงอธิบายข้อควรระวังทั้งหมด
“ขอบคุณค่ะหมอ” ลิ่นอวี๋เหยียนยิ้มอ่อนโยนและเชิญเขาอยู่กินอาหารกลางวันด้วยกัน
หลังอาหารกลางวัน ซ่งฉิงพาลิ่นอวี๋เหยียนขึ้นไปยังชั้นบน ทำให้เหลือพวกเขาแค่สองคนอยู่ในห้องนั่งเล่นที่ชั้นล่าง
“คุณถงมีอะไรหรือเปล่าครับ?” สวี่เฉิงถิงมองไปทาง ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอมีคำถามมากมายอยากจะถามเขา แต่เธอไม่รู้ จะเริ่มต้นถามเขายังไง ราวกับสวี่เฉิงถิงมีบางอย่างที่ปิดบังอยู่
ตอนพบกันบนเกาะ เธอรู้สึกได้ว่าเขามีความลับบางอย่าง
“ถ้าคุณถงไม่มีเรื่องอะไร งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” สวี่เฉิงถิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะลุกขึ้น
“หมอสวี่คะ ฉันอยากรู้อาการของแม่ค่ะ อาการของแม่ไม่ค่อยดีใช่มั้ยคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลังเลเล็กน้อยก่อนจะถามออกไป
“อืม” สวี่เฉิงถิงตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะพูดต่อว่า “อาการของคุณนายลิ่นค่อนข้างซับซ้อน เธอเคยได้รับการผ่าตัดมาก่อน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร สิ่งสำคัญในตอนนี้คือการดูแลร่างกายให้ดี”
“ตอนนี้มีบางอย่างแปลก ๆ อยู่ในหัวของเธอ” สวี่เฉิงถิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกไป ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
ถ้าแม่ยังเป็นแบบนี้ต่อไป ร่างกายคงจะทรุดโทรมลง
“แต่คุณไม่ต้องห่วงครับ ตอนนี้คุณนายลิ่นยังไม่รู้สถานการณ์ของตัวเอง” สวี่เฉิงถิงหยิบเอกสารออกมายื่นให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ลองดูนี่สิครับ ตอนนี้คุณนายลิ่นยังไม่เป็นอะไรร้ายแรง”
ตอนนี้ยังไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าในอนาคตจะไม่ร้ายแรง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกไม่มั่นใจและเงียบไปสักพัก “เรื่องของแม่น่ะ รบกวนคุณด้วยนะคะ”
“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ” สวี่เฉิงถิงลุกขึ้นยืน จ้องมองไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาเย็นชา “คุณจำผมไม่ได้จริง ๆ เหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจ เธอเคยเจอสวี่เฉิงถิงมาก่อนเหรอ
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาถามคำถามนี้
“เราเคยเจอกันมาก่อนหรือเปล่าคะ”
สวี่เฉิงถิงหันไปมองอีกด้านหนึ่ง ปิดบังอารมณ์ทั้งหมดในดวงตา “ไม่ครับ ผมแค่รู้สึกว่าคุณคล้ายกับใครบางคนที่ผมเคยรู้จัก ผมก็เลยอยากจะถาม แต่มันก็นานมาแล้ว”
“ผมอาจจะจำผิดคน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะออกมา “ถ้าอย่างนั้นก็พอจะเข้าใจได้ค่ะ ในโลกนี้มีคนหน้าคล้ายกันเยอะเลย เป็นเรื่องธรรมดาที่จะจำคนผิด”
สวี่เฉิงถิงไม่ตอบ และไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สอบถามอาการของ ลิ่นอวี๋เหยียนกับเขาต่อ
เธอเริ่มเข้าใจสภาพร่างกายของลิ่นอวี๋เหยียนประมาณหนึ่งแล้ว และมันก็ยิ่งทำให้เธอเป็นกังวลมากขึ้น เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมันน่าจะร้ายแรงพอตัว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจ “หมอสวี่คะ เดี๋ยวฉันออกไปส่ง”
“ไม่เป็นไรครับ” สวี่เฉิงถิงตอบกลับอย่างไม่เป็นทางการ
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงเดินออกไปเคียงข้างเขาและอมยิ้มเบา ๆ “มันเป็นหน้าที่ของฉันค่ะ”
เพราะว่าหลังจากนี้อาจจะได้ติดต่อกันอีก
สวี่เฉิงถิงเห็นว่าเธอจะมาส่งจึงไม่ได้ปฏิเสธอะไร
จนกระทั่งทั้งสองเดินออกมาถึงหน้าประตู รถยนต์คันหนึ่งก็เคลื่อนตัวเข้ามาในคฤหาสน์พอดี ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองตามทาง
แต่จู่ ๆ สวี่เฉิงถิงก็ดึงเธอเข้ามา “ระวัง”
ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวร้องอุทานและล้มลงไปในอ้อมกอดของเขา